วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

การพิจารณาวิเคราะห์ ICO สินทรัพย์ดิจิทัล

ช่วงนี้เรามักจะเห็นการ ออก ICO ออก Coin ออก Token กันมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาศของผู้ที่ต้องการทุนและลงมือทำ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ทรัพย์สินดิจิทัล ที่ออกกันมาใหม่นั้น มีคุณภาพหรือไม่อย่างไร ความกังวนว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้นักลงทุนเสียหายหากการลงทุนนั้นไม่พิจารณาให้ดี นาย Bruce Fenton เป็น CEO ของ Chainstone Labs และ Atlantic Financial เคยทำงานในอุตวาหกรรมการจัดการการลงทุนมากว่า 25 ปี และยังเป็นบอร์ดบริหาร Bitcoin Foundation เขาได้ให้ความเห็นว่าการลงทุนใน ICO ควรจะมีวิธีวิเคราะห์อย่างไร ด้วยการให้คะแนนพิจารณา รวม 100 คะแนน และแบ่งเป็น 10 หมวด หรือจะเรียกว่า X Factor ก็ได้
1 ความปลอดภัย ในเรื่องนี่ เช่นการรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นรากฐานของ crypto ทีมงานมีการควบคุมวิเคราะห์เรื่องของการถูกโจมตีอย่าวไร

2. การมีส่วนร่วม  สำหรับผู้ถือครอง ICO จะมีส่วนร่วมอะไรบ้าง จะได้อะไรจากการถือครองเหรียญ หรือส่วนแบ่งรายได้ในอนาคตหรือไม่ กระบวนการออกหลักทรัพย์มีความโปร่งใสและเป็นธรรใ

3. บัญชีและกฏหมาย.   ทีมงานมีการถือเหรียญอยู่เท่าไหร่ ตรวจสอบได้ไหม แล้ว ทีมงาน จะล๊อกไว้เช่นสองปีสำหรับทีมห้ามขาย จะต้องมี address จองทีมไว้ตรวจสอบ ว่าทีมยังไม่เทขาย  โปรเจค มีความเสี่ยงด้านกฏหมายสำหรับประเทศ นั้นๆหรือเปล่า หรือขิบเขตอำนาจศาล อันนี้ต้องระวัง หรือ โปรเจคมีใบอนุญาติหรือไม่  โปรเจคเป็นโอเพนซอร์ส หรือไม่ เพราะถ้า โอเพนซอร์สจะตรวจสอบและนักพัฒนาช่วยให้คำแนะนำได้

4. ทีมงานบริหาร ใครทำงานในโครงการนี้บ้าง มีชุมขน หรือไม่ บุคลากรมีความรู้ความสามารถ หรือไม่ รู้เรื่อง blockchain กี่คน ระดมทุนไปแล้วมีการเพิ่มจำนวนทีมงานหรือไม่ ถ้าโครงการไม่โอเพนซอร์ส ใครคือทีม มีประวัติอย่างไร ใครบริหาร พวกเขาทำอะไรมาก่อน

5. รายได้  เรื่องนี้สำคัญว่าโปรเจคจะมีรายได้มาจากไหน อะไรคือรายได้ที่คาดการของโครงการนี้ มีโอกาศเติบโตหรือไม่ เหรียญมีส่วนร่วมในการเติบโตของบริษัทหรือไม่ หรือ โทเค็นของเราผูกิยู่กับรายได้เหล่านี้อย่างไร


6. อุปสงค์อุปทาน  หมายความว่าเหรียญมีจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรใครสามารถเปรียนแปลงได้บ้าง ใครเป็นผู้ควบคุมเหรัยญจำนวนมาก ไม่ใช่เพิ่มตามอำเภอใจ  มีสภาพคล่องในการเปลี่ยนมือง่าย มีตลาดรองให้ซื้อขาย

