วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ระวังข่าวปลอม

ช่วงนี้เรามักจะพบกับกระแสข่าวปลอมซึ่งน่าจะมีเยอะขึ้นเพราะเนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งเราก็มักจะเห็นเกมส์ต่าง ๆ ที่นำเสนอออกมาก ในอดีต พวกเขามักจะใช้อิเล็กทรอนิกส์เมล์ ในการส่งข่าวต่อๆกันไป แต่ในปัจจุบันเป็นยุคสังคมออนไลน์ รูปแบบของการปล่อยข่าวจึงเปลี่ยนไป

ยกตัวอย่างข่างการเคลือนไหวของรถถัง โดยมีภาพเป็นขบวนรถ ซึ่งถ้าติดตามข่าวก็จะพบว่าเป็นการย้ายยุทโธปกรณ์ ไปทำการฝึก ซึ่งก็มีข่าวจากวิทยุหลายคลื่นก็นำเสนอข่าวมาว่าอย่าตื่นเพราะเป็นการไปฝึก จากนั้น ข่าวปลอมก็สวมบทบาทว่ามีการปลดนายทหารออกมา

ซึ่งเราก็จะเห็นว่าข่าวจริงที่ออกมามักจะมีผู้ที่ต้องการหยิบข่าวนั้นออกมาบิดเบือนเสมอถ้าเป็นยุคนี้ก็จะออกแนวได้เปรียบเสียเปรียบกันทางการเมือง

ทำไมคนต้องแชร์ข่าว

มาสโลว์กล่าวว่า (Masloow's theoly) ความต้องการของมนุษย์ มีห้าขั้น
1. ความต้องการทางพื้นฐาน เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย
2. ความมันคง เช่น ความปลอดภัย
3. การยอมรับ เช่น การยอมรับ ทางสังคม ความรุ้สึกดี ความรัก
4. เกียรติยศ  ความมีชื่อเสียง
5. การประจักตน ความสำเร็จส่วนตัว

จากห้าขั้นที่กล่าวมาจะพบว่า ขั้นที่ 3 ของมนุษย์เป็นสิ่งที่หลายคนแชร์ก็คือความต้องการเป็นที่ยอมรับว่าฉันนั้นมีข่าวเร็ว ข่าววงใน รู้ก่อนใครๆ ก็เลยทำให้ไม่ทันได้ตรวจสอบความถูกต้อง

อย่าตกเป็นเหยื่อ

ข่าวปลอมจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผู้ใดให้ความร่วมมือ เพราะเป้าหมายของข่าวปลอมก็เพื่อทำลายคู่ต่อสู้โดยอาศัยการกระจายข่าวทาง Social network โดยใช้วิธีใช้ภาพสื่อความหมาย จะโดยการตัดต่อภาพ แล้วกระจายข่างออกไป โดยการทำงานเป็นทีม เมื่อมีคนแชร์กันมาก ๆ

จะหาแหล่งรวบรวมข่าวปลอม

หลายสำนักข่าวตอนนี้ก็มีการรวบรวมข่าวปลอมเอาไว้ให้คอยตรวจสอบเพียงแค่เข้าเว็บของสำนักข่าวผมยกตัวอย่าง เช่น

กระปุกดอทคอม
ไทยรัฐ
สนุกดอทคอม

หรือใช้ Google ค้นคำว่า ข่าวปลอมเราก็จะพบว่ามีหลายเว็บไซต์ทำการรวบรวมไว้เพื่อการตรวจสอบถึงแม้ว่าในเว็บไซต์ต่าง ๆยังไม่รวบรวมไว้ ก็ อดใจรอครับ หรือ ใช้วิธีค้นจากแหล่งที่มาโดยตรงเช่น เว็บของราชกิจจานุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th  โดยตรง

การค้นหาข่าวที่เป็นโฆษณาจากเฟสบุค

เฟสบุคเปิดโอกาศให้เราทำการสืบค้นได้ว่า ข่าวไหนเป็นข่าวที่มาจากการโฆษณา โดยเรามักจะเห็นคำว่าได้รับการสนับสนุน แต่เฟสบุคเองก็มีเครื่องมือในการค้นหาคลังโฆษณาเช่นกัน ที่ https://www.facebook.com/ads/archive/

Google สร้างเครื่องมือรายงานการใช้เงิน

จากการเลือกตั้งล่าสุดของสหรัฐอเมริกา Google เองได้ทำการรวลรวมสถิติการใช้เงินในการโฆษณาหาเสียง โดยแบ่งเป็นรายรัฐ ผมอยากนำเสนอให้ Google ทำแบบนี้กับประเทศไทยด้วย โดยปัจจุบันหลายคนคิดว่าประเมินยากอย่างน้อยเราก็ยังเห็น ข้อมูลบางส่วนได้
https://transparencyreport.google.com/ 

