วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563

เมื่อมนุษย์ทำให้ AI ประมวลผลเชิงอารมณ์ การรู้ดิจิทัลของเรา (Digital Literacy) ไม่เริ่มไม่ได้แล้ว

การประมวลผลเชิงอารมณ์หรือ“ AI ทางอารมณ์” ปรับแต่งประสบการณ์ตามพฤติกรรมความชอบและอารมณ์ของผู้ใช้แต่ละคน 

ในอดีตคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์กับอารมณ์ของมนุษย์หรือปัจจัยทางอารมณ์ได้ แต่สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปเมื่อนักประดิษฐ์กำลังเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ให้กับ IQ ของเทคโนโลยีในระดับที่เหมาะสม การผสมผสาน AI 

 ในอนาคต ในอนาคตอันใกล้การโต้ตอบกับเทคโนโลยีของมนุษย์ที่ชาญฉลาดทางอารมณ์เช่นนี้น่าจะก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ และวิธีการทำงานใหม่ ๆ

เช่นแอพจะถามคำถามที่อนุญาตให้ลูกค้าแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจความกังวลและความต้องการระยะยาวของพวกเขา นอกจากนี้ยังรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์การกุศลเป้าหมายของแต่ละบุคคลบุคคลสำคัญและความสัมพันธ์ อัลกอริทึมตรงกับความสนใจของลูกค้ากับเนื้อหาการบริหารความมั่งคั่งนำเสนอข้อมูลการลงทุนและการเงินที่เป็นส่วนตัว

การศึกษาพฤติกรรมจากน้ำเสียงผ่านการสนทนากับ AI ซึ่งจะทำให้ AI โต้ตอบกับมนุาย์แบบมีอารมณ์ ทำให้เกิดอรรถรส ในการสนทนา




สวมเอียร์บัดตรวจจับสมองที่มีอิเล็กโทรดที่วัดการทำงานของสมองชองมนุษย์ อุปกรณ์ มีลักษณะและการทำงานเหมือนเอียร์บัดบลูทู ธ มาตรฐาน สวมทางศรีษะ มันคือ electroencephalogram (EEG) แบบเคลื่อนที่ที่สามารถวัดและวิเคราะห์ระดับความเครียดและความฟุ้งซ่านให้ผู้สวมใส่  และได้รับข้อเสนอแนะทันทีเพื่อปรับปรุงสุขภาพประสิทธิภาพการทำงานหลังการประชุมเครียด

เมื่อ AI เรียนรู้อารมณ์ มนุษย์ต้องรู้ดิจิทัล

 เด็กยุคนี้เราอาจจะเรียกเขาว่า ชาวดิจิทัล เพราะเด็กๆยุคนี้จะสามารถมีส่วนร่วมเทคโนโลยี่ได้อย่างง่ายดาย เช่นการเข้าถึงสือส้งคมออนไลน์ การใช้งานวีดีโอสตรีมมิ่งหรือการถ่ายทอดสด

เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุการเข้าถึง หรือการรู้ดิจิทัล ดูจะน้อยมากและจะไม่ค่อยถนัดเวลาต้องใช้งาน เมื่อคนสองวัยมาเจอกัน ผู้สูงอายุก็จะไม่เข้าใจว่า ทำไมเด็กๆชอบอยู่แต่หน้าจอ ตลอดเวลา 

สำหรับผู้ที่ไม่รู้ดิจิทัล ก็อาจจะไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐได้ ยกตัวอย่าง การลงทะเบียนเพื่อ ขอรับควาช่วยเหลือจากรัฐ ช่วง covid-19 

สมรรถนะสำหรับความรู้ดิจิตอลสามารถจำแนกตามสามหลักการสำคัญ: การใช้งาน การเข้าใจ และการสร้าง 

การใช้งาน (Use)แสดงถึงความคล่องแคล่วทางเทคนิคที่จำเป็นในการมีส่วนร่วมกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ทักษะและความสามารถที่อยู่ภายใต้การ“ ใช้” มีตั้งแต่ความรู้ทางเทคนิคขั้นพื้นฐานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ เว็บเบราว์เซอร์ อีเมล และเครื่องมือสื่อสารอื่น ๆ ไปจนถึงความสามารถที่ซับซ้อนมากขึ้น ในการเข้าถึง และใช้แหล่งข้อมูลความรู้เช่นเครื่องมือค้นหา และฐานข้อมูลออนไลน์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นคลาวด์คอมพิวติ้ง