7. การใช้งาน  เหรียญที่ถือไว้ใช้งานอะไรได้บ้าง  ใช้เพื่ออะไรได้บ้าง หรือเราจะได้นำไปใช้อะไร แล้ว ตั้งคำถามว่าถ้าถือแล้วทำไมคนส่วนใหญ่จึงต้องการถือ โปรเจคสำเร็จไปบ้างแล้วหรือยัง มีแอปมั๊ย

8. การสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม/สถาบัน บริษัทหรือนายทุนมีส่วนร่วมหรือไม่ บริษัทสร้างธุรกิจเกียวกับเรื่องนี้หรือไม่ มีพันธมิตรหรือคู่ค้าหลักที่ดีหรือไม่ โปรเจคมีคู่แข่งที่ทีมมีความสามารถในการแข่งขัน แต่ขาดเม็ดเงินลงทุน ทิซทางจลาดโดยรวมคืออะไร

9. วิชาการ รายละเอียดทางเทคนิคคืออะไร? ถ้าใช้Bolckchain จำเป็นต้องใช้หรือไม่ ความเร็ว.ผลการทดสอบ โครงการนี้คุ้มค่าหรือไม่ อ่าน ข้อมูล

10 . สร้างตัวแปรอื่น ที่เราคิดขึ้นมาเอง ที่ทั้ง เก้าข้อไม่มี หาปัจจัยอิ่นมาร่วมวิเคราะห์ เช่น มีวิทยานิพนธ์ที่เกียวข้องไหม มีปัจจัยความเสี่ยงอะไรบ้าง

จากนั้นเอาคะแนนทั้ง 10 ข้อ มาให้คะแนน 0 -100 โดยนาย Bruce Fenton ให้ชื่อเรียกว่า Spacesuit X หัวข้อนี้อาจจะไม่ตรงตามนี้ก็ได้ สามารถเปลี่ยนได้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
คะแนนทั้งหมด
ความปลอดภัย คะแนน 0 -10
การมีส่วนร่วม คะแนน 0 - 10
การบัญชีและกฏหมาย 0 -10
ชุมชนการจีดการและทีม 0 -10
รายได้ คะแนน 0.- 10
อุปสงค์ อุปทาน คะแนน 0 -.10
การใช้งาน คะแนน 0.-10
อุตสาหกรรม/สถาบัน คะแนน 0 -10
เทคนิค คะแนน 0 -.10
ปัจจัย X คะแนน 0 -.10_____
คะแนนทั้งหมด 0 -.100.______
แหล่งที่มา

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561

โรงเรียนฝึกอาชีพ กรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพส่วนตัวกันมากขึ้น หรือบางคนเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นถนัดอะไร เมื่อเรียนจบมาแล้วก็ทำงานในสายที่ตัวเองเรียนมานั้นได้ไม่เต็มที่ หรือไม่ชอบแต่อดทนเรียนจนกระทั่งจบ หรือบางคนมีปัจจัยที่อยากจะลองในสิ่งที่ไม่เคยลองมาก่อน เช่น อยากเป็นช่างไฟฟ้า อยากเป็นช่างเสริมสวย อยากเป็นนวดแผนไทย หรืออาจสนใจเครื่องประดับ เป็นต้น

ผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน ออกบูธกับโครงการเรียนรู้อาชีพกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12-13 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยในงานมีการจัดแสดงบูธของครูผู้สอนของแต่ละศูนย์ฝึกในโรงเรียนฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบไปด้วย 10 ศูนย์การเรียนรู้ มีสอนกันตั้งแต่ การนวดแผนไทย การทำเครื่องประดับ การตัดเย็บเสื้อผ้า การแต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ การจัดดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ การแกะสลัก การเพนท์ผ้า วาดลาย การปักบนวัสดุของใช้ รวมไปถึงการสอนด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี

ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ไอที นั้น มีการสอนให้ซ่อมคอมพิวเตอร์ การวางเครือข่ายเน็ตเวิร์ค การเดินสายไฟในอาคาร การติดตั้งไฟฟ้าในบ้าน การติดตั้งโซล่าเซลล์ ด้านการซ่อมไฟฟ้า ก็จะเป็นมีการซ่อมเครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ วิทยุ สำหรับในส่วนของผมและทีมงานนั้น กำลังแพลนไปจัดหลักสูตรด้านอาชีพไอที เช่น การสร้างร้านค้าออนไลน์ด้วยเฟสบุ๊คเพจ ไลน์@ เครือข่ายออนไลน์ การทำระบบสมาร์ทโฮม การเขียนแอปพลิเคชั่นบนมือถือ การทำระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนต่างๆ เป็นต้น

โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เปิดโอกาสสำหรับผู้สนใจทั่วไป ที่ต้องกาค้นหาตัวเอง ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากงานที่ตัวเองถนัด อยากมีประสบการณ์เพิ่มเติม หรืออยากหารายได้เสริมจากงานหลัก ก็สามารถทำได้ ท่านใดสนใจ สามารถเข้าไปดูได้ที่
http://www.bmatraining.ac.th

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561

ICO การเข้าถึงแหล่งทุนที่เปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

ในหลายปีที่ผ่านมาการระดมทุนในระบบธุรกิจ ที่ดำเนินกิจการมาแล้วและมีผลกำไรมาตลอดและมีความประสงค์จะระดมทุนเพื่อขยายกิจการ หรือ ที่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก ก่อนเข้าตลาดเราก็จะเปิดให้ทำการจองสิทธิ์ ว่าใครจะได้กี่หุ้น ที่เราเรียกกันว่า IPO (Initial Public Offering) เมื่อถึงวันที่บริษัทมีการซื้อข่ายในตลาดหลักทรัพย์ ก็สามารถเปลี่ยนมือได้ ส่วนใหญ่ก็อาศัยโบรกเกอร์เป็นตัวกลาง

เมื่อสองปีที่ผ่านมาการเข้าถึงแหล่งทุนหรือแหล่งสนับสนุนทางการเงิน เพื่อประกอบกิจการเริ่มต้น ทีเรียกว่า "คราวด์ฟันดิง (Crowdfunding)" ปัจจุบัน ปี  พ.ศ.2561 เริ่มมีคำว่า ICO หรือ Initial Coin Offering ซึ่งเป็นแนวทางที่คล้ายแต่ไม่เหมือนกัน

Crowdfunding 

จะมีลักษณะของการให้ข้อมูลถึงตัวโปรดักแะเป้าหมายว่าใครสนับสนุนเท่าไหร่จะได้เป็นอะไรกลับไปบ้าง เช่น ที่ผ่านมา MIT มีเว็บไซต์ชื่อ https://crowdfund.mit.edu/ 


เอกชนก็มี การระดมทุนอีกทีคือเว็บ 
ผู้ร่วมสนับสนุน จะได้รับเป็นของเป็นการตอบแทน

ICO หรือ Initial Coin Offering

เป็นการระดมทุนผ่านการจองเหรียญ หรือ token แลกเปลี่ยนกันในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล Token สามารถนำไปซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าหรือ บริการ ของผู้ออกเหรียญได้ อาจจะได้สิทธ หรือ ส่วนแบ่งจาก ราได้หรือบริการก็ได้ หรือ ขายแลกเปลี่ยนกันใน ตลาด ซื้อขายเงินดิจิทัล เช่น

bx.in.th
tdax.com
localIBX.io

ซึ่งในวันนี้ การระดมทุนในรูปแบบนี้หลายประเทศยังปรับตัวไม่ทัน เพราะไม่มีกฏหมายห้าม หมายความว่ายังไม่ผิดกฏหมาย แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ว่า อาจจะมีผลตามมาหากผู้ระดมทุนไม่สามารถสร้างธุรกิจหรือทำตามที่ให้ความหวังเอาไว้

