วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โครงการ Internet ดาวเทียม Starlink โดย elon musk ปล่อยสุ่วงโคจรแล้ว


โครงการปล่อยดาวเทียม ในโครงการ Internet ดาวเทียมชื่อ Starlink โดย elon musk เริ่มขึ้นแล้ว



กลุ่มดาวเทียม 60 ดวงแรกถูกปล่อยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน จากดาวเทียม 12,000 ดวงที่ถูกส่งไปยังวงโคจรประสบความสำเร็จในวันพฤหัสบดีโดย บริษัทของ Musk ซึ่งวางแผนที่จะใช้พวกมันเพื่อส่งสัญญาณการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตจากอวกาศสู่โลก SpaceX เผยแผนการในการจะปล่อยดาวเทียม ดวงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้วย Falcon 9 เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด 1 Gbps ให้บริการอินเทอร์เน็ตในปี 2019 โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2024

SpaceX กล่าวว่าระบบให้บริการอินเทอร์เน็ตดังกล่าวจะมีความเร็วสูงสุดได้ถึง 1 Gbps และมี latency อยู่ในช่วงระหว่าง 25-35ms จากในปัจจุบันที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมี latency อยู่ที่ 600ms หรือมากกว่า อีกทั้งเป็นความเร็วที่สูงกว่าอินเทอร์เน็ตตามสายส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

หลังจากที่มีการปล่อยก็มีการพบเห็นขบวนของดาวเทียมที่กำลังเคลื่อนที่ข้ามท้องฟ้าเช่นที่โพสต์ออนไลน์โดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นมาร์โกลังโบร๊กก์ในขั้นต้นทำให้เกิดความตื่นเต้นและความประหลาดใจ

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดจนเว็บไซต์ยูเอฟโอดัตช์ เอาไปโพสล้อเรียนว่ากำลังจะเผชิญหน้าจากต่างดาว

แต่สำหรับนักดาราศาสตร์ความตื่นเต้นเริ่มต้นอย่างรวดเร็วแต่ทำให้เกิดความหวาดกลัวเมื่อพวกเขาเริ่มคำนวณผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ ผู้คนเกี่ยวกับจักรวาล หรือนักดาราศาสตร์

ผมกระทบจากความเห็นของผม
เมื่อการปล่อยดาวเทียมครบ 12000 ดวงหรือ อินเตอร์เน็ตดาวเทียมให้บริการสิ่งที่น่าสนใจหาก ปล่อยให้ใช้บริการฟรีผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแต่ละประเทศ อาจจะถูกรบกวนจากโครงการนี้


แหล่งที่มา https://www.theguardian.com/technology/2019/may/28/spacex-satellites-could-blight-the-night-sky-warn-astronomers
แหล่งที่มา https://www.techtalkthai.com/spacex-2019-satellite-internet/

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โอเพนซอร์สกับการรับมือสงครามการค้ากรณี Huawei เมื่อรัฐบาลสั่งให้ google เลิกคบ หลัง 90 วันต่อจากนี้ไป


Android เป็น โอเพนซอร์สที่ทาง Google นำมาปรับปรุงให้สามารถแข่งขันกับ Apple ได้จนมีบริษัท Hardware ต่าง ๆ เข้าร่วมโครงการกับ Google จึงทำให้เราเห็นว่า Android นั้นมี Hardware ที่หลากหลายรวมถึง หัวเว่ยเองก็เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย โอเพนซอร์สนั้นสำคัญอย่างไร เราได้เห็นแล้ว จีน สามารถพึงพาตัวเองทางเทคโนโลยีได้

เป็นข่าวตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม กระแสวิภาควิจารณ์เรื่องของการที่ Google หยุดทำธุรกรรมกับหัวเว่ย รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของ หัวเว่ย เพราะหัวเว่ยเองไม่ได้มีแค่ โทรศัพท์มือถือ แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์เครือข่าย อื่นๆ ตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานตามบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์เครือข่าย เช่น Routher , Switch, Hub ไปจนถึง เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่

วันนี้จะพูดถึง Android ที่กระทบกับผู้ใช้งานทั่วๆไป แต่ก็เชื่อว่าไม่มีผลกระทบมากอย่างที่หลายๆคนคิด เพราะเนื่องจาก ระบบปฏิบัติการ Android เป็นลิขสิทธิ์แบบโอเพนซอร์ส ซึ่ง หมายถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อใช้ลิขสิทธิ์แบบนี้คือ ต้องเปิดเผยซอร์สโค๊ดของซอฟต์แวร์ ในที่นี้หมายถึงระบบปฏิบัติการ ดังนั้น ปัญหาเรื่องการอัพเดทระบบปฏิบัติการจะไม่ได้มีผลกระทบกับผู้ใช้งาน เท่าไหร่เพราะทาง หัวเว่ยเองก็จะเป็นผู้ที่จะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับ hardware ของหัวเว่ย