เข้าใจ (Understand)ว่าเป็นส่วนสำคัญ - เป็นชุดของทักษะที่ช่วยให้เราเข้าใจบริบทและประเมินสื่อดิจิทัลอย่างมีวิจารณญาณเพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำและพบทางออนไลน์ ทักษะเหล่านี้เป็นทักษะสำคัญที่เราต้องใช้ในการเริ่มสอนลูก ๆ ทันทีที่ออนไลน์

ทำความเข้าใจรวมถึงการตระหนักว่าเทคโนโลยีเครือข่ายส่งผลต่อพฤติกรรมของเราและการรับรู้ความเชื่อและความรู้สึกของเราเกี่ยวกับโลกรอบตัวเราอย่างไร

นอกจากนี้ความเข้าใจยังเตรียมเราให้พร้อมสำหรับเศรษฐกิจแห่งความรู้ในขณะที่เราพัฒนาทักษะการจัดการข้อมูลแบบรายบุคคลและแบบรวมสำหรับการค้นหาประเมินและใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิผลเพื่อสื่อสารทำงานร่วมกันและแก้ปัญหา

สร้าง (Create) คือความสามารถในการผลิตเนื้อหาและสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือสื่อดิจิทัลที่หลากหลาย การสร้างสรรค์ด้วยสื่อดิจิทัลเป็นมากกว่าการรู้วิธีใช้โปรแกรมประมวลผลคำหรือเขียนอีเมลซึ่งรวมถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนสิ่งที่เราผลิตสำหรับบริบทและผู้ชมที่หลากหลาย เพื่อสร้างและสื่อสารโดยใช้สื่อสมบูรณ์เช่นรูปภาพวิดีโอและเสียง และมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบกับเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นจาก Web 2.0 เช่นบล็อกและฟอรัมการสนทนาการแบ่งปันวิดีโอและภาพถ่ายการเล่นเกมบนโซเชียลและโซเชียลมีเดียรูปแบบอื่น ๆ

สิ่งที่ยังน่าห่วงคือ “ความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล” เพราะทุกช่วงวัยยังมีพฤติกรรมเสี่ยงในโลกออนไลน์ ทั้งการไม่เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 3 เดือน การระบุวันเดือนปีเกิดในโลกออนไลน์ การทำธุรกรรมในเว็บธนาคารโดยไม่สังเกตURL  การคลิ๊กลิงก์ที่ไม่รู้จัก แชร์โลเคชั่นพิกัดของตนเอง ไม่ลบรหัสผ่านหลังใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะ ไม่ตั้งคำสั่งล็อคหน้าจออัตโนมัติหลังเลิกใช้งาน อัพโหลดบอร์ดดิ้งพาสในโซเชียลมีเดีย ฯลฯ โดยพบว่า Gen Z ที่อายุไม่เกิน 22 ปีเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองมากที่สุด ขณะที่ทุกช่วงวัยมีความตระหนักรู้อันตรายของพฤติกรรมเหล่านี้ต่ำมาก เช่น กรณีการอัพโหลดบอร์ดดิงพาสก่อนขึ้นเครื่อง มีคนรู้ว่าไม่ปลอดภัยเพียงร้อยละ 12

สิ่งที่สำคัญในยุคนี้ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะโลกของดิจิจทัลเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมีอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทักษะในการหาความรู้ การสืบค้น การสังเกตุ

ภายใต้ "การรู้ดิจิทัล" คือความหลากหลายของทักษะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันซึ่งทักษะเหล่านั้นอยู่ภายใต้ การรู้สื่อ (Media literacy) การรู้เทคโนโลยี (Technology literacy) การรู้สารสนเทศ (Information literacy) การรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เห็น (Visual literacy) การรู้การสื่อสาร (Communication literacy) และการรู้สังคม (Social literacy)


 

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Facebook จะฟ้องรัฐบาลไทย

เป็นข่าวเมื่อต้นเดือนสิงหาคมทางกระทรวง DES ส่งคำสั่งศาลไปให้ Facebook ปิดกลุ่มบางกลุ่มที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อมาก็ได้มีการเปิดเผยว่า เป็นกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ซึ่งมีผู้ติดตาม 1 ล้านคน หลังจากนั้นไม่นาน วันที่ 25 สิงหาคม Facebook ก็ได้ทำการปิดกลุ่มนี้ และ ไม่สามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าจะผ่านช่องทางในประเทศหรือนอกประเทศ