ไม่ใช่แค่รายงานการใช้งบประมาณการโฆษณาอย่างเดียว ยังมีการนำเสนอข้อมูลที่ทางภาครัฐต้องการจะremove ออกจากการค้นหาอีกด้วย

วิธีสร้างความตระหนักในองค์กร

ปัจจุบันหลายหน่วยงานเริมเอาวิธีการอบรมเข้ามาใช้โดยวิธีการส่งข่าว ปลอมมาหลอกกันภายในให้พนักงานแล้ว ดูวาจะมีใครตกเป็นเหยือบ้าง เมื่อพบเหตุการณ์จากเมล์ล่อลวง และจากนั้นก็จัดอบรมสร้างความตระหนักในเรื่องนี้ อันนี้เป็นหนึงตัวอย่างที่ ภายในหน่วยงานใช้วิธีสร้างความตระหนักกันภายใน



วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

DNS Flag Day ใครที่ต้องระวัง

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปเว็บไซต์บางเว็บจะใช้งานไม่ได้ อันเนืองมาจากการประกาศให้เป็นวัน DNS Flagday ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ต้องท้าวความก่อนครับว่าการที่เราใช้งาน Internet ได้นั้นนอกจากจะต้องมีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันแล้วจะต้องมีที่อยู่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเขาก็ใช้วิธีระบุด้วยหมายเลขซึ่งเราเรียกกันว่า IP Address แต่การที่มนุษย์จะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ มนุษย์เองต้องจำหมายเลขนั้นให้ได้ แต่มันเป็นเรื่องยากที่เราจะต้องจำหมายเลขเหล่านั้น เขาจึงมีระบบที่เรียกว่า DNS หรือ Domain Name System โดยระบบนี้จะแปลชื่อโดเมนมาเป็นเลข ip address เปรียบเสมือนการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ด้วยชื่อและเราก็ค้นเบอร์ของคนเหล่านั้นด้วยชื่อแล้วก็ไม่จำเป็นต้องจำหมายเลข

ในอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน DNS จะคอยทำหน้าที่นี้คอยเปลี่ยน ชื่อให้กลายเป็นหมายเลขโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องจดจำชื่อ ยกตัวอย่างเช่น www.opensource2day.com ก็จะมีชือ Domain ว่า opensource2day.com ส่วน www จะเป็นโดเมนย่อยหรือ subdomain ที่ทำหน้าทีระบุที่อยู่ของเว็บ ถ้าหากเป็นอีเมล์ ก็จะใช้ subdomain ว่า mail.opensource2day.com คนที่ดูแล subdomain ก็คือเจ้าของโดเมนหลักนั่นเอง

DNS ก็จะมีผู้เรียนรู้กันทั้งหมดตามโครงสร้าง เริ่มตั้งแต่ ระดับประเทศ และไล่ลงไปถึงเจ้าของโดเมน เช่น bangkok.go.th ระดับสูงของโดเมนนี้คือเจ้าของ  .go.th ส่วนคำว่า bangkok ก็จะเป็นหน่วยงาน  ในที่นี้ก็คือสำนักงานกรุงเทพมหานคร

ผู้ที่ต้องการจะมีชือโดเมนให้ตรงตามหน่วยงานก็จะต้อง ชำระค่าทำเนียบมรายปี กับ ผู้ให้บริการ

เนื่องจาก DNS ในระบบเก่านั้นใช้งานกันมาไม่ตำว่า 20 ปี มันก็จะมีผลเรื่องของความเร็วและมันจะช้าลงไปเรื่อง อีกทั้งโอเมนในระบบเก่า ประสบกับปัญหาเรื่องของการถูกโจมตีจนไม่สามารถให้บริการได้ ที่เรียกว่า DDOS ดังนั้นผู้ผลิดซอฟต์แวร์ในเรื่องของ ระบบ DNS จึงได้ปักธงว่า วันที่ 1 นี้จะ DNS ในระบบเก่าจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ผู้ให้บริการ ที่รับผิดชอบเรื่องของ DNS จะต้องเปลี่ยนมาให้บริการในรูปแบบ EDNS

ระบบ DNS เดิมเริ่มใช้งานกันมาตั้งแต่ 1987 จนถึงปัจจุบัน ส่วน EDNS นั้นเริ่มใช้กันในปี 1999 จะเห็นว่าEDNSใช้กันมาสิบกว่าปีแล้ว ดังนั้นก็ไม่น่าจะเหลือใครที่ยังไม่เปลี่ยน แต่กลายเป็นว่าปัจจุบันยังมีผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ DNS ในเวอร์ชั่นเก่าอยู่มาก เขาก็จึงตั้งธงว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2019 จะต้องอัพเดทกันได้แล้ว เช่น
ตัวอย่างของชื่อซอฟต์แวร์ DNS
BIND  ,Knot Resolver  ,PowerDNS Recurs