ในระดับผู้ใช้งาน play store ถ้าหากในอนาคตเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ไม่มี play store มาด้วยจะเป็นปัญหาหรือไม่ ปกติแล้วในส่วนนี้ หัวเว่ย สามารถสร้าง play store ขึ้นมาให้โทรศัพท์ของเขาสามารถเข้าถึง แหล่งซอฟต์แวร์ของตัวเองได้ และ ก็เชื่อว่าหากสภาพแวดล้อมของการเผยแพร่ application ไม่ต่างกันมากกับ android  ก็จะมีนักพัฒนา นำงานของตัวเองมาขึ้นบริการกับหัวเว่ย

เนื่องจาก Android เป็น Open Source ที่เปิดซอร์สโค๊ด อยู่แล้วหัวเว่ยสามารถที่จะปรับปรุงซอฟต์แวร์ได้เองรวมถึงสามารถสร้างร้านขาย Application ของตัวเองได้ในอนาคตแต่การตัดขาดครั้งนี้ทำให้ผู้ใช้งานจะไม่สามารถอัพเดท youtube ได้ และ app อื่น ๆ ของ google

แต่หัวเว่ย ไม่ได้สนใจกลับยอมรับข้อตกลงและบอกว่าตนเองนั้นมีระบบปฏิบัติการที่ทำไว้แล้ว ชื่อ Hong Meng ตามที่เราได้ติดตามข่าวสารกันอย่างต่อเนื่อง

การทำระบบปฏบิบัติการใหม่ไม่ใช่เรื่องยากเนื่องจาก ระบบปฏิบัติการ Linux ที่โอเพนซอร์สจนทำให้เกิด ระบบปฏิบติการ Android ก็มีที่มาจาก Linux มาทำระบบปฏิบัติการสำหรับโมบาย ปัจจุบันก็มี ค่าย canonical ที่ทำระบบปฏิบัติการ ubuntu linux ก็ได้ทำ ubunto phone ออกมาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่  บริษัท โนเกีย ก็มี ระบบปฏิบัติการชื่อ Meego ที่อยู่ใน Nokia N9 และออกมาในรูปแบบ โอเพนซอร์ส ด้วยเช่นกัน

การที่จะมีระบบปฏิบัติการใหม่ออกมาแข่งกับ google และ Apple มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากเพราะองค์ประกอบของมันอยู่ที่ แอปพลิเคชั่น ที่นักพัฒนาจะนำมาชนกับ ฝั่ง android ถ้านักพัฒนาเอาด้วยผู้ใช้งานก็จะมีทางเลือก ถาวว่าทำไมนักพัฒนาถึงไม่มาทำแอปให้ฝั่งค่าย อื่น ๆ บ้าง ลำพังทำแอปให้ android กับ Apple ก็ใช้เวลามากพอแล้ว การที่พวกเขาจะต้องมาทดสอบแอปให้เข้ากับระบบปฏิบัติการใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้บุคลากรเพิมขึ้นนั่นเอง

แต่ถ้าระบบปฏิบัติการนั้นมีค่ายอื่นมาร่วมด้วยกันมากๆแบบ Android ก็จะมีความเป็นไปได้ที่จะต่อกรกับ Google ได้

เทคโนโลยีระบบเปิดหรือที่เรียกว่าโอเพนซอร์สเราจะเห็นชัดเจนในศึกครั้งนี้ว่า การมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองนั้นไม่ต้องเริมจากศูนย์ ใช้วิธีการพัฒนาต่อยอด บรรลุข้อตกลงร่วมกันว่าจะต้องเปิดเผยรหัสหรือซอร์สโค๊ดของซอฟต์แวร์ ก็จะทำให้เกิดนวรรตกรรมใหม่ๆ ได้ไม่ยาก บนพื้นฐานของการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ ที่เราเรียกว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเท่าเทียม โปร่งใส เพราะตรวจสอบซอร์สโค๊ดได้

ความเป็นโอเพนซอร์สของซอฟต์แวร์หลาย ๆ ตัวที่ขับเคลื่อน กันอยู่ในปัจจุบัน รัฐบาลจีนเองเคยให้ข่าวว่าให้กระทรวงกลาโหมของเขานั้นใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ที่พัฒนาเองชื่อว่า Red Flag Linux
https://en.wikipedia.org/wiki/Red_Flag_Linux