กลุ่มนี้ตั้งในช่วงที่รัฐบาล สั่งให้ทุกกิจการหยุดอยู่บ้านในช่วง มีนาคม - พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงทำให้ นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย เปิดกลุ่ม มาร์เก็ตเพลสกันขึ้นมา เพื่อซื้อขายสินค้าโดยใช้ชื่อ มหาวิทยาลัย เช่น ธรรมศาสตร์มาเก็ตเพลส จุฬามาเก็ตเพลส โดยมีรุ่นพี่ รุ่นน้อง ศิษย์เก่า มาโพสต์ซื้อ ขายสินค้ากัน

หลังจากเฟสบุคได้ทำการปิดกลุ่มนี้ไป ก็มีการให้สัมภาษณ์ของ โฆษกเฟสบุคผ่าน CNN และเว็บไซต์ Business Insider [อ้างอิง ข่าวจาก CNN] 

Facebook กล่าวว่ารัฐบาลไทย "บังคับ" ไม่ให้ผู้ใช้ในประเทศไทยเข้าถึง Royalist Marketplace ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสมาชิก 1 ล้านคนที่มีโพสต์เกี่ยวกับราชวงศ์ไทย เฟซบุ๊กระบุว่ารัฐบาลเห็นว่าเนื้อหา "ผิดกฎหมาย"
"คำขอเช่นนี้รุนแรงขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแสดงออกของผู้คน" โฆษกของ Facebook กล่าวในแถลงการณ์ของ CNN Business "เราทำงานเพื่อปกป้องและปกป้องสิทธิ์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนและกำลังเตรียมที่จะท้าทายคำขอนี้ตามกฎหมาย"

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาหลังจากปิดไป ผู้ก่อตั้งกลุ่ม รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ก็ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่และก็มีผู้ติดตามกลับมากว่า 6 แสนคนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

จากประเด็นที่เกิดขึ้นนี้เฟสบุคเองก็คงออกมาแสดงจุดยื่นว่าเขาส่งเสริมเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น ตามประเภทของธุรกิจของเฟสบุค การที่เฟสบุคจะฟ้องจริงหรือไม่นั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

จากกระแสของเรื่องนี้ทำให้ข้อความ รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสติดอันดับเทรนของ Google ในวันนี้



ที่ผ่านมา Facebook มีนโยบายลบข้อความที่ก่อให้เปิดความรุ่นแรงของนักการเมืองมาแล้ว ดังนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่ Facebook จะมีปัญหากับ นักการเมือง เช่นในประเทศตัวเอง Facebook ก็เคยมีปัญหากับทรัมป์ เรื่องการลบ ข้อความหาเสียงที่ก่อให้เกิดความรุนแรง

ที่อินเดีย Facebook ก็มีปัญหากับ นาย T. raja Singh นักการเมือง [อ้างอิง ข่าวจาก WSJ] กับการพูดที่ถึง ชาวโรฮิงญา ไปในทางที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง




วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563

อาชีพที่รอคุณอยู่ในยุค 5G

 ช่วงนี้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G กำลังทยอยออกมาให้เลือกซื้อกันแล้ว สำหรับคนที่ต้องการจะใช้บริการความเร็วสูงของ 5G ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ระหว่าง 5G กับ 4G นั้นความเร็วแตกต่างกันมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ หากใครเคยโทรผ่าน Line ผ่านระบบ 4G จะพบว่าบางครั้งเสียงขาดๆหาย ๆ  ความเร็ว 20 กิกกะบิทต่อวินาทีนั้นหมายความว่าสามารถดาว์นโหลดภาพยนต์ความละเอียดสูงขนาด 2 กิกะไบต์ ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที รองรับการเชื่อมต่อ เร็วกว่า 4G ประมาณ 20 เท่า สำหรับ 5G นั้นเว็บไซต์ TOT อ้างว่าในหนึ่งตารางกิโลเมตรจะรับอุปกรณ์ได้ 1 ล้านเครื่อง ซึ่ง 4G รองรับได้แค่ 1 แสนอุปกรณ์ในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรเราจึงมักจะพบกับปัญหาเวลามีคนมารวมตัวกันมากๆ จะมีปัญหาเรื่องการรับส่งข้อมูลที่ขาดๆหายๆ การมาของ 5G จะรองรับกับอนาคตของรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ในโรงงานที่ตอบสนองการควบคุมระยะไกล อย่างทันทีทันใดไม่เกิดการหน่วงเวลา ดังนั้นการส่งข้อมูลให้ AI ประมวลผล AI จะส่งข้อมูลกลับมาอย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยีที่มารอในช่วงรอยต่อของ 4G และ 5G ก็คือ Iot, AI, Big DATA 