การที่จะตรวจสอบว่า DNS ของเราจะมีปัญหาหรือไม่ให้เข้าไปที่ https://dnsflagday.net/
แล้วกรอกชื่อโดเมนดูครับว่าผ่านหรือไม่ผ่านถ้าไม่ผ่านก็ต้องทำการอัพเดทซอฟต์แวร์ของระบบทันทีหรือติดต่อผู้ให้บริการเว็บโฮสติง แต่ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐที่ดูแล โดเมนย่อยของตัวเองก็ต้องลองทดสอบดูและทำการอัพเดท หรือ อัพเกรดระบบ


วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

เจาะประเด็นสินค้าเทคโนโลยีในปี2019ในงาน CES 2019

 จบลงแล้วงาน CES 2019 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงสินค้าเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งงานนี้จัดไปแล้วเมื่อวันที่ 8 มกราและสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่เวกัส งานนี้จัดโดย Consumer Technology Association (CTA) มีสมาชิกกว่า 2000 บริษัทในสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่างานนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่แต่ก็ใช่ว่าบุคคลทั่วไปจะสามารถเข้าชมงานนี้ได้ผู้ที่เข้าชมงานนี้ได้เพราะมีเพียงแต่สื่อมวลชน บล็อกเกอร์และนักเขียนมากมาย พื้นที่ในการจัดแสดงในงานนี้ใช้พื้นที่กว่า 2.75 ล้านตารางฟุต มีสินค้าเข้าร่วมแสดง 24 หมวดสินค้า งานนี้ถึงแม้ว่าบุคคลทั่วไปจะไม่สามารถเข้าชมได้แต่ก็มีผู้คนที่มีสิทธิ์เข้าไปดูถึง 180,000 คนจาก 155 ประเทศรวมถึงสื่ออีก 6,500 คนที่เยี่ยมชม บริษัทที่จัดแสดงสินค้าในครั้งนี้ประมาณ 4,500 รายการ มาดูจุดเด่นของงาน

จุดเด่นของปี
จุดเด่นของงานในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ไร้สาย  ปัญญาประดิษฐ์ จอภาพหรือทีวีขนาดใหญ่และความคมชัดสูง 8K การประมวลผลภาพที่รวดเร็ว รถยนต์ไฟฟ้า
Dell จอใหญ่มาก
จอภาพหรือทีวีขนาดหน้าจอใหญ่ 65”  ถ้าพูดถึงความคมชัด ต้องระดับ 8k ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยี OLED การออกแบบให้น่าใช้ไร้ขอบ เมาะกับนักพัฒนาและนักเล่นเกมส์
ภาพจาก techradar.com

อุปกรณ์ VR
หน้ากากสวมใส่สำหรับ VR เพื่อให้เสมือนจริง ก็ให้การแสดงผลที่ระดับ 8k  ต้องไร้สายและที่เป็นเทรนก็คือมีกล้องเพื่อให้เห็นภายนอกหน้ากากและผสมกับความเป็น virtual
ภาพจาก techradar.com

ปัญญาประดิษฐ์
ปัญญาประดิษฐ์ อย่าง Alexa ของค่าย Amazon

ภาพจาก techradar.com

จะมีการนำมาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อพูดคุยโต้ตอบ รวมถึ รวมถึงใช้คำสั่งในการสั่งงานต่างๆได้ด้วยเนื่องจากคุณสมบัติของอเล็กซ่าที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นมากมายสามารถสั่งให้เปิดเพลงหรือแม่กระทั่งให้อ่านอีบุ๊ก ที่ซื้อไว้ใน kindle ของ Amazon ได้ด้วย

โน้ตบุ๊ค
Labtop ในปีนี้ส่วนใหญ่เน้นไปที่ ไปที่การออกแบบ เป็นเครื่องเล่นเกม เจาะกลุ่มเกมเมอร์ทั่วโลก  เน้นความบาง เบา ใช้งานได้นาน
ภาพจาก techradar.com

การถ่ายภาพ
ในด้านของเทคโนโลยีการถ่ายภาพในปีนี้เราจะพบเห็นSDX ขนาด 1T ตัวแรกของโลกซึ่งจะมีวางจำหน่ายเร็วเร็วนี้ เพื่อให้รองรับกับ กล้องที่มีความคมชัดเป็นกล้องถ่ายวิดีโอขนาด 8k ในปีนี้
ภาพจาก techradar.com