หลังจากเกิดเหตุการหัวเว่ยได้ไม่นาน เกาหลีใต้ ก็มีประกาศออกมาว่าให้ใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการแห่งชาติเพราะนอกจากจะ ปลอดภัยในเรื่องการถูกระงับทางการค้าแลัว Linux จะยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ 780 พันล้านวอน

ในยุคที่ Linux สามารถใช้งานกับเครื่อง Desktop ได้ดีรัฐบาลไทยเองก็ต้องวางแผนเรื่องนี้เอาไว้ด้วยหากเกิดเหตุต้องเลือกข้างขึ้นมา หรือ เราต้องเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง พึงพาตัวเองให้ได้ ทางเทคโนโลยี แต่เท่าที่ผ่านมารัฐบาลไทยทุกสมัยยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Microsoft Love Linux

นับตั้งแต่ ไลนัส ทอวัล สร้างระบบปฏิบัติการ Linux ขึ้นมาเพื่อเรียนแบบการทำงานของ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ UNIX ที่ทำงานกับ CPU INTEL นับเป็นเวลากว่า 25 ปี ที่ Linux หรือ ไวนัส (
Linus Torvalds)  เป็นระบบปฏิบัติการที่ แข็งแรงในเรื่องการใช้งาน พร้อมๆกันหลายๆคน และทำงานได้พร้อมกันหลายๆงานในเวลาเดียวกัน จนแตกหน่อ ออกไปมากมาย หรือเรียกว่า ดิสโทร (Distro) เช่น Redhat ,suse ,ubuntu

เหตุที่วันนี้พูดเรื่องนี้ก็เพราะว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน ไมโครซอฟต์จะนำเอาแกนกลางของระบบปฏิบัติการ linux มาใข้ร่วมกับ ระบบปฏิบัติการ windows 10.โดยเรีนกว่า Subsystem2 WSL2 นั้นแสดงว่ามี WSL1 มาก่อนแล้ว.สำหรับ WSL2 จะเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ให้อารมณ์เหมือนได้ใข้งาน Linux

ระบบปฏิบัติการ windows เป็นระบบปฏิบัติการที่เกิดมากับ CPU intel เป็นที่นิยมใช้งานทั่วไป ในอดีตที่ผ่าน สองโอเอสนี้ ก็มีแฟนคลับที่เหนียวแน่นเรียกว่ากินกันไม่ลง พอมามีความร่วมมือกันทาง้ทคนิคของ canonical กับ microsoft ทำให้ windows เองนั่นใช้งานแอปพลิเคชั่น ของ linux ได้มากขึ้น
สิ่งที่ windows ได้ประโยชน์ในครั้งนี้ก็คือ จะสามารถ ใช้งาน docker , kuburnetes และอ่านไฟล์ในระบบของ linux สำหรับสิ่งหนึ่งทำให้ ไมโครซอฟต์หันมา รัก linux ก็คือเรื่องของ Azure cloud ของไมโครซอฟต์นั่นเอง เพราะนักพัฒนา สร้างงาน บน Docker แล้ว deploy ขึน คราว์น ดังนัน หากนักพัฒนาไม่สามารถ ทำงานกับ.Docker ได้สะดวก เขาก็จะหันไปใช้ Linux แบบเต็มตัว เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาทำงาน Linux ผ่าน virtual machine (VM) เพราะ WSL1 ช้าและไม่คล่องตัว 

สำหรับผู้ใช้งานทั้วๆไปจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรมาก แต่ในส่วนของ นักพัฒนาซอฟต์แวร์จะได้รับประโยชน์เต็มๆ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนระบบปฏิบัติการไปใช้ Linux 

ส่วนผู้ใช้งาน Linux เองก็หวังว่าสักวันหนึ่งซอฟต์แวร์ที่ วิ่งอยู่บนระบบปฏิบัติการ windows จะสามารถติดตั้งบน ระบบปฏิบัตการ Linux


ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่า Developer ส่วนมาก ทำไมถึงใช้ OSX กันก็เพราะ มีโครงสร้างเป็น UNIX อยู่แด่เดิมและก็พัฒนามาจากซอฟต์แวร์ระบบเปิด 