อาชีพที่รออยู่

1. นักวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากข้อมูลมากมายจะวิ่งไปหาผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์ สินค้า IoT ที่ส่งข้อมูลกลับไปสะสมบนคราว์นคอมพิวติ้ง ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่รอให้นักวิเคราะห์ข้อมูลไปวิเคราะห์ว่าลูกค้าชอบสินค้าแบบไหน สินค้าแบบไหนที่ลูกค้าต้องการ

2.นักเทคโนโลยีที่มีความเข้าใจระบบ สามารถ out source งานและประสานงานกับ ซอฟต์แวร์เฮาส์ต่าง ๆ ได้เพราะแนวโน้มนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะรับงานอิสระมากขึ้น รวมถึงโปรแกรมเมอร์ด้วย 

อาชีพที่ไม่ต้องใช้ไอทีมากนั้นก็รออยู่

3.นักขายหรือนักการตลาดออนไลน์ที่สามารถนำเอาข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์ได้ว่าสินค้าอะไรน่าจะนำเสนอให้กับคนกลุ่มไหน นักขายต้องวิเคราะห์ข้อมูลได้ หรือตอนนี้ควรจะเอาอะไรมานำเสนอ นักการตลาดที่มีความสามารถติดต่อประสานงานกับต่างประเทศ มีความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมระหว่างประเทศ หรือจะเรียกว่านักการตลาดออนไลน์ระหว่างประเทศ

4. นักกฏหมายที่รู้กฏหมายของแต่ละประเทศ ยกตัวอย่างที่เกิดในบ้านเราตอนที่ Grab car, Uber เข้ามาให้บริการใหม่ๆ ก็มีปัญหาเรื่องรถป้ายดำ ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นแท็กซี่ จะให้บริการรับส่งก็จะผิดกฏหมาย

5. Online Instructor รวมถึงอาชีพ Youtuber ที่ทุกคนสามารถนำเสนอความรู้ความสามารถต่าง ๆ ออกทางช่องทาง Video Streaming เช่น youtube Twitch.tv 

6. อีสปอร์ต (Esports) กีฬาออนไลน์ และ Game Caster ที่ต้องมีทักษะด้านการพูด การสื่อสาร เพราะใช้เสียงเป็นหลัก หากพูดแล้วสื่อสารได้ไม่ได้ แม้ว่าจะสร้างสรรค์แค่ไหนก็ยากที่จะถ่ายทอด อารมณ์ต่าง ๆ ไปสู่ผู้รับชมได้


แหล่งหางานออนไลน์

เว็บไซต์ https://fastwork.co/  https://www.fiverr.com/  https://www.freelancebay.com/

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563

อินเดียแบน TikTok และแอปอื่นๆ จากจีนหลังจากมีการปะทะกันที่ชายแดน

หลังจากที่มีการปะทะกันที่ชายแดนบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างกองทัพอินเดียและจีน ทำให้เดือนนี้ ทหารอิเดียเสียชีวิต 20 นาย ทางรัฐบาลของอินเดียจึงมีความกังวลว่า แอปของจีนที่ได้รับความนิยมในโลกโซเชียล อาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคง

แอปพลิเคชั่นของจีนหลายตัวกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกโดยเฉพาะในอินเดียที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่สอง ความกังวลของรัฐบาลอินเดียเกรงว่าแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่รอินเดีย คือ TikTok นั้นจะแอบส่งข้อมูลกลับไปยังจีน จึงได้ประกาศแบนแอพลิเคชั่น tiktok 

