วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สรุป IoT Trends 2018

ในปีนี้ที่หลายคนคาดการกันว่า IoT จะมีปรากฏการหลายอย่างซึ่งเราจะเห็นว่าปีนี้ อุปกรณ์ทีเชือมต่ออินเตอร์เน็ต หรือ สื่อสารกับ โมบายมากขึ้น แต่เอาเข้าจริง ๆ ปีนี้สิ่งของที่เชื่อมต่ออินเตอร์ ดูเหมือนจะเติบโตไปอย่างช้าๆ มาดูว่ามีอะไรที่เติบโตขึนไปบ้าง

Smart Home
ปีนี้ smart home จะชัดเจนกว่าใครเราจะเห็นคอนโด บ้าน ใส่อุปกรณ์ อัจฉริยะมาก ขึ้นในหลายๆ โครงการ อุปกรณ์ที่นิยมก็จะเป็นข้อมูลการใช้ไฟฟ้า การเปิดปิดอุปกรณ์ เช่น smart Plug เครื่องฟอกอากาศปรับการไหลเวียนอากาศในบ้าน

Smart fram
การเติบโตของ Smart Farming ในปีนี้ดูเหมือนไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร เพราะการลงทุนกับอุปกรณ์ยังสูงอยู่ ยอดขายโดรนที่ใช้พ่นยา ก็มีขายได้บ้าง แต่การพ่นยาก็ไม่ได้ทำบ่อยเท่ากับการรดน้ำ  เกษตรกรยังคงใช้วิธีตั้งเวลาเปิดปิดมากกว่าที่จะติด อุปกรณ์ อัจฉริยะ แบบให้รถน้ำเอง แต่ก็มีแนวโน้มว่า การปลูกต้นไม้บนที่พักอาศัยเช่นคอนโดที่นิยมเลี้ยงแคนตัส จะมีการใช้อุปกรณ์ มือ ถือสั่งรถน้ำต้นไม้ มีอุปกรณ์ที่ขายแล้วเช่น กระถางต้นไม้จาก mi เครื่องรถน้ำขนาดเล็กสั่งการผ่านมือถือ  เครื่องฟักไข่อัตโนมัติ

Smart Health
ในด้านสุขภาพเราจะเห็นการลงทุนเรื่อง Iot กันอยู่บ้างเพื่อต้องการรับข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยในรถฉุกเฉิน และส่งข้อมูลของอุปกรณ์เหล่านั้นไปยังโรงพยาบาล เช่นตำแหน่งรถเพื่อส่งข้อมูลในการบริหารการเดินทางของรถที่มีผู้ป่วยติดไฟแดง อุปกรณ์การแพทย์รุ่นเก่า ก็มีการศึกษาถึงการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต เพื่อส่งข้อมูลไปถึงโรงพยาบาล

IIoT
ในด้านอุตสาหกรรม ช่วงนี้อาจจะยังไม่เห็นทิศทางเท่าที่ควรว่าจะเติบโตไปในทางใดแต่เครื่องจักรรุ่นใหม่จะมีการเก็บและส่งข้อมูลกันแล้ว เพื่อตรวจสอบการทำงานย้อนหลัง

I beacon และ  Eddystone
อุปกรณ์ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในปี 2018 แต่ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรอย่างเช่น อุปกรณ์  ที่เรียกว่า BLE เพราะการใช้งานผู้รับต้องเปิด สัญญาณบูลทูธตลอดเวลา และที่สำคัญ BLE ต้องมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ อาจจะสอง ปีแล้วค่อยเปลี่ยนก็จะไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานแต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ยังอยู่ในเทรนที่น่าจะเติบโตได้


วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561

5G มาแน่ จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ไม่ต้องคาดเดาครับว่าความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือนั้นจะก้าวเข้าสู่ยุค 5G อย่างแน่นอน ความเร็วที่มากขึ้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี 4G จะทำให้การโอนถ่ายข้อมูลมีความเร็วอย่างน้อย 1 Gbps (กิกะบิตเปอร์เซค)แต่ 5G มีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดที่ 20 Gbps และมีความหน่วงเวลาที่น้อยกว่า 10 มิลลิวินาที

การมี 5G จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมหลายด้านเพราะบริการใหม่ที่อยู่ในระบบคลาวจะทำให้เกิดสิ่งที่ในอดีตนั้นทำไม่ได้  เช่นการเรนเดอร์ภาพแล้วส่งกลับมาทางผู้ใช้ ก็จะทำได้แบบเรียวไทม์ และคาดการณ์กันว่าในยุค 5G แอพพลิเคชั่นต่างๆจะอยู่บนคลาวเกือบทั้งหมดแทบจะไม่ต้องติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์