ผู้ลงทุนต้องศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจนั้น ๆ โดยมากจะเป็น Startup ที่ปัจจุบันประสบความสำเร็จน้อยมากเนื่องจากยังมองธุรกิจไม่ขาด หรือ ขาดประสบการณ์ในการ ดำเนินธุรกิจ หรือยังไม่ออกแรงทำมากพอเพราะได้ทุนมาอย่างง่าย

ICO ไม่ใช่หุ้นตลาดซื้อขายจึงยังไม่มีภาครัฐเข้ามากำกับดูแล กฏระเบียบ ยังไม่ออกมาแต่ก็มีแนวโน้มว่า กลต. กำลังจะออกกฏระเบียบ หรือ ขึ้นทะเบียน เว็บพอทอล ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล วันนี้ก็จะเห็นว่าหลายคนที่เตรียมออก ICO ก็ยังรอทิศทางที่ชัดเจนอยู่

แต่ ICO ก็เป็นโอกาศจำหรับธุรกิจที่เดินกิจการมาแล้วหลายปีและยังขาดแหล่งทุน หาเวนเจอร์แคปปิตอล มาร่วมลงทุนก็หลายปียังไม่ไปไหน แนวทาง ICO ก็เป็นวิธีที่ดี หากสามารถเปิดเผยผลประกอบการที่ผ่านมาแล้วมีความตั้งใจว่า จะเอาทุนที่ได้ไปทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับคนที่ถือ Token ICO อยู่เพื่อทำให้ Token เกิดมูลค่าสมาชิกที่ถืออยู่มีการเปลี่ยนมือได้

วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

โฆษณากับเฟสุคต้องใช้เงินมากขึ้น แต่การใช้ group จะได้ประโยชน์

มีข่าวจาก wired.com ถึการข่าวการปรับ การแสดงผล News feed ของเฟสบุคที่ออกมาในสัปดาห์นี้ทำให้นักการตลาดที่ต้องการครองตำแหน่งการมองเห็นข่าวนั้นต้องจ่ายเงินมากขึ้น เพราะ Facebook จะให้ความสำคัญกับการการแสดงใน news feed ที่เป็นกลุ่มมากกว่า การให้ความสำคัญกับข่าวลดลง โพสวีดีโอจะเห็นน้อยลง และไปให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงสื่อสารระหว่างกัน เช่นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเพื่อน ครอบครัว และ กลุ่ม(Group) เพจจะถูกให้ความสำคัญน้อยลง การให้ความสำคัญกับ comment ก็จะมากขึ้น โพสที่เฟสบุคสนใจก็จะเป็นเรื่องที่จะทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น

ปกติโดยทั่วไปแบนด์สินค้าต่าง ๆ จะสร้างเพจเอาไว้เพื่อให้ค้นหาและสามารถติดตามได้โดยไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน และบางส่วนก็ไปซื้อโฆษณาเพื่อให้เพจนั้นมีคนเห็นมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนวิธีการแสดงผล ก็จะต้องประกลยุทธทางการตลาดทำเนื้อหาให้ออกแนวครอบครัว เพื่อเอาใจเฟสบุค

แต่ก่อนหน้านั้น Facebook ได้ปรับขึ้นค่าโฆษณาไปแล้ว 30% การโฆษณาของเฟสบุคจะของแบนด์สินค้าจะตามเราไปใน การส่งข้อความและถ้าใครต้องการพื้นที่ตรงนั้นคงต้องทุ่มกันพอสมควรและเราอาจจะเห็นโฆษณามากกว่า 1 ชิ้นเมื่อเข้าไปใช้ messenger