ไม่ใช้เฉพาะ Tiktok เท่านั้น WeChat ของ Tencent Holding และ UC Browser ของ Alibaba Group ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยซึ่งแอปสองตัวนี้มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.2 พันล้านรายโดยเฉพาะในดอินเดียและอิโดนิเซีย

แอพTikTokเป็นวีดีโอแอพ แบบโซเชีลมีเดีย เจ้าของก็คือ บริษัท ByteDance Ltd, ตั้งอยู่ที่ปักกิ่ง แอพนี้ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอินเดีย พอๆ กับ Facebook และ WhatApp

เดื่อนที่ผ่านมา TikTok ถูกดาว์นโหลดและติดอันดับฮิตอันดับต้นๆ ชองหนึ่งใน10 จากการจัดอันดับและเป็นแอฟจากประเทศจีนสามค่ายนี้

Bytedance ได้เข้ามาลงทุนในอินเดีย และมีพนักงานถึง 2000 คนในอินเดีย ล่าสุดโฆษกหญิงของเขาได้ออกมายืนยันว่าแอพ TikTok นั้นปลอดภัยและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอินเดีย ซึ่งรัฐบาลสามารถติตด่อ ประสานงานได้ทันที ต่างจาก Tencent และ อาลีบาบา


TikTok นั้นได้พยายามทำงานกับท้องถิ่นในหลายๆประเทศ ซึ่งในไทยเอง TikTok ก็พยายามเข้ามาทำการตลาดดึงดูดวัยรุ่นให้เข้ามาใช้งาน ล่าสุดก็เปิดฟีเจอร์ดึงผู้สอนออนไลน์เข้ามาใช้ TikTok ในการสอนโดยเรียกชื่อว่า TikTokUni โดยมีการนำรางวัลมาเป็นตัวชูโรงให้กับผู้ที่สมัครเป็นผู้สอน

จากการที่เกิดการปะทะกันและมีการสูญเสียเกิดขึ้น ทำให้สงครามดิจิตอลร้อนขึ้นมาด้วยวัยรุ่นอินเดียต่างพากันลบแอปพลิเคชั่นของจีนออกจากเครื่องโทรศัพท์ด้วยการปลุกใจให้เกิดการเป็นชาตินิยม

เจ้าหน้าที่ของอินเดียกล่าวอีกว่า เขาจะห้ามบริษัทโทรคมที่มีรัฐเป็นเจ้าของ ซื้อสินค้าอุปกรณ์เครือข่าย 4G  และ 5G จาก Huawei และ ZTE ทางรัฐบาลของอินเดียยังได้เตือนผู้ประกอบการเอกชนที่กำลังจะเปิดตัว 5G

อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมากรองจากจีนและเป็นตลาดใหญ่มากทั้ง google FaceBook และ Twitter ต่างก็ได้เข้ามาลงแข่งในสนามนี้ด้วยเช่นกัน

tiktok นั้นเคยถูกศาลที่อินเดียเมื่อปี 2562 ให้ถอดแอพนี้ออกจาก แอพสโตร์หลังจากมีการพิจารณาว่าอาจทำให้มีภาพเด็กอนาจารและมีการกลั่นแกล้งกันทางอินเตอร์เน็ต ต่อมาภายหลัง ศาลได้กลับคำตัดสิน เมื่อ TikTok ขออุธรณ์

หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐเองก็กำลังชั่งน้ำหนักว่า TikTokนั้นมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงของประเทศหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม กำลังมีการเสนอกฏหมายว่าห้ามพนักงานของรัฐเล่น TikTok




วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

หากต้องทำงานที่บ้านต้องเตรียมตัวอย่าไร

ในสถานการณ์แบบนี้ หากต้องทำงานที่บ้านต้องเตรียมตัวกันอย่างไร เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ เครื่องมือ และ ใจของคนทำงาน

การเตรียมความพร้อม

ในบริษัท ควรมีการฝึกซ้อมก่อนจะมีการลงมือปฏิบัติให้ทุกคนทำงานจากบ้าน แต่การฝึกซ้อมให้ทำกันในที่ทำงานก่อน หัวข้อที่ต้องฝึกซ้อมกันในที่ทำงานก็คือ
การใช้เครื่องมือในการประชุมทางไกล เข่น skyp, zoom.us ,
การใช้เครื่องมือในการแชร์ไฟลเอกสารร่วมกัน เช่น google doc, google drive
การใช้เครื่องมือในการวางแผนติดตามงาน เช่นระบบบริหารจัดการโครงการ granty,
การใช้เอกสารดิจิทัลต้องมีระบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น docusign