การเติบ การเติบโตของอินเตอร์เน็ตอ๊อฟติง (Iot) จะชัดเจนมาก จะเห็นแอพพลิเคชั่นบางอย่างที่เคยสั่งการจากภายนอกและเปิดปิดอุปกรณ์ภายในบ้านจะไม่หน่วงเวลา ซึ่งปัจจุบันยังมีความหน่วงเวลาอยู่ตามความเร็วของเครือข่าย เมืออัตราการหน่วงเวลานั้นเพียงแค่ 0.5 มิลลิวินาที  การสั่ง การสั่งเปิดปิดไฟจะใช้เวลาในลักษณะเรียวไทม์

ในโรงงานอุสาหกรรม ที่มีการใช้หุ่นยนต์จะสามารถเชื่อมต่อกันบนคลาวน์จะเป็นแบบเรียวไทม์ก็จะทำให้สำนักงานใหญ่ที่อยู่ในต่างประเทศสามารถตรวจสอบระบบงานและวัดประสิทธิภาพของการผลิตในโรงงานได้แบบเรียวไทม์  สามารถควบคุมการผลิตและอัพเกรดซอฟต์แวร์ได้รวดเร็ว

รถยนต์ก็จะมีปกรณ์เซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับคราวด์ เพื่อการควบคุม และสื่อสาร นั่หมายความว่ารถยนต์ไร้คนขับก็จะเป็นจริงมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ GPS สำหรับรถยนต์จะเชื่อมต่อคราว์ดและประมวลผลเลือกเส้นทางที่เหมาะสม

อุปกรณ์ประเภทกล้อง CCTV ซึ่งปัจจุบันการเชื่อมต่อเพื่อให้ได้ภาพความคมชัดสูงยังคงต้องพึ่งพาสายเคเบิล แต่ต่อไปในอนาคต กล่องวงจรปิดตามท้องถนน ก็จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Smart ซิตี้ผ่านระบบไร้สายส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วทำให้กล้องซีซีทีวีนั้นจะติดตั้งเข้าไปถึงในซอยหรือได้บริเวณครอบคุมมากขึ้นได้ หรือที่เข้าถึงได้ยากเพราะไม่ต้องเดินสายไกล

เมื่อพูดถึง Iot อุปกรณ์เซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตจะเยอะมากที่คาดการณ์กันว่าการส่งข้อมูลจะเป็นแบบสตรีม ไม่ต้องแบ่งเป็นส่ง 10 วินาทีครั้งซึ่งเราจะเรียกว่า Edge computing จะทำงานร่วมกับ คราว์ด Big data และ AI จะ

เราจะได้เห็น เราจะได้เห็นคนใช้แว่น AR มากขึ้นเนื่องจากว่าเขาสามารถที่จะประมวลผลรูปภาพส่งมาแสดงที่แว่นได้อย่างรวดเร็วซึ่งการประมวลผลแบบเรียวไทม์จะถูกนำมาเชื่อมต่อกับการวิเคราะห์ข้อมูลหรือร่วมกับหุ่นยนต์ จะทำให้ผู้ใช้งานนั้นมีความราบรื่นมากขึ้น

ยกตัวอย่างบริษัทLockheed Martin มีการใช้เออาร์เพื่อสร้างเครื่องบินเจ็ตเอฟสามห้า ด้วยการแสดงผลบนแว่นที่คนงานสวมใส่ทำให้เห็นได้ว่าแต่ละชิ้นส่วนควรวางลงในตำแหน่งใดทำให้เพิ่มผลผลิตได้ถึง 30% เพิ่มความแม่นยำขึ้นถึง 96%

เท่าที่กล่าวมาจะเห็นว่า 5G มนุษย์จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสากรรมเพราะว่าเครื่องจักรก็จะสื่อสารกับเครื่องจักรด้วยกันเองอย่างรวดเร็วและเครื่องจักรก็จะส่งข้อมูลมายังมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วเช่นกันและประมวลผลร่วมกับ ปัญญาประดิฐษ์มากขึ้น

เครืองโทรศัพท์คงต้องเปลี่ยน สำหรับมือถือที่รองรับ 4.5G แล้วเช่น iPhone 6s / 6s Plus ขึ้นไป, Huawei Mate 8 ขึ้นไป, Samsung Galaxy S6 ขึ้นไป, LG G4 ขึ้นไป และ HTC One 9 ขึ้นไป

แหล่งที่มา จากรายงานของ พันเอก ดร. เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ http://www.nbtc.go.th/News/Information/32534.aspx


วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Digital Disruption ที่มีผลกระทบระดับชาวบ้านยังไง

ถ้าเรามามองว่าคำว่า Digital Disruption หรือการที่โลกดิจิทัลเข้ามารบกวน จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องของคนทำธุรกิจในระดับบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น เพราะวันนี้เดินไปตามตลาดนัดพ่อค้าแม่ขายก็บ่นว่า ขายของไม่ค่อยได้ คนขับแท็กซี่ ก็บ่นว่าหาคนยากขึ้น ยุคนี้ทุกคนต้องให้ความสนใจกับ การที่โลกดิจิทัล เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะวันนี้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอยู่บ้านก็จับจ่ายสินค้าได้ ผมเชื่อว่าปัจจุบัน คนสั่งสินค้าออนไลน์มากขึ้น เพราะสามารถเลือก เปรียบเทียบ อ่านคำติชม ได้ จากการสังเกตุ วันคนโสดที่ผ่านมา 11.11 จากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นวัน Shopping ของชาวจีน Alizila ได้เคยออกรายงานว่าในวันดังกล่าวมีแบรดใหม่เข้ามาขายมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ที่มา alizila

 ทำให้ปัจจุบันวันคนโสด ลุกลามไปทั่วโลก ทุกเว็บจัดกิจกรรมลดราคากันมากมาย และ ที่กำลังจะมาถึงในวันศุกร์ที่ 23 พ.ย. คือ Black Friday ซึ่งเมื่อก่อนนิยมกันในแถบฝรังอเมริกา แต่วันนี้แทบจะทุกร้านค้าออนไลน์เตรียมโปรโมชั่นกันหมดแล้วแบบนี้ แถมด้วยร้านเหล่านี้ก็แถมคูปองส่วนลดกับ https://www.picodi.com เมื่อได้ส่วนลดก็จะสามารถนำรหัสส่วนลดไปใช้กับเว็บที่ร่วมรายการ เว็บ Picodi ช่วยทำให้คนรู้จักร้านค้าเหล่านี้มากขึ้นก็เป็นกลยุทธ ในการขายอีกช่องทาง


เราจะเห็นว่าร้านน้อยรายใหญ่ ยังมุ่งทำการตลาดหลายช่องทางเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็บชาวบ้านร้านค้าเดินถนนก็ต้องดิ้นเกาะกระแสตามด้วย

ผลกระทบของชาวบ้านจากร้านค้าออนไลน์

เราคงไม่ต้องไปสำรวจไกลเอาใกล้ตัวมากที่สุดว่าเคยสั่งของออนไลน์บ้างไหม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นของชิ้นนั้นมาก่อนแต่ก็มีคนเคยซื้อมาแล้วรีวิว ถึงจะยังไม่ได้ซื้อ แต่ก็เคยไปมองของจริงมาแล้ว และถ้าหากยังไม่ได้ซื้อก็หันมาค้นสืบราคาจากร้านออนไลน์ที่น่าสนใจ และถ้ามีคูปองส่วนลดเพิ่มเข้ามาร่วมด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าในตลาดคนเดินทำไมจึงมีแต่คนขายแต่ไม่มีคนซื้อ 

ผลกระทบจากร้านอาหารในบ้าน

ร้านอาหารในบ้านคือร้านที่รับคำสั่งซื้อจาก Line จาก สื่อออนไลน์แล้วส่งของถึงหน้าบ้าน จากทำขายในหมู่บ้าน จนกลายเป็นขายส่งทั่วกรุงเทพ ร้านค้าเหล่านี้พัฒนาการมาจาก การที่หมู่บ้านเข้าไปลึกอยู่ห่างจากชุมชนจะต้องขับรถออกไปถึงจะเจอร้านค้าเพราะส่วนมากหมู่บ้านเหล่านั้นมักจะไม่ให้ลูกบ้านใช้บ้านเปิดหน้าร้านทำการค้า จึงทำให้ลูกบ้านแบ่งปันอาหารที่ทำเองและขายกันในหมู่บ้าน ผ่านไลน์กลุ่มมาร์เก็ตของชุมชน พบว่ากิจการหลายร้านกลายเป็นอาหารตามสั่งที่เติบโต ทำอาหารกล่องส่งตามบริษัท  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารร้านรวงต่างๆ จะมียอดขายดี แค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ ร้านอาหารบางร้านก็รับมือด้วยการส่งเดริเวอร์รี่ แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องของออนไลน์

ร้านเสื้อผ้าตามถนนคนเดินคนหาย

ก็เพราะว่าสิ้นค้าเหล่านี้ในร้านออนไลน์ ที่ไม่นับรวม Live ขายกันผ่านหน้าจอ ที่เพิ่มมากขึ้นประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ Live สดผ่าน Facebook ภูมิภาคนี้พอๆกับเวียดนาม