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562

โดรนส่งสินค้าสร้างความเดือดร้อน

หลังจากทีเราได้ยินข่าวมากมายในช่วยสองสามปีที่ผ่านมาว่า การส่งสินค้าในอนาคตจะมีการใช้ อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนส่งสินค้า เช่น ในสหรัฐอเมริกาเอง Amazon ก็ได้รับใบอนุญาตให้ทดสอบการส่งสินค้าด้วยโดรนได้ หลายๆคนก็คาดหวังว่าต่อไป สินค้าจะมาถึงมือผู้บริโภคไวขึ้นด้วยบริการโดรน
เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมาที่ประเทศออสเตเรีย บริษัท Wing บริษัทลูกของ Alphabet ได้เปิดตัวบริการโดรนเชิญพาณิชย์ ส่งสินค้าทางอากาศ (drone delivery service)  ในเขตชานเมือง Crace, Palmerston และ Franklin” ซึ่งอยู่ทางเหนือของแคนเบอร์ราในออสเตรเลีย โดรนของ Wing สามารถวางผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กหลากหลายประเภทรวมถึงกาแฟอาหารและร้านขายยาทำการปิดการทำงานของพวกเขาจากร้านค้าในท้องถิ่นไปจนถึงสวนหลังบ้านของลูกค้าภายในไม่กี่นาที

คำถามมากมายเกิดขึ้น เช่น บริการนี้จะมีได้นานแค่ไหน เสียงที่ดังมากเมื่อโดรนบินผ่าน หรือ จะหย่อนสินค้า ซึ่งเสียงเหล่านี้เป็นการรบกวนอย่างมาก คำถามในการให้บริการว่าถ้าฝนตกจะให้บริการได้หรือไม่ โดรนมีร่มชูชีพไหม กรณีฉุกเฉิน การจราจรทางอากาศจะต้องมีการบริหารจัดการยังไง

ส่วนคนที่ใช้บริการรับส่งสินค้าของ Wing ก็ชมกันว่าสะดวกไม่ต้องวุ่นวายกับการขับรถไปที่ร้านกาแฟ อยากสั่กาแฟดี ดี ตอนเช้า กาแฟก็ลอยมาส่งถึงบ้าน ภายในเวลา 10 นาทีก็ได้ทานกาแฟแล้ว

Wing ดูเหมือนจะส่งเสริมการจัดส่งอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่คนต้องการบ่อย แต่อีกแนวทางถ้าคุณเพียงสั่งให้อาหารหลายอย่าง อาจจะต้องใช้โดรนหลายตัวเพื่อส่งอาหารให้เพียงพอ และในชานเมืองที่ทำให้เกิดการแข่งขันโกับผู้ที่ส่งของด้วยรถ การส่งมอบจะประสิทธิภาพมากขึ้น (และในอนาคตอันใกล้จะมี  ความหลากหลายของ หุ่นยนต์ทางเท้า  และยานพาหนะของตนเองเช่นกัน) Wing เสนอให้ส่งมอบสิ่งต่าง ๆ ภายใน 10 นาที แต่เมื่อเทียบกับส่งของโดยรถยนต์เวลา 20 หรือ 30 นาที นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้การบริการ
การตอบคำถามของ Wing ต่อปัญหาเสียงรบกวน (เมื่อWall Street Journalถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเดือนมกราคม) คือ:“ มันเป็นเสียงใหม่ที่หูของมนุษย์ไม่เคยได้ยินเมื่อมาถึงจุดนี้” โดยทั่วไปแล้ว บริษัท กำลังจัดการปัญหาด้วยการพูดว่า คุณจะชินกับมันในที่สุด” Wing กล่าวว่ามันทำงานบนโดรนที่เงียบกว่า แต่ก็ยังคงเป็นที่เห็นได้ว่าการปรับปรุงเป็นไปได้มากแค่ไหน

โดรนในประเทศ
ส่วนปัญหาของโดรนในประเทศไทยมีมากเช่นกันเพราะเรามีกฏหมาย ห้ามไม่ให้โดรนขึ้นบินโดยไม่ได้รับอณุญาตเหมือกัน และเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ช่างภาพที่ใช้โดรนโดยที่ไม่ไปขึ้นทะเบียน และห้ามบินสูงเกิน 90 เมตร ก็ออกมา บนและเขียนเล่าเหตุการของการเสียค่าปรับในการบินโดรนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนว่า เขาเองนั้นถูกแจ้งความ โดยมีหลักฐานการแชรภาพในเฟสบุคมาประกอบ

ส่วนคนที่เคยขึ้นทะเบียนแล้วก็มีมาเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อมีคนแอบบินโดรนในบริเวณใกล้เคียงเขามักจะถูกตำรวจเรียกเข้าไปสอบถามว่าได้ทำการบินหรือไปในเวลาดังกล่าว

เนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบินโดรน https://www.dotlife.store/blog/uav_authorization/
แหล่งที่มาของข่าว https://spectrum.ieee.org/automaton/robotics/drones/wing-officially-launches-australian-drone-delivery-service