การทำงานที่บ้านคนทำงานต้องทำอย่างไร

คนทำงานที่บ้านต้องเตรียมความพร้อมเรื่องของ ความเร็วอินเตอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมกล้องเว็บแคม เพื่อใช้ในการประชุม โต๊ะทำงานที่พร้อมสำหรับการทำงาน ที่สำคัญคือเรื่องของการแบ่งเวลาให้พร้อมในการทำงาน


วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563

สถานการณ์ COVID-19 เทคโนโลยี ช่วยให้โรงเรียนหลายแห่งต้องเปิดห้องเรียนออนไลน์

ช่วงนี้ประเทศไทย หลายๆมหาวิทยาลัยก็เริ่มมีการสอบปลายภาค โรงเรียนก็ได้ปิดเทอมไปแล้ว กิจกรรม ค่ายสำหรับเด็ก ถูกยกเลิกกันไป แต่ในต่างประเทศที่ยังมีการเรียนการสอนอยู่ในตอนนี้ ต่างก็หันมาใช้เทคโนโลยีเรียนทางไกลกันมากขึ้น

ที่ประเทศจีน กระทรวงศึกษาธิการของจีนได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้โรงเรียนใช้แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตเป็นทางเลือกในการสอนแบบออนไลน์ นอกจากนี้ยังวางแผนเปิดห้องเรียนบนระบบคลาวด์แห่งชาติ ทำการจัดหาสื่อการสอนและหลักสูตรสำหรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

โดยการให้คะแนนนั้นก็จะเป็นการเน้นไปที่การมีส่วนร่วมในการอภิปรายในชั้นเรียน ซึ่งจะทำผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโออย่าง Dingtalk ของ Alibaba และ Ketang ของ Tencent

จากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ในสหรัฐ ส่งผลให้มหาลัยวิทยาลัยวอชิงตัน (Washington University) ตัดสินใจปิดมหาวิทยาลัยชั่วคราวเป็นมหาวิทยาลัยแรกในสหรัฐ และเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ เพื่อป้องการระบาดเพิ่มเติมของไวรัสโคโรนา

ตามที่มหาลัยวิทยาลัยวอชิงตันได้ประกาศ หลายๆ มหาลัยได้เริ่มออกมาตรการป้องกันตามมา เช่น มหาวิทยาลัยซีแอตเทิล (Seattle University) มหาลัยวิทยานอร์ทอีสเทิร์น (Northeastern University) วิทยาเขตซีแอตเทิล และมหาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ได้ตัดสินใจทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และเปลี่ยนการสอบเป็นแบบ take-home



แนะนำเครื่องมือเรียนกันแบบออนไลน์

zoom.us ก็เป็นเครื่องมอที่สามารถทำ video ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 100 คนในเวอร์ชั่นฟรี

google class room ที่โรงเรียนเคยสมัครไว้ก็สามารถใช้งานได้ ดี

facebook กลุ่มปิดก็สามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้

https://moodlecloud.com/ เปิดให้สมัครและใช้งานฟรี ด้วยพื้นที่ 1G ครูสามรถนำไปใช้งานได้

อ้างอิง

มหาวิทยาลัยในจีนใช้ elearning
https://techsauce.co/tech-and-biz/online-learning-in-china-due-to-the-coronavirus-covid-19

มหาวิทยาลัยในสหรัฐใช้ Elearning
https://techsauce.co/tech-and-biz/us-universities-close-classrooms-as-virus-spreads

ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐ
https://www.cdc.gov/

เว็บการบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
https://www.osha.gov/SLTC/covid-19/controlprevention.html#health

เว็บกรมควบคุมโรคของไทย
https://ddc.moph.go.th/

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ไมโครซอฟต์กำลังจะทำ defender สำหรับ android , ios และ Linux