ภาพเช้าวันพุธที่ 21 พ.ย

วิธีรับมือ

ยุทธวิธีที่ตลาดคนเดินจะสามารถรับมือได้ก็คือต้องสำรวจว่าตลาดออนไลน์ขายกันเท่าไหร่เราขายเท่าเขาหรือมากกว่านิดหน่อย สินค้าที่รับมาใช้วิธีรับฝากขายไม่ซื้อสินค้ามากักตุนไว้เอง เพราะสินค้าที่รับมาก็มีขายในโลก ออนไลน์เช่นกัน เพราะหลายครั้งคนก็ยอมซื้อที่ร้านค้ามากกว่าเพราะได้สินค้าทันทีไม่ต้องรอหลายวันให้หงุดหงิด บางทีได้สิทธิ์คืนสินค้าได้ถ้ามีปัญหา

ดังนั้นการรับมือกับ Digital Disruption ของช้าวบ้านร้านตลาดคนเดินก็ต้องสำรวจโลกออนไลน์ซึ่งหนีไปไม่ได้ โทรศัพท์มือถือ ราคาไม่กี่พันบาทต้องเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์และนำร้านของตัวเองขึ้นโลกออนไลน์ให้ได้ เช่นทำ QR-Code เพื่อแอดเพื่อนกับคนที่เดินถนนมาสนใจสินค้าเรา  Line@  แลกเบอร์ส่ง Facebook page หมั่นรีวิวสินค้า ผ่านทุกช่องทาง สังคมยุคใหม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรุ้ ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องนำไปใช้ เรียนรู้ข่าวสารว่าจริงหรือเท็จ เรียนรู้วิธีใช้งาน กล้าที่จะรีวิวสินค้า ใช้ blogger ให้เป็นประโยชน์ เรียนรู้วิธีการถ่ายภาพศึกษาว่าภาพสวยๆเขาถ่ายกันอย่างไร ดึงลูกค้าออฟไลน์มาให้รู้จักเราบนออนไลน์ให้มากขึ้น

ยุคทองของพ่อค้าแม่

จะว่าไปแล้วยุคนี้เป็นยุคทองของพ่อค้าแม่ค้าเพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้หลายช่องทาง เช่น ออนไลน์ เฟสบุค เข้าไปสร้างรายละเอียดสินค้าทาง wordpress.com หรือสมัครเป็นพ่อค้าเอาสินค้าไปฝากขาย เมื่อเทียบกับสิบกว่าปีที่แล้ว นักขายเก่งๆ มักจะใช้วิธีเดินเคาะประตู แล้วหมั่นทำความรู้จังลูกค้ารายใหม่ หรือใช้วิธี ขอรายชื่อผู้ลูกค้ารายใหม่ ยุคนี้ตลาดคนกลุ่มใหม่หางายกว่าสมัยก่อนเยอะ ที่สำคัฐมากๆ คือความตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่อการเรียนรู้ 

กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ไหน

กลุ่มลูกค้าอยู่ที่ไหนเราก็ไปที่นั่นนกลุ่มใหม่เขาไปพบปะเจอกันในโลกออนไลน์ที่ไหนก็ต้องเข้าไปให้ถึงแต่ควรจะมี Blog หรือเว็บหลักเพื่อใส่รายละเอียดที่สำคัญๆ ของสินค้าเอาไว้ให้ลูกค้าได้อ่าน เรียนรู้วิธีซื้อโฆษณาในช่องทางออนไลน์ เรียนรู้ที่จะสร้างกลุ่มลูกค้าของเราเองไม่ฝากร้านกับกลุ่มของผู้อื่น

รับข้อคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์

เป็นเรื่องปกติที่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงบริการและผลิตภัณฑ์ เราอาจจะใช้ แบบสำรวจในเฟสบุค ก็ได้ หรือ จะสร้างจาก google Form ก็ได้เช่นกันเพื่อสำรวจในเบื้องต้น เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้วิธี จะเรียนรุ้ได้จากช่องทางไหน ก็ ช่องทาง Youtube.com มีทั้งคนไทยสร้างวิธีเอาไว้อยู่ ต้องค้นหาและเรียนรู้

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เวสต์เวอร์จิเนียทดลองใช้แอปโหวดลงคะแนน

เรื่องของการลงคะแนนเป็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมาก ในประเทศไทยตอนนี้หลายพรรคการเมืองก็พูดถึงเรื่องการที่อยากให้มีระบบลงคะแนนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบสมาท์โฟน วันนี้มีข่าวว่า สหรัฐจะมีการลงคะแนนที่เรียกว่า midterm election ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ประกอบด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 36 คน สมาชิกวุฒิสภา 35 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส) 435 คน