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

STEM Education ความมั่นใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สร้างความแปลกใจเมื่อหลายๆคนเห็นข่าวญี่ปุ่นเพิ่มหลักสูตรการเขียนโปรแกรมทั้งแต่  ป 5 ก็เพราะมีรายงานว่า ปี 2020 ญี่ปุ่นจะขาดแคลนแรงงานด้าน IT ถึง 290,000 ตำแหน่ง หลายคนก็ตื่นเต้นกับข่าวนี้ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ IT เท่านั้นที่ขาดแคลน และ ไม่ แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น ประเทศไทย เมื่อ ปีที่แล้ว บริษัทรับสมัครงานออนไลน์ jobthai ก็เปิดเผยตัวเลขว่ามีตำแหน่งงานด้านไอทีที่ต้องการถึง 4000 ตำแหน่ง

ไม่เพียงแต่ตลาดแรงงานที่คาดแคลนในสาย IT แต่ในแวดวง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี ต่างก็ขาดแคลน และ คาดการณ์กันว่า เศรฐกิจยุคใหม่ จะขับเคลื่อนด้วย สหวิทยาการทั้ง 4 สาขานี้ ดังนั้น ในบางประเทศเขาจะให้นักเรียนแยกสาขา ออกไปเป็นสาขาที่เรียกว่า STEM (Science Technology Engineering Math )คล้าย ๆกับที่ สมัยก่อน พอเข้ามัธยมต้น ก็จะจัดกลุ่มเรียนตามที่ ถนัด เช่น สายวิทย์ สายศิลป์ สายภาษา ส่วนปัจจุบันในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จะมีสาขาที่เรียกว่า STEM และโรงเรียนบางแห่ง ก็แยก สาขาขึ้นมาใหม่เรียกว่า วิทยาการหุ่นยนต์

การขับเคลื่อนเศรฐกิจที่บ้านเราเรียกว่า เศรฐกิจดิจิทัล มีความจำเป็นมากๆที่จะต้อง ฝึกบุคลากรรุ่นใหม่กันตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษา โดยการบรรจุ STEM เข้าไปในหลักสูตร สำหรับประเทศไทย จะไปอยู่ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ วิทยาการคำนวณ ตั้แต่ปีการศึกษา 2561 ดังนั้น การที่เราได้เห็นข่าวเด็กประถมเรียนหุ่นยนต์ เรียนเขียนโปรแกรม ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป

มีงานวิจัยออกมาถึงปัญหาในการจัดการเรียนการสอน STEM อยู่ไม่น้อย เช่นตัวอย่างของเด็กผู้หญิงที่เรียนเขียนโปรแกรมได้ดี แต่ เวลามีการแข่งขั้นก็มักจะไม่ค่อยพบเด็กผู้หญิงลงแข่งขั้นในรายการต่าง ๆ เช่นการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ หันมามองที่ประเทศไทยก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน ในรายการแข่งขันหุ่นยนต์เดินตามเส้น ที่ผ่านมา ทีมที่เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กผู้ชาย

จากการสังเกตุในการสอนเขียนโปรแกรมสำหรับเด็กที่ผ่านมากลุ่มของเด็กผู้หญิงจะสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้ชาย แต่เด็กผู้ชายจะสามารถคิดอะไรแผลงๆออกมาได้มากกว่า น่าจะเกิดจากความซนของเด็กผู้ชาย

ชนพื้นเมืองที่่มีความเชื่อเรื่องสัตว์ เช่นเผ่า Taboo ก็ทำให้ไม่มีนักเรียนที่จะสนใจเรียนวิทยาศาสตร์  คล้ายๆ กับเด็กไทยบางคนที่ กลัวบาปเรื่องการทรมารสัตว์ หรือ ก็จะไม่ชอบเรียนชีวะวิทยา

เทรนส่วนใหญ่ของหลายๆประเทศได้นำเอา STEM มาอยู่ในสายของการเรียน แบบผสมผสานเข้าไปเช่นเอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาทางการคำนวณวิทยาสาสตร์ การพิสูจน์โจทย์ทางคณิตสาสตร์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ในแต่ละประเทศก็จะมีปัญหาคล้ายๆกันคือ เด็กเมื่อเข้าสู่ระดับมัธยม ความสนใจในวิชา คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ จะลดลง เรื่องนี้เกิดขึ้นกับหลายประเทศ แม้แต่ประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ ในระดับแถวหน้าก็ตาม (ข้อมูลจาก TIMSS 2015 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติ ) TIMSS คือ Trends in the International Mathematics and Science Study ข้อมูลต่างๆ สามารถเข้าไปเลือกได้จากเว็บไซต์ https://nces.ed.gov ข้อมูลล่าสุดจะอยู่ที่ปี 2015 เขาจะทำการทดสอบทุกๆสี่ปี ส่วนประเทศไทย ปี 2015 ไม่ได้เข้าร่วม