ที่ผ่านมาการซื้อโฆษณาเพียงน้อยนิดกับเฟสบุคมักจะไม่ได้ผลอะไรจะมีสมาชิกใหม่ในเพจที่ไม่ตรงกลุ่มเข้ามาซะมากกว่าดังนั้นหาก ผู้ประกอบการไทยจะทำการตลาดกับเฟสบุคในตอนนี้คงต้องหันไปสร้างกลุ่มและมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกในกลุ่มกันมากขึ้น มองในแง่ของการบริการหลังการขายแล้วจะมีประโยชน์มาก เพราะที่ผ่านมาการโพสในกลุ่มมักจะไม่ค่อยมาแสดงผลบน news feed สักเท่าไหร่ แต่การเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้การพูดคุยกันในกลุ่มจะได้รับประโยชน์ เพราะที่ผ่านมา หลายคนมักจะตกข่าวตกเนื้อหาที่อยู่ในกลุ่ม ตอนนี้คงต้องหันมาสนใจลูกค้าเดิมมากขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการหาลูกค้าใหม่แต่สำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเดิม ก็จะได้รับประโยชน์

ต่อไปนี้อาจจะมีคนสร้างกลุ่มเพื่อขายสินค้ามากขึ้นแต่ขอบอกว่าจะไปสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่ไม่ได้สนใจสินค้าแบบนั้นโดยตรงการสร้างกลุ่มแล้วดึงสมาชิกเข้ากลุ่มแบบไม่เต็มใจมักจะมีแต่ผลเสียปัจจุบันนักการตลาดมือใหม่ที่ใช้วิธีนี้มักจะถูกบล๊อก และเมื่อเขาออกจากกลุ่มไปแล้วสามารถตั้งว่าห้ามเชิญเขาเข้ามาอีกได้เช่นกัน

กลับมาดูผู้ประกอบการหลายรายที่เลิกให้ความสำคัญกับเว็บไซต์และไม่มีเว็บ งานนี้คงต้องคิดใหม่ เมื่อแพทฟอร์มเปลี่ยนวิธีการ ก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธทางการตลาดเช่นกัน ข้อดีของเว็บจะสามารถสืบค้นเจอได้หลายช่องทาง และเป็นช่องทางยืนยันตัวตนที่ถูกต้องขององค์กรได้ดีกว่า

วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

13 อุปกรณ์เสริมที่ควรมัในชีวิตประจำวันของเหล่าฟรีแลนด์

1. Headphone หูฟังดีๆ สักตัว ฟังเพลง รับสายได้ ที่สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากรอบข้าง ได้ หรือ เสียงจากคอมพิวเตอร์เราไปรบกวนคนที่กำลังทำงานอยู่ และในขณะที่เรากำลังฟังเพลงอยู่เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามามันจะตัดเสียงเพลงออกเพือให้เรารับสายเรียกเข้าได้


2. SkateBoard ในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด สเก็ตบอร์ดช่วยคุณได้ เมื่อมีงานมากขึ้นเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เราอาจจะใช้ skate Board ไฟฟ้าจะช่วยให้เราสะดวกรวดเร็ว


3. Photographer Monitor จะช่วยคุณดูภาพถ่าย สีสัน ได้ชัดเจนดีขึ้น ในงานออกแบบ งานถ่ายภาพปัญหาเรื่องสีเป็นสิ่งสำคัญและจะทำให้งานของเราดูแตกต่างไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ต้องอาสัยมอนิเตอร์ที่รองรับงานแบบนี้เช่น benq photographer monotor


4. External Harddrive ถ้าพื้นที่ในเครื่องคอม/อุปกรณ์ของคุณเต็ม ฮาร์ดดิสต์ดีๆ มีความจุมาก จะช่วยคุณได้ และยุคนี้ควรจะเป็น SSD เพื่อที่จะใช้ในขณะที่เดินทางจะกินไฟน้อยกว่าและทนกว่าในการที่เกิดปัญหาเพราะถ้าเป็น harddisk ทั่วๆไปต้องใช้มอเตอร์หมุน และ ในขณะที่หมุนอยู่หัวอ่านจะสร้างความเสียหายได้เมือมีอุบัติเหตุ