Smart home
สมาร์ทโฮมหรือบ้านอัจฉริยะจะเป็นที่น่าสนใจและจะมีสินค้าออกมาเยอะมากยกตัวอย่างเช่นกระจกอัจฉริยะที่จะมีสไตล์มากกว่าที่คิดที่เรารู้คือว่ามันจะมีข้อมูลออกมาที่กระจกในขณะที่เรากำลังจะใช้กระจกครับเครื่องดูดฝุ่นล่าสุดก็จะแสงฟังฟังเอไอต้องไปด้วยนะครับเพิ่งพับผ้ารวมถึงก่อนให้แสงสว่างอัจฉริยะที่สามารถให้ความสว่างในกลางแจ้งได้ Google assistant  ปีนี้ไปอยู่ในกระจกห้องน้ำเช่นเดียวกันข้อมูล information ต่างๆเกี่ยวกับสภาพอากาศหรือสิ่งที่เราจะถามกับ Google lassistant ข้อมูลก็จะโชว์ที่กระจกซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นข้อความรูปภาพที่เป็นแอลอีดี
ภาพจาก techradar.com

เครื่องพับผ้า
เครื่องพับผ้าที่จะพับผ้าให้ภายในห้านาทีเหมาะกับคนที่เบื่อในการพับผ้า เสื้อผ้าเยอะ ว่ากันว่าราคาอยู่ที่ 980$

ภาพจาก techradar.com

ระบบความปลอดภัย DIY จาก Arlo
ตรวจจับการเคลื่อนไหว ตรวจจับคาร์บอนมอนอกไซด์ ตรวจจับการรั่วไหลของน้ำ จะทำให้บ้านของเราปลอดจากการถูกคุกคาม และสามารถสื่อสารกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมตัวอื่นๆเช่นของซัมซุง

ภาพจาก techradar.com

หุ่นยนต์ lovot
Lovot จาก Groove X ถู ถูกออกแบบมาให้เรียกความรักจากเจ้าของมันจะศึกษาพฤติกรรมและแสดงพฤติกรรมเหมือนสิ่งมีชีวิตและหุ่นยนต์ตัวนี้จะอยู่เป็นเพื่อนคุณเสมอผู้ที่อยู่คนเดียวหรือเป็นเพื่อนกับเด็กหุ่นยนต์ตัวนี้มีความซับซ้อนมากตอบสนองต่อการสัมผัส และซึ่งมันมีกล้องไมโครโฟน กล้องตรวจจับความร้อน ติดไว้ที่หัวราคาอยู่ที่ 598,000 เยนหรือประมาณ 7750 เหรียญ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะมีขายจริงเมื่อไหร่คาดว่าช่วงปี 2020
ภาพจาก techradar.com
สินค้าต่างๆ เหล่านี้ที่นำมาจัดแสดงโดยมากจะเป็นสินค้าที่จะออกมาขายในปีนี้ยังมีอีกมากที่ผมไมไ่ด้หยิบมานำเสนอ สามารถอ่านเนือหาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.techradar.com/news/ces-2019 

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562

Project soli เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของมือด้วยเรด้าร์ ได้รับอณุมัติจากสหรัฐอเมริกา

กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง สำหรับ project Soli ของ google เนื่องจาก google ได้รับอณุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐในการใช้คลืน เรด้า เพื่อการจับความเคลื่อนไหวของมือ ที่เรียกว่า project Soli ต่อจากนี้ไปช่วงเดือนมีนาคม ก็จะมีการขอเพิ่มเติมในคลื่นวิทยุที่มีความถี่ 57 - 64 GHz ซึ่งเป็นความถี่ที่สูงมาก แต่คลื่นวิทยุความถี่นี้สามารถใช้งานบนเครื่องบินได้

Google เปิดเผยโครงการนี้เมื่องาน google I/O ช่วงปี 2016 โดยตัวชิฟ มีขนาด 5x5 mm เท่านั้น และชิฟตัวนี้มีการประมวลผลที่ 10000 เฟรมต่อวินาที โดยการส่งคลื่นเรด้าออกมาและสะท้อนกลับไปเป็นเฟรม ระดับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือออกมาเป็น 3D ลองนึกภาพว่า ภาพยนต์ที่เราดูกัน เริ่มจาก 25 เฟรมต่อวินาทียังให้ภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงมากดังนั้นการประมวลผลของชิฟ Soli sensor จะแม่ยำขนาดไหน

ลักษณะการทำงานของเรด้า คือ เมื่อ ส่งคื่นวิทยุออกไปมันจะสะท้อนกลับมาทำให้เราสามารถรู้ระยะวัตถุจากการสะท้อน และ ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสามารถ วาดวัตถุนั้นออกมาได้ ซึ่งเป็นที่นิยมกันในวงการ การบิน การทหาร การแพทย์ แต่สำหรับโปรเจคโซลิ คาดว่าจะนำมาใช้ในการควบคุมเสมือนจริง

การใช้เรด้าแทนการประมวลผมภาพจาก CCD ของกล้องเพราะ เรด้า ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของแสงสว่างดังนั้นในที่มือก็สามารถทำมือท่าทางได้