ในประเทศอินโดนิเซีย STEM เป็นวิชาแยกออกมาจาก คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งจริงๆ แล้วจะต้องบูรณาการเข้าด้วยกัน ซึ่งในอนาคตจะต้องมีการแก้ไขหลักสูตร  แต่ รัฐบาลของอิโดนิเซีย ให้ความสำคัญกับการนำเอา STEM เข้าไปใช้ในโรงเรียนอาชีวศึกษา เพื่อต้องการพัฒนาทักษะให้ทันกับอุตสาหกรรม ยุคที่ 4

ในสหรัฐอเมริกา ภาคการศึกษาไม่มีข้อสงสัยเลยเพราะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ให้ความสำคัญมีความเห็นตรงกันว่าประเทศต้องไปในแนวทางของการนำเอา STEM education มาใช้ เมื่อปี 2010 สภาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของประธานาธิบดี โอบาม่า คาดการณ์ว่าในอีกสิบปีข้างหน้าจะต้องผลิตบัณฑิต หนึ่งล้านคน ในสาขา STEM

สรุป
เราจะเห็นว่ามุมมองของรับบาลหลายๆประเทศสอดคล้องกันคือให้ความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เปลี่ยนไป พบว่าการให้ความสำคัญต่อสาขาSTEM ต้องเริ่มจาก ประถมศึกษา ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย และ สายอาชีพ

ข้อมูลบางส่วนจาก
International Journal of innovation in Science and Mathematics Education 2018

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562

ปฏิบัติการส่งเสริม FAB LAB ในประเทศไทย

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่อง FAB กันก่อนซึ่งมีที่มาจากคำว่า fabrication ที่หมายถึงการประดิษฐ์ ส่วนคำว่า Fab Lab ก็จะหมายถึงห้องปฏิบัติการ หรือ ห้อง ประลองสำหรับการประดิษฐ์ ซึ่งในห้องประลองนี้ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการสร้างสรรค์งานที่ประกอบไปด้วย เครื่อง 3D Print เครื่อง มือวัดอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องตัดเจาะ CNC เครื่อง เรเซอร์คัดเตอร์

Fab Lab เป็นส่วนขยายการศึกษาของศูนย์สำหรับ Bits และ Atoms (CBA) ของ MIT ซึ่งเป็นส่วนขยายของการวิจัยในการผลิตและคำนวณแบบดิจิทัล Fab Lab เป็นแพลตฟอร์มต้นแบบทางเทคนิคสำหรับนวัตกรรมและการประดิษฐ์ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นสำหรับผู้ประกอบการในท้องถิ่น Fab Lab ยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนรู้และนวัตกรรม: สถานที่เล่น, สร้างสรรค์, เรียนรู้, ให้คำปรึกษาและประดิษฐ์ การเป็น Fab Lab หมายถึงการเชื่อมต่อกับชุมชนผู้เรียนการศึกษานักเทคโนโลยีนักวิจัยผู้ผลิตและผู้สร้างนวัตกรรม - เครือข่ายการแบ่งปันความรู้ที่ครอบคลุม 30 ประเทศและ 24 โซนเวลา เนื่องจาก Fab Labs ทั้งหมดแบ่งปันเครื่องมือและกระบวนการทั่วไปโปรแกรมจึงสร้างเครือข่ายทั่วโลกห้องปฏิบัติการกระจายเพื่อการวิจัยและการประดิษฐ์

สำหรับในประเทศไทยการส่งเสริมให้โรงเรียนมีการจัดตั้ง FAB LAB ขึ้นในโรงเรียนระดับมัฐยมมากขึ้นเพื่อการส่งเสริมเรื่อง STEM ศึกษา โดยการที่เป็นการนำเอา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ มาบูรณาการในรายวิชาโดยให้ครอบคุมเนื้อหาทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้ผลเป็นรูปเป็นร่างจับต้องได้ไมได้มีแค่ในตำราเท่านั้น นักเรียนสามารถที่จะเข้ามาใช้งานเครื่องมือเหล่านี้เปรียบเสมือนแหล่งบริการทางการศึกษาเช่นห้องสมุดเป็นต้น