5. Laptop power bank การทำงานนอกสถานที่ อาจสร้างความลำบากในการหาปลั๊กเสียบชาร์จ อุปกรณ์นี้ช่วยคุณได้ ในขณะที่แบตโน๊ตบุคใกล้หมดแล้ว และปลักไฟแถวนั้นก็หาได้ยาก


6. Backpack Safety กระเป๋าเป้ดีๆ ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งาน มีความปลอดภัยจากโจรกรรม เหมาะสำหรับคุณ เช่นไม่สามารถรูดซิปจากด้านหลังได้ และอาจจะมีการเชื่อมต่อ กับ Power bank ได้อีกด้วย


7. Drone ถ้าคุณอยากได้งานถ่ายภาพ/วิดิโอ ในมุมแปลกและแตกต่าง โดรน ช่วยคุณได้ โดยเราจะเปิดมุมมองของ ภาพถ่ายมุมสูง ที่หลายคนจะไม่ได้เห็นง่าย ๆ ปัจจุบันเป็นที่นิยม ผู้ใช้งานอาจจะต้องไปขออนุญาติทำการบินด้วย

8. Camera 24 Mpx กล้องดีๆ ความคมชัด 24 ล้านพิกเซล ควรมีติดไว้ ไปไหนเก็บภาพได้ทุกที่เป็นกล้องที่มีความคมชัดสูงกว่าโทรศัพท์มือถือและยังสามารถถ่ายวีดีโอในระบบ 4k ได้

9. Bluetooth speaker ลำโพงเสียงดี ที่มีบลูทูธ รับสายเข้าได้ เหมาะกับการทำงานเพื่อสร้างบรรยากาศและที่สำคัญในยุคนี้ลำโพงที่สามารถคุยโต้ตอบได้ และ สามารถสั่งงานด้วยเสียงกับอุปกรณ์ที่เป็น smart home ได้ยิ่งดีเข้าไปอีกเช่น amazon echo

10.Smart watch หรือ Fitbit นาฬิกาที่มีความสามารถนอกเหนือจากการดูเวลา แจ้งเตือนได้ จำค่าได้

11. Sleep Light ในเวลาที่คุณอยากนอนหลับ อุปกรณ์ตัวนี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณหลับง่ายขึ้น

12.Headband Relaxing ที่คาดผมแบบใหม่ ที่ทำให้คุณผ่อนคลายสมอง

13. Smart Phone สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือดีๆ สักเครื่อง ที่ช่วยให้

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์เรื่องของนาฬิกา

เมื่อพูดถึงนาฬิกาในขณะที่หลายคนคิดว่า นาฬิกาที่เป็น smart watch จะเข้ามาทดแทนนาฬิกาในยุคเก่าแต่ดูเหมือนว่าในบ้านเราจะหาคนใช้นาฬิกาแบบนี้น้อยมาก อันนี้วัดจากการสำรวจด้วยสายตาเมื่อจับจ้องไปที่ข้อมือคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพยังคงเห็นการใช้ snart watch น้อยมากทั้งๆที่ บ้านเราตื่นตัวกับการออก กำลังกาย

สาเหตุหลักๆแล้วน่าจะเป็นเพราะ ราคา smart watch ยังมีราคาสูง เมื่อเปรียบเทียบกับความจำเป็นที่ต้องใช้งาน นอกจากราคาแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งก็คือการที่จะต้องชาร์ดแบตทุกคืน ที่หลายคนมักจะบอกว่าไม่คุ้นชินกับการต้องชาร์ตแบตให้นาฬิกา เพราะนาฬิกา โดยมากจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะเปลี่ยนแบตและถ้าหากว่าจะซื้อใช้งานจะหาเหตุผลอะไรดี