Soli เป็นโปรเจคที่นำไปใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้มากมายโดยที่ผู้ใช้งานจะทำท่าทางเสมือนกดปุ่มแต่ไปได้กดปุ่ม ทำท่าทางหมุนเม็ดมะยม นาฬิกาข้อมือ แต่ไม่ได้สัมผัสจริงเพียงใช้สองนิ้วมือสัมผัสกันเช่นเดียวกับการหมุนเม็ดมะยมที่นาฬิกา การปิดกุญแจ โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ

ความแน่นยำของท่าทางจะเกิดได้เพราะมีการนำเอาเทคโนโลยี matchine learning มาใช้แปลการเคลื่อนไหวต่าง ๆ matchine learning เป็นส่วนหนึ่งของในวิทย์คอม ซึ่งพัฒนาการจากการประมวลผลรูปแบบหรือ pattern และทฤษฎีการคำนวนของปัญญาประดิษฐ์

ยกตัวอย่างการทำไปใช้ ต่อไปจะไปอยู่ใน นาฬิกาแน่นอน เครื่องเล่น game การนำไปใช้กับ Virtual Reallity (VR) อยู่ใน Smart Phone ในอนาคต กล่องถ่ายภาพเพื่อถ่ายภาพ เมื่อสามารถลดการกดปุ่มแต่ใช้ท่าทางแทน อุปกรณ์ที่ใช้งานกันน้ำ หรือ ใต้น้ำก็จะมีความลึก

วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สรุป IoT Trends 2018

ในปีนี้ที่หลายคนคาดการกันว่า IoT จะมีปรากฏการหลายอย่างซึ่งเราจะเห็นว่าปีนี้ อุปกรณ์ทีเชือมต่ออินเตอร์เน็ต หรือ สื่อสารกับ โมบายมากขึ้น แต่เอาเข้าจริง ๆ ปีนี้สิ่งของที่เชื่อมต่ออินเตอร์ ดูเหมือนจะเติบโตไปอย่างช้าๆ มาดูว่ามีอะไรที่เติบโตขึนไปบ้าง

Smart Home
ปีนี้ smart home จะชัดเจนกว่าใครเราจะเห็นคอนโด บ้าน ใส่อุปกรณ์ อัจฉริยะมาก ขึ้นในหลายๆ โครงการ อุปกรณ์ที่นิยมก็จะเป็นข้อมูลการใช้ไฟฟ้า การเปิดปิดอุปกรณ์ เช่น smart Plug เครื่องฟอกอากาศปรับการไหลเวียนอากาศในบ้าน

Smart fram
การเติบโตของ Smart Farming ในปีนี้ดูเหมือนไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร เพราะการลงทุนกับอุปกรณ์ยังสูงอยู่ ยอดขายโดรนที่ใช้พ่นยา ก็มีขายได้บ้าง แต่การพ่นยาก็ไม่ได้ทำบ่อยเท่ากับการรดน้ำ  เกษตรกรยังคงใช้วิธีตั้งเวลาเปิดปิดมากกว่าที่จะติด อุปกรณ์ อัจฉริยะ แบบให้รถน้ำเอง แต่ก็มีแนวโน้มว่า การปลูกต้นไม้บนที่พักอาศัยเช่นคอนโดที่นิยมเลี้ยงแคนตัส จะมีการใช้อุปกรณ์ มือ ถือสั่งรถน้ำต้นไม้ มีอุปกรณ์ที่ขายแล้วเช่น กระถางต้นไม้จาก mi เครื่องรถน้ำขนาดเล็กสั่งการผ่านมือถือ  เครื่องฟักไข่อัตโนมัติ

Smart Health
ในด้านสุขภาพเราจะเห็นการลงทุนเรื่อง Iot กันอยู่บ้างเพื่อต้องการรับข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยในรถฉุกเฉิน และส่งข้อมูลของอุปกรณ์เหล่านั้นไปยังโรงพยาบาล เช่นตำแหน่งรถเพื่อส่งข้อมูลในการบริหารการเดินทางของรถที่มีผู้ป่วยติดไฟแดง อุปกรณ์การแพทย์รุ่นเก่า ก็มีการศึกษาถึงการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต เพื่อส่งข้อมูลไปถึงโรงพยาบาล

IIoT
ในด้านอุตสาหกรรม ช่วงนี้อาจจะยังไม่เห็นทิศทางเท่าที่ควรว่าจะเติบโตไปในทางใดแต่เครื่องจักรรุ่นใหม่จะมีการเก็บและส่งข้อมูลกันแล้ว เพื่อตรวจสอบการทำงานย้อนหลัง

I beacon และ  Eddystone
อุปกรณ์ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในปี 2018 แต่ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรอย่างเช่น อุปกรณ์  ที่เรียกว่า BLE เพราะการใช้งานผู้รับต้องเปิด สัญญาณบูลทูธตลอดเวลา และที่สำคัญ BLE ต้องมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ อาจจะสอง ปีแล้วค่อยเปลี่ยนก็จะไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานแต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ยังอยู่ในเทรนที่น่าจะเติบโตได้


วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561

5G มาแน่ จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ไม่ต้องคาดเดาครับว่าความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือนั้นจะก้าวเข้าสู่ยุค 5G อย่างแน่นอน ความเร็วที่มากขึ้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี 4G จะทำให้การโอนถ่ายข้อมูลมีความเร็วอย่างน้อย 1 Gbps (กิกะบิตเปอร์เซค)แต่ 5G มีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดที่ 20 Gbps และมีความหน่วงเวลาที่น้อยกว่า 10 มิลลิวินาที

การมี 5G จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมหลายด้านเพราะบริการใหม่ที่อยู่ในระบบคลาวจะทำให้เกิดสิ่งที่ในอดีตนั้นทำไม่ได้  เช่นการเรนเดอร์ภาพแล้วส่งกลับมาทางผู้ใช้ ก็จะทำได้แบบเรียวไทม์ และคาดการณ์กันว่าในยุค 5G แอพพลิเคชั่นต่างๆจะอยู่บนคลาวเกือบทั้งหมดแทบจะไม่ต้องติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์

การเติบ การเติบโตของอินเตอร์เน็ตอ๊อฟติง (Iot) จะชัดเจนมาก จะเห็นแอพพลิเคชั่นบางอย่างที่เคยสั่งการจากภายนอกและเปิดปิดอุปกรณ์ภายในบ้านจะไม่หน่วงเวลา ซึ่งปัจจุบันยังมีความหน่วงเวลาอยู่ตามความเร็วของเครือข่าย เมืออัตราการหน่วงเวลานั้นเพียงแค่ 0.5 มิลลิวินาที  การสั่ง การสั่งเปิดปิดไฟจะใช้เวลาในลักษณะเรียวไทม์

ในโรงงานอุสาหกรรม ที่มีการใช้หุ่นยนต์จะสามารถเชื่อมต่อกันบนคลาวน์จะเป็นแบบเรียวไทม์ก็จะทำให้สำนักงานใหญ่ที่อยู่ในต่างประเทศสามารถตรวจสอบระบบงานและวัดประสิทธิภาพของการผลิตในโรงงานได้แบบเรียวไทม์  สามารถควบคุมการผลิตและอัพเกรดซอฟต์แวร์ได้รวดเร็ว

รถยนต์ก็จะมีปกรณ์เซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับคราวด์ เพื่อการควบคุม และสื่อสาร นั่หมายความว่ารถยนต์ไร้คนขับก็จะเป็นจริงมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ GPS สำหรับรถยนต์จะเชื่อมต่อคราว์ดและประมวลผลเลือกเส้นทางที่เหมาะสม

อุปกรณ์ประเภทกล้อง CCTV ซึ่งปัจจุบันการเชื่อมต่อเพื่อให้ได้ภาพความคมชัดสูงยังคงต้องพึ่งพาสายเคเบิล แต่ต่อไปในอนาคต กล่องวงจรปิดตามท้องถนน ก็จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Smart ซิตี้ผ่านระบบไร้สายส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วทำให้กล้องซีซีทีวีนั้นจะติดตั้งเข้าไปถึงในซอยหรือได้บริเวณครอบคุมมากขึ้นได้ หรือที่เข้าถึงได้ยากเพราะไม่ต้องเดินสายไกล

เมื่อพูดถึง Iot อุปกรณ์เซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตจะเยอะมากที่คาดการณ์กันว่าการส่งข้อมูลจะเป็นแบบสตรีม ไม่ต้องแบ่งเป็นส่ง 10 วินาทีครั้งซึ่งเราจะเรียกว่า Edge computing จะทำงานร่วมกับ คราว์ด Big data และ AI จะ

เราจะได้เห็น เราจะได้เห็นคนใช้แว่น AR มากขึ้นเนื่องจากว่าเขาสามารถที่จะประมวลผลรูปภาพส่งมาแสดงที่แว่นได้อย่างรวดเร็วซึ่งการประมวลผลแบบเรียวไทม์จะถูกนำมาเชื่อมต่อกับการวิเคราะห์ข้อมูลหรือร่วมกับหุ่นยนต์ จะทำให้ผู้ใช้งานนั้นมีความราบรื่นมากขึ้น

ยกตัวอย่างบริษัทLockheed Martin มีการใช้เออาร์เพื่อสร้างเครื่องบินเจ็ตเอฟสามห้า ด้วยการแสดงผลบนแว่นที่คนงานสวมใส่ทำให้เห็นได้ว่าแต่ละชิ้นส่วนควรวางลงในตำแหน่งใดทำให้เพิ่มผลผลิตได้ถึง 30% เพิ่มความแม่นยำขึ้นถึง 96%