สถานการณ์ ไวรัสคอมพิวเตอร์ รุนแรงไม่แพ้กับไวรัสในมนุษย์เหมือนกัน ก็คือ ไวรัสคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันไวรัส ที่เราเคยพูดกันว่า mac หรือ Apple ไม่ติดไวรัส Linux ไม่ติดไวรัส แต่ในปัจจุบัน ไวรัสสามารถติดต่อผ่าน เว็บไซต์ผ่านการโฆษณาหลอกลวงต่าง ๆ ติดต่อกันผ่าน link ที่ส่งต่อๆกันผ่าน line เพื่อลักลอบขโมยข้อมูล บัญชีธนาคาร หรือ ทำให้การทำงาน ผิดพลาด หาก ติดไปถึงเครื่อง ของผู้ใช้งาน

ในปีที่ผ่านมาไมโครซอฟต์ได้เปิดตัว EDR สำหรับ  macOS และได้รับการตอบรับอย่างดี และได้พยายามที่จะทำให้สามารถใช้งานเพิ่มเติมผ่านระบบปฏิบัติการอื่นด้วย

ไมโครซอฟต์เปิดเผย ที่งาน RSA conference 2020 เขากำลังจะสร้าง Defender ระบบปฏิบัติการ Linux ออกมาแล้ว และภายในปีนี้ จะตามมาด้วย android และ  ios

หลังจากที่ไมโครซอฟต์ ถูกกล่าวหามานานว่าระบบปฏิบัติการ windows เป็นต้นเหตุของการเผยแพร่ไวรัสเพราะเนื่องจากผู้ใช้ทั่วไปไม่ได้ ติดตั้งซอฟต์แวร์ antivirus หากจะติดตั้งต้องซื้อเพิ่มเติมจากค่ายซอฟต์แวร์อื่นมาทำการติดตั้ง สำหรับระบบปฏิบัติการ  linux ถึงจะมี  firewall ให้ติดตั้งแต่น้อยคนที่จะทำการติดตั้งเพิ่มเติม อีกทั้ง ClamAV ของ Linux จะใช้ได้กับ desktop แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมไวรัสใหม่ๆได้ทันสมัย

การปล่อย Defender สำหรับ Linux เป็นความร่วมมือกันของ ubuntu linux และ ไมโครซอฟต์ที่ co-technical กันเรื่อง subsystem ของ windows สำหรับ Defender  บน linux สามารถใช้ได้กับ Linux หลายค่ายเหมือนกัน เช่น redhat Enterprise, debian, CentOS, SUSE ,Oracle Enterprise Linux

ผู้ใช้งานทั่วไปติดไวรัสได้อย่างไร
โดยมากก็จะติดมาจากการ copy ไฟล์ต่าง ๆ ผ่าน USB-drive ผ่านช่องทาง e-mail , การคลิก link ที่เชิญชวนต่าง ๆ ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร หลีกเลี่ยงการ crack software เพราะก่อน crack จะต้องปิดการทำงานของ antivirus ความรุนแรงของ ไวรัส ก็จะมีตั้งแต่ ก่อกวน ไปจนถึง เข้ารหัสเครื่องและเรียกค่าไถ่ บางตัวก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ antivirus ถอดรหัสได้บางตัวก็ไม่สามารถทำได้ 

เมื่อพูดถึง RSA conference แล้วก็ต้องเล่าว่างานนี้เป็นงานอะไร RSA conference 2020 เป็นงานประชุมวิชาการที่เกียวกับความปลอดภัยทาง cyber โดย RSA เป็นชื่อ ขั้นตอนวิธีสำหรับเข้ารหัสด้วยกุญแจดิจิตอลแบบอสมมาตร หรือ  Public Key encryption ปัจจุบันถูกนำมาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานการเข้ารหัสและลายมือชื่อดิจิทัล โดยนักคณิตศาสตร์ สามคน  รอน ริเวสต์ (Ron Rivest) อาดี ชามีร์ (Adi Shamir) และเล็น แอเดิลแมน (Len Adleman) ที่ MIT โดยที่ RSA มาจากนามสกุลของทั้ง 3 คน สมัยที่พวกเขาเรียน ปริญญาเอกที่ MIT เมื่อปี เมื่อ พ.ศ. 2520 และทาง MIT จดสิทธิบัตรไว้เมื่อปี 2526 และสิทธิบัตรหมดอายุไปเมื่อปี 2543


อ้างอิง
https://techcommunity.microsoft.com/t5/microsoft-defender-atp/microsoft-defender-atp-for-linux-is-coming-and-a-sneak-peek-into/ba-p/1192251#

https://www.zdnet.com/article/microsoft-previews-microsoft-defender-atp-for-linux/