เหตุผลที่จะเอามาใช้ในการซื้อ smart watch


คนส่วนใหญ่ที่ซื้อมาเหตุผลหลักๆเลยก็คือเรื่องของการดูแลสุขภาพ เมื่อต้องออกกำลังกายจะได้เอาไว้คอยติดตามการก้าวเดินในแต่ละวันว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เช่นตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเดินให้ได้วันละ 6,000 ก้าวถ้าเดินน้อยกว่านี้ในแต่ละวันต้องเดินเพิ่ม

การตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อเป็นการวัดชั่วขณะที่ต้องการ หรือ เอาไว้วัดอัตราการเต้นของหัวใจในขณะออกกำลังกายว่ามีช่วงเวลาไหนจะมีการเต้นที่เร็วกว่าปกติและเก็บบันทึกเอาไว้ในแต่ละวัน

smart watch ในยุคแรก ๆ จะไม่ครอบคุมเรื่องของการแแกกำลังกายทางน้ำแต่ในบัจจุบันหลายค่ายหลักๆก็ได้ออกแบบมาให้สามารถใส่เพื่อว่ายน้ำได้

การใช้ smart watch ในการออกกำลังกายยังช่วยวัดระยะทางไปด้วยในยุคแรกๆผู้ใช้ smart watch จะต้องติดโทรศัพท์ไปวิ่งด้วยเพื่อติดตามตำแหน่งและความเร็วว่าตอนนี้วิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่ แต่ปัจจุบัน gps ที่เล็กลงสามารถใส่ลงไปใน นาฬิกาได้มันเลยทำให้นักวิ่งสะดวกในการที่จะใช้นาฬิกามากกว่าที่จะพกโทรศัพท์ไปด้วย

เหตุผลสำหรับคนที่ไม่ออกกำลังกายก็มี

ในการใช้ชีวิตโดยทั่วไปหลายคนจะรับโทรศัพท์ช้าโดยเฉพาะสาวๆ เพราะมักจะใส่ไว้ในกระเป๋า และกว่าจะหาเจอ บางทีก็ช้าไปแล้ว เมือเราไปนั่งในที่สถารณะ smart watch จะช่วยทำให้เราสามารถรับสายเรียกเข้าได้ทันที เมื่อใช้ร่วมกับหูฟัง โดยที่ไม่ต้องกังวล ว่าจะถูกลักขโมย เมื่อวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ และเมื่อจากทำการชำระเงิน ด้วย NFC เทคโนโลยีนี้ก็อยู่บนข้อมือเรียบร้อยแล้ว

ตลาดของ smart watch

ปัจจุบันก็เริ่มมีผู้เล่นรายใหม่ แต่ เก่าในวงการนาฬิกา อย่างเช่น Tag Heuer  ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน ออกรุ่น Tag Heuer Connect module 45 แทนที่จะปล่อยให้ sumsung และ apple แข่งขันกัน สำหรับ Tag heuer ออกแบบมาให้แต่ละคนที่อยากมีสไตร์ของตัวเองให้เลือกเพื่อให้โดดเด่น 

ในขณะที่ Apple เองมีให้เลือกน้อยมากและมีแค่หน้าจอสี่เหลี่ยม

Huawei ลงมาแข่งด้วยเช่นกันแต่ราคาที่สามารถพอที่จะจับต้องได้ โดยมีคุณสมบัติครบทั้ง GPS , NFC รวมถึงเซ็นซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและการนับก้าว

samsung s3 




smart watch ยังคงพัฒนาได้อีกหลายด้าน แต่ในขณะที่โทรศัพท์เองจะแข่งขันกันไปที่ กล้องถ่ายรูปที่ชัดมากการถ่ายวีดีโอที่

คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการซื้อ smart watch

ต้องดูก่อนว่าเราใช้ โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการอะไร iOS หรือ Android เพราะความเข้ากันของทั้งสองระบบปฏิบัติการทำให้การเลือกซื้อ ง่ายมากสำหรับคนใช้ iPhone เพราะการใช้งานที่สมบูรณ์แบบจะมากับ Apple watch ส่วนคนที่ใช้ Android จะต้องคิดเยอะหน่อยเพราะมีให้เลือกหลายค่าย หลายคนถามว่าใช้ข้ามกันได้ไหม เช่นซื้อ Apple watch มาต่อกับ Android ได้ไหมก็บอกว่าได้แต่ฟีเจอร์หลัก ๆ จะใช้ไม่ไดเลยเช่นรับสายเรียกเข้า การแจ้งเตือนต่าง ๆที่มาจาก iphone ทำนองเดียวกันใช้ iphone แล้วไปซื้อ smart watch ของฝั่ง android  ที่มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ก็จะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน


วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เมื่อเว็บ Cloudflare ล่มเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาเป็นเวลาสั้น ๆ

เมื่อคืนวันอังคารในบ้านเรามีข่าวผู้ให้บริการอย่าง Cloudflare เกิด Down ขึ้นในแถบสหรัฐอเมริกา ทั้งรายงานจากผู้ใช้งานและรายงานจากเว็บ downdetector.com ชื่อ Cloudflareหลายคนอยาจะไม่รู้จัก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการป้องกันการ DDos (distributed denial of service)หรือ การโจมตีในรูปแบบทำให้เว็บไซต์ให้บริการไม่ได้ ในรูปแบบกระจายกันโจมตีเช่นการเข้าเว็บซ้ำๆ เป็นเวลาถี่มาก ๆ โดยใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากรุมโจมตี หวังผลให้เว็บให้บริการมากเกินไปจนกระทั่งล่ม CloudFlare ให้บริการป้องกันเว็บไซต์มากมายทั้วโลกไม่ให้ถูก การโจมตี ในลักษณะดังกล่าว แต่การล่มในครั้งนี้ เกิดขึ้นใน San Jose, California

แต่เรื่องนี้ทำเกิดความกังวนต่อผู้ใช้งาน ว่าในระยะยาวจะเกิดอะไรขึ้นนานกว่านี้หรือ ไม่ ทาง Cloudflare ก็กำลังตรวจสอบว่าน่าจะเกิดปัญหาเรื่องความไม่เสถียนของเครื่อข่ายในย่าน sanjose แต่ก็ได้ทำการแก้ไขอย่างรวดเร็ว แต่ในเอเชียปัญหานี้ยังไม่เกิดขึ้น ในประเทไทยเองก็มีผู้ใช้บริการอยู่ไม่น้อยเพราะประเทศแถบนี้ก็ถูกโจมตีจากรปแบบ DDos เหมือนกัน
ประโชยน์ของ CloudFlare มีการทำหน้าที่ ป้องกัน DDos มีอะไรบ้าง การทำงานของ Cloudflare ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าให้กับเว็บของลูกค้า ทำตัวเองเป็น DNS ให้อีกด้วย และรายงานการโจมตีว่ามาจากที่ไหนและให้ทำการ Block เป็นรายประเทศไปเลยว่าใช้ IP มาจากที่ไหน ลูกค้าของ Cloudflare ก็จะสามารถป้องกันเรื่องนีได้ มีการหลอก IP ของลูกค้าโดยไม่ให้ลูกค้านั้นถูกโจมตีโดยตรง


และ Cloudflare ก็มีบริการที่ทำหน้าที่เป็น Proxy ของเว็บเพื่อป้องกันการโจมตีโดยตรงเนื่องจากการรุมกันเข้าเว็บซ้ำที่บ้านเราเรียกว่า F5 ผมในฐานะหึ่งเป็นadminดูแลเว็บมากมายก็ขอเป็นกำลังใจให้Cloudflare ด้วยเช่นกัน Cloudfare คงไม่สะดุดขาตัวเองหรือโดน DDos ในรูปแบบใหม่จนรับมือไม่ไหวแต่การล่มในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการถูกโจมตีแต่อย่างใด
แหล่งที่มา mashable.com