เท่าที่กล่าวมาจะเห็นว่า 5G มนุษย์จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสากรรมเพราะว่าเครื่องจักรก็จะสื่อสารกับเครื่องจักรด้วยกันเองอย่างรวดเร็วและเครื่องจักรก็จะส่งข้อมูลมายังมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วเช่นกันและประมวลผลร่วมกับ ปัญญาประดิฐษ์มากขึ้น

เครืองโทรศัพท์คงต้องเปลี่ยน สำหรับมือถือที่รองรับ 4.5G แล้วเช่น iPhone 6s / 6s Plus ขึ้นไป, Huawei Mate 8 ขึ้นไป, Samsung Galaxy S6 ขึ้นไป, LG G4 ขึ้นไป และ HTC One 9 ขึ้นไป

แหล่งที่มา จากรายงานของ พันเอก ดร. เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ http://www.nbtc.go.th/News/Information/32534.aspx


วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Digital Disruption ที่มีผลกระทบระดับชาวบ้านยังไง

ถ้าเรามามองว่าคำว่า Digital Disruption หรือการที่โลกดิจิทัลเข้ามารบกวน จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องของคนทำธุรกิจในระดับบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น เพราะวันนี้เดินไปตามตลาดนัดพ่อค้าแม่ขายก็บ่นว่า ขายของไม่ค่อยได้ คนขับแท็กซี่ ก็บ่นว่าหาคนยากขึ้น ยุคนี้ทุกคนต้องให้ความสนใจกับ การที่โลกดิจิทัล เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะวันนี้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอยู่บ้านก็จับจ่ายสินค้าได้ ผมเชื่อว่าปัจจุบัน คนสั่งสินค้าออนไลน์มากขึ้น เพราะสามารถเลือก เปรียบเทียบ อ่านคำติชม ได้ จากการสังเกตุ วันคนโสดที่ผ่านมา 11.11 จากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นวัน Shopping ของชาวจีน Alizila ได้เคยออกรายงานว่าในวันดังกล่าวมีแบรดใหม่เข้ามาขายมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ที่มา alizila

 ทำให้ปัจจุบันวันคนโสด ลุกลามไปทั่วโลก ทุกเว็บจัดกิจกรรมลดราคากันมากมาย และ ที่กำลังจะมาถึงในวันศุกร์ที่ 23 พ.ย. คือ Black Friday ซึ่งเมื่อก่อนนิยมกันในแถบฝรังอเมริกา แต่วันนี้แทบจะทุกร้านค้าออนไลน์เตรียมโปรโมชั่นกันหมดแล้วแบบนี้ แถมด้วยร้านเหล่านี้ก็แถมคูปองส่วนลดกับ https://www.picodi.com เมื่อได้ส่วนลดก็จะสามารถนำรหัสส่วนลดไปใช้กับเว็บที่ร่วมรายการ เว็บ Picodi ช่วยทำให้คนรู้จักร้านค้าเหล่านี้มากขึ้นก็เป็นกลยุทธ ในการขายอีกช่องทาง


เราจะเห็นว่าร้านน้อยรายใหญ่ ยังมุ่งทำการตลาดหลายช่องทางเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็บชาวบ้านร้านค้าเดินถนนก็ต้องดิ้นเกาะกระแสตามด้วย

ผลกระทบของชาวบ้านจากร้านค้าออนไลน์

เราคงไม่ต้องไปสำรวจไกลเอาใกล้ตัวมากที่สุดว่าเคยสั่งของออนไลน์บ้างไหม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นของชิ้นนั้นมาก่อนแต่ก็มีคนเคยซื้อมาแล้วรีวิว ถึงจะยังไม่ได้ซื้อ แต่ก็เคยไปมองของจริงมาแล้ว และถ้าหากยังไม่ได้ซื้อก็หันมาค้นสืบราคาจากร้านออนไลน์ที่น่าสนใจ และถ้ามีคูปองส่วนลดเพิ่มเข้ามาร่วมด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าในตลาดคนเดินทำไมจึงมีแต่คนขายแต่ไม่มีคนซื้อ 

ผลกระทบจากร้านอาหารในบ้าน

ร้านอาหารในบ้านคือร้านที่รับคำสั่งซื้อจาก Line จาก สื่อออนไลน์แล้วส่งของถึงหน้าบ้าน จากทำขายในหมู่บ้าน จนกลายเป็นขายส่งทั่วกรุงเทพ ร้านค้าเหล่านี้พัฒนาการมาจาก การที่หมู่บ้านเข้าไปลึกอยู่ห่างจากชุมชนจะต้องขับรถออกไปถึงจะเจอร้านค้าเพราะส่วนมากหมู่บ้านเหล่านั้นมักจะไม่ให้ลูกบ้านใช้บ้านเปิดหน้าร้านทำการค้า จึงทำให้ลูกบ้านแบ่งปันอาหารที่ทำเองและขายกันในหมู่บ้าน ผ่านไลน์กลุ่มมาร์เก็ตของชุมชน พบว่ากิจการหลายร้านกลายเป็นอาหารตามสั่งที่เติบโต ทำอาหารกล่องส่งตามบริษัท  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารร้านรวงต่างๆ จะมียอดขายดี แค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ ร้านอาหารบางร้านก็รับมือด้วยการส่งเดริเวอร์รี่ แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องของออนไลน์