หัวเรือหลักในเรื่องนี้สำหรับประเทศไทย ก็จะเป็นศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช   ที่ส่งเสริมเรื่องนี้อยู่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการแจก อุปกรณ์การเรียนรู้สำหรับการเขียนโปรแกรมเพื่องานสมองกลฝังตัว ออกไปยังสู่โรงเรียน ทั้งหมด สองพันโรงเรียน โดยใช้ชื่ออุปกรณ์ตัวนี้ว่า kidBright และมีแนวโน้มว่าจะจัดสรรค์เพิ่มขึ้นอีก

การมอบเครื่องพิมพ์สามมิติทีพัฒนาโดยนักวิจัยไทยให้กับโรงเรียนที่มีความพร้อมเช่นเรียนในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนในชนบท (ทสรช.) ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

โรงเรียนในเขตการส่งเสริม EECi เช่นจังหวัดระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จำนวน 40 โรงเรียน ที่เคยได้รับอุปกรณ์ที่ชื่อว่า KidBright เข้ามาอบรมเพิ่มเติมและประเมินความก้าวหน้าด้วยการจัดประกวดโครงงาน ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน มิถุนาที่จะถึงผมจะติดตามมาเล่าสู่กันฟัง

การอบรมนักเรียนแต่ละโรงเรียนจะต้องนำความรู้ที่จากในห้องเรียนปกติ และ ห้องอบรมมานำเสนอแนวคิดว่าจะสร้างโครงงานอะไร แล้วทำการเบิกอุปกรณ์ ภายในกิจกรรมก็จะมีนักวิชาการ เข้ามาช่วยในการให้คำแนะนำในการเขียนโปรแกรม กิจกรรมการสร้างหุ่นยนต์เพื่อการกระตุ้นให้เด็กๆ เกิดความสนใจที่จะศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อีกตัวคือ การประกอบหุ่นยนต์ BEAM จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผ้สกับการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เอามาประกอบกันแล้วให้หุ่นทำงานโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเช่น หุ่นเดินตามเส้น กิจกรรมที่สามเป็นกิจกรรม ออกแบบชิ้นงานด้วยเครื่องพิพม์ สามมิติ เพื่อให้ได้ชิ้นงาน หุ่นยนต์ไต่ราว ที่มาจากการออกแบบ ของเด็กๆ

กิจกรรมสามอย่างนั้นจัดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม และให้เวลาเด็กๆ สามเดือนนำผลงานมานำเสนอกัน และนี้คือความก้าวหน้าในการพัฒนาเด็กๆ เพื่อกระตุ้นการเป็นนักประดิษฐ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ STEM และจัดตั้ง FABLAB ในโรงเรียน

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

มาตรการต่าง ๆ การตืนตัวเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศ

ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประเทศไทยมีมาอย่างยาวนาน จนประเทศไทยติดอันดับ 3 ประเทศในอาเซี่ยน(Thaipublica 2018, https://thaipublica.org/2018/06/rate-unlicensed-software-thai/)ที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ถึงขั้น ต้องเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ  (PWL) แต่ระยะหลังช่วงสองปีที่ผ่านมากระแสการเข้าตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ดูเหมือนว่าจะหายไป อาจจะเป็นเพราะเมื่อปี 2560 ไทยได้เลือนอันดับกลับมาเป็นประเทศ จับตามอง ( WL) อ้างอิงจากข่าว (โพสทูเดย์  : 2560,  https://www.posttoday.com/economy/530688) ปัจจุบันปัญหาในเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ผมขอติดตามมาเขียนให้อ่านกัน ซึ่งการหาทางป้องกันแก้ไข เริ่มมีให้เห็นกันมาบ้างแล้ว ยกตัวอย่าง

การลดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระดับอุดมศึกษา 


หลายมหาวิทยาลัยใช้แอปพลิเคชั่นอัขราวิสุทธิ์ http://www.akarawisut.com/ เพื่อป้องกันการลอกผลงานทางวิชาการ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 96 มหาวิทยาลัย (https://www.facebook.com/Akarawisut) อักขาวิสุทธิ์ ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท อินสไปก้า จำกัด ทำให้ นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยตระหนักถึงเรื่องนี้

ภาครัฐโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา


กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประสานมือ ETDA ลงนาม MoU ด้านการบริหารจัดการสิทธิใน IP และการปกป้องคุ้มครองสิทธิใน IP บนอินเทอร์เน็ต ( ETDA : https://www.etda.or.th/content/intellectual-property-on-the-internet-mou.html )