ร้านเสื้อผ้าตามถนนคนเดินคนหาย

ก็เพราะว่าสิ้นค้าเหล่านี้ในร้านออนไลน์ ที่ไม่นับรวม Live ขายกันผ่านหน้าจอ ที่เพิ่มมากขึ้นประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ Live สดผ่าน Facebook ภูมิภาคนี้พอๆกับเวียดนาม


ภาพเช้าวันพุธที่ 21 พ.ย

วิธีรับมือ

ยุทธวิธีที่ตลาดคนเดินจะสามารถรับมือได้ก็คือต้องสำรวจว่าตลาดออนไลน์ขายกันเท่าไหร่เราขายเท่าเขาหรือมากกว่านิดหน่อย สินค้าที่รับมาใช้วิธีรับฝากขายไม่ซื้อสินค้ามากักตุนไว้เอง เพราะสินค้าที่รับมาก็มีขายในโลก ออนไลน์เช่นกัน เพราะหลายครั้งคนก็ยอมซื้อที่ร้านค้ามากกว่าเพราะได้สินค้าทันทีไม่ต้องรอหลายวันให้หงุดหงิด บางทีได้สิทธิ์คืนสินค้าได้ถ้ามีปัญหา

ดังนั้นการรับมือกับ Digital Disruption ของช้าวบ้านร้านตลาดคนเดินก็ต้องสำรวจโลกออนไลน์ซึ่งหนีไปไม่ได้ โทรศัพท์มือถือ ราคาไม่กี่พันบาทต้องเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์และนำร้านของตัวเองขึ้นโลกออนไลน์ให้ได้ เช่นทำ QR-Code เพื่อแอดเพื่อนกับคนที่เดินถนนมาสนใจสินค้าเรา  Line@  แลกเบอร์ส่ง Facebook page หมั่นรีวิวสินค้า ผ่านทุกช่องทาง สังคมยุคใหม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรุ้ ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องนำไปใช้ เรียนรู้ข่าวสารว่าจริงหรือเท็จ เรียนรู้วิธีใช้งาน กล้าที่จะรีวิวสินค้า ใช้ blogger ให้เป็นประโยชน์ เรียนรู้วิธีการถ่ายภาพศึกษาว่าภาพสวยๆเขาถ่ายกันอย่างไร ดึงลูกค้าออฟไลน์มาให้รู้จักเราบนออนไลน์ให้มากขึ้น

ยุคทองของพ่อค้าแม่

จะว่าไปแล้วยุคนี้เป็นยุคทองของพ่อค้าแม่ค้าเพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้หลายช่องทาง เช่น ออนไลน์ เฟสบุค เข้าไปสร้างรายละเอียดสินค้าทาง wordpress.com หรือสมัครเป็นพ่อค้าเอาสินค้าไปฝากขาย เมื่อเทียบกับสิบกว่าปีที่แล้ว นักขายเก่งๆ มักจะใช้วิธีเดินเคาะประตู แล้วหมั่นทำความรู้จังลูกค้ารายใหม่ หรือใช้วิธี ขอรายชื่อผู้ลูกค้ารายใหม่ ยุคนี้ตลาดคนกลุ่มใหม่หางายกว่าสมัยก่อนเยอะ ที่สำคัฐมากๆ คือความตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่อการเรียนรู้ 

กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ไหน

กลุ่มลูกค้าอยู่ที่ไหนเราก็ไปที่นั่นนกลุ่มใหม่เขาไปพบปะเจอกันในโลกออนไลน์ที่ไหนก็ต้องเข้าไปให้ถึงแต่ควรจะมี Blog หรือเว็บหลักเพื่อใส่รายละเอียดที่สำคัญๆ ของสินค้าเอาไว้ให้ลูกค้าได้อ่าน เรียนรู้วิธีซื้อโฆษณาในช่องทางออนไลน์ เรียนรู้ที่จะสร้างกลุ่มลูกค้าของเราเองไม่ฝากร้านกับกลุ่มของผู้อื่น

รับข้อคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์

เป็นเรื่องปกติที่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงบริการและผลิตภัณฑ์ เราอาจจะใช้ แบบสำรวจในเฟสบุค ก็ได้ หรือ จะสร้างจาก google Form ก็ได้เช่นกันเพื่อสำรวจในเบื้องต้น เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้วิธี จะเรียนรุ้ได้จากช่องทางไหน ก็ ช่องทาง Youtube.com มีทั้งคนไทยสร้างวิธีเอาไว้อยู่ ต้องค้นหาและเรียนรู้