หลังจากนั้นต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562  (ไทยโพสต์ :  https://www.thaipost.net/main/detail/28759?fbclid=IwAR3-CWeGslulySKadhXKVPKFCUwRR0yp3t6LyFwhS5hJNzboS8AZX5x9yeo ) กรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ได้ทำความร่วมมือกับ ETDA กำลังพัฒนาระบบ แมงมุม ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในปีนี้ ระบบนี้ เพื่อให้ความคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ เพราะแม้ลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นตั้งแต่ที่ได้คิดค้นขึ้นมา แต่ถ้าผู้คิดค้นงานมายื่นแจ้งกับกรมฯ ก็จะทำให้มีหลักฐานว่าเป็นคนทำ จะเป็นประโยชน์กับผู้แจ้งเอง และต่อไปหากมีการละเมิดเกิดขึ้น ก็จะใช้เป็นหลักฐานได้

การรวมตัวกันของ BSA เพื่อรับแจ้งการใช้ซอฟต์แวร์

กรุงเทพฯ 22 กุมภาพันธ์ 2562 – โอเพนซอร์ทูเดย์ได้รับจดหมายข่าว จาก BSA เรื่องการเพิ่มโอกาสสำหรับผู้แจ้งเบาะแสการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย ประเภทซอฟต์แวร์มูลค่าสูงที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม  จะได้รับเงินรางวัลสูงขึ้นถึง 1 ล้านบาท


บีเอสเอ | พันธมิตรซอฟต์แวร์ จะเพิ่มเงินรางวัลถึง 1 ล้านบาทตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับองค์กรที่ใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย หรือไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ โดยเน้นซอฟต์แวร์มูลค่าสูงที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ซอฟต์แวร์ของ Altium, Autodesk,  Aveva,  Dassault Systémes, CNC MasterCAM, Siemens PLM และ Trimble (ซึ่งเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ Tekla) รวมถึงซอฟต์แวร์อื่นๆ


ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปแจ้งเบาะแสได้ทางเว็บไซต์ www.bsa.org โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด พร้อมรับสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงสุดถึง 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2562 เท่านั้น

บีเอสเอได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มซอฟต์แวร์มูลค่าสูงที่ใช้งานอุตสาหกรรม เนื่องจากพบว่ามีบริษัทเป็นจำนวนมากที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย หรือไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ โดยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมประเภทวิศวกรรม ออกแบบ การผลิต ยานยนต์ และอุตสาหกรรมการก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มอื่นๆ


“ในขณะที่บางบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและลงทุนในซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิถูกต้องครบถ้วนและมีความปลอดภัย แต่หลายบริษัทกลับยังคงใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย หรือไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ” ดรุณ ซอว์เน่ย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก บีเอสเอ I พันธมิตรซอฟต์แวร์  กล่าว “สำหรับประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เรามุ่งเน้นรณรงค์เพื่อการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม เพื่อทำให้แน่ใจว่าบริษัทใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิถูกต้องครบถ้วน เงินรางวัลใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นนี้ถือเป็นก้าวแรกสำหรับทิศทางนี้”


ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญของบีเอสเอ พันธมิตรซอฟต์แวร์ ประเทศไทย ได้ที่หมวดการแจ้งเบาะแสซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ บนเว็บไซต์ www.bsa.org และเฟซบุ๊คเพจ “รู้ทันภัยไซเบอร์” รวมถึงทวิตเตอร์และอินสตาแกรม

โอเพนซอร์สทูเดย์จัดงาน Document Freedom Day

เราจะเห็นว่าหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตื่นตัวอันมากขึ้น และ ในฐานะของคนทำสื่อ ก็ขอร่วมส่งเสริมด้วยการจัดสัมมนากึ่งปฏิบัติการ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นก่อนประเทศอื่น ห้าวันตามความสะดวกของสถานที่ งานจัดวันที่ 22 วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 ตั้งแต่ 9.00-16.00 น. ณ ศูนย์จัดประชุมและสัมมนา เดอะ คอนเน็คชั่น
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลาดพร้าว ทางออก 4 

วัตถุประสงค์การจัดงาน
  • เพื่อส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิดหรือ Open Document 
  • เพื่อส่งเสริมการใช้งานเอกสารที่เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เช่น LibreOffice
  • เพื่อเพิ่มความตระหนักในการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
จัดโดย
โอเพนซอร์สทูเดย์ 
ลงทะเบียนฟรี หรือ สนับสนุนการจัดงานได้ที่

หรือ
http://bit.ly/2StUEw0

วิทยากร
อ.ภาณุภณ พสุชัยสกุล บรรณาธิการบริหารโอเพนซิอร์สทูเดย์ และ นักจัดรายการวิทยุทาง FM101