เพื่อแก้ปัญหาสำหรับคนที่ไม่สามารถกลับมาลงคะแนนเสียงได้เช่นกำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ในเรือดำน้ำ หรือ อยู่ในอัฟกานิสฐาน หรือ ในต่างประเทศ

ตอนนี้เวสเวอร์จิเนียจะนำระบบการลงคะแนนแบบ อิเล็กทรอนิกสมาใช้สำหรับ ถามว่ามีกฏหมายรองรับหรือไม่ก็ตอบได้ว่า มีเรียกชื่อ ย่อว่า UOCAVA ซึ่งพรบ ฉบับนี้ อนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเสียงผ่านรูปแบบใดๆ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง FAX และ e-mail

ซึ่งก็หมายความว่าเวสเวอร์จิเนียจะเป็นรัฐแรกที่เสนอการลงคะแนนออนไลน์ผ่านแอปสมาร์ทโฟน

ข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น

ถึงแม้ว่าการลงคะแนนด้วยวิธีออนไลน์อาจจะทำให้คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะมีโอกาศลงคะแนนในปีนี้จะได้รับความสะดวกสะบายไปด้วยทำให้เชือว่าจะสามารถเพิ่มตัวเลขจำนวนผู้มาลงคะแนนได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยก็เป็นกังวนในในเรื่องของความปลอดภัยที่จะส่งผลต่อคะแนนเสียง หรือ ข้อมูลส่วนตัวตกไปอยู่ในเมือของผู้ไม่หวังดี เช่น การใช้เทคนิค DNS spoofing เมื่อเราเข้าไปเว็บต่างๆ แล้ว DNS ก็เปลี่ยนชื่อที่คล้ายกันทำให้เส้นทางการเข้าเว็บเปลี่ยนไปเข้าเว็บปลอม เพื่อให้ได้รหัสผ่าน

ผู้อำนวยการของ CyberScout ก็เตือนว่าเขาไม่มันใจว่าผู้มีสิทธฺ์เลือกตั้งจะได้รับการคุ้มครอง จากการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์

ไอเดียนี้เกิดจากนายทหารเกษียนอายุราขการ ที่ปัจจุบันมาเป็น เลขานุการรัฐเวสเวอร์จิเนีย ตอนนี้เขารับราชการอยู่นั้นเขาไม่สามารถลงคะแนนได้ระหว่างปฏิบัตหน้าที่

หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีประชาธิปไตย กล่าวว่า การเลือกตั้งด้วยวิธีนี้จะเกิดขึ้นได้แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของความปลอดภัยในCyber

ระบบมาจากไหน

ระบบเลือกตั้งนี้เกิดขึ้นจาก องค์กรไม่แสวงกำไรชื่อว่า Tusk Montgomery Phithropies ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมการลงคะแนนเสียงและการต่อสู้กับความหิวโดย ได้ สนับสนุนทางการเงินให้กับ Voatz เนื่องจาก Voatz นั้นได้รับรางวัลชนะเลิศในการ Citrix Hackathon ของ SXSW ในปี 2014

โดยขั้นตอนของการลงคะแนน ผู้ที่ต้องการใช้ระบบลงคะแนนจะต้องสมัครใช้งานและจะได้รับคำแนะนำผ่านทาง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และให้ดาว์โหลดแอปและยืนยันตัวตนด้วย รหัสภาพถ่าย และถ่ายรูปบัตร ID ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งส่งวีดีโอด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าตรงกัน แอปจะทำการจดจำใบหน้าเพื่อจับคู่ภาพ

หากทุกอย่างตรงกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะสามารถเปิดบัตรลงคะแนน เมื่อลงคะแนนแล้วการส่งบัตรคะแนนจะใช้ Face ID ของ Apple หรือ ลายนิ้วมือขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ของผู้ใช้สิทธิ  บัตรจะถูกส่งไปยังเครื่องที่เรียกว่า Digital lockbook กล่องนี้จะไม่ทำงานจนกว่าจะมีการเลือก โดยผู้สมัครทั้งสองพรรค จะต้องนำซีเคียวคีย์ มาเสียบที่ตู้พร้อมป้อนรหัสลับเพื่อการลงคะแนน การลงคะแนนนั้นจะมีการบันทึกภาพดิจิทัลเมื่อมีการลงคะแนน เพื่อป้องกันการโต้แย้งในภายหลังอีกด้วย

การทดสอบระบบนั้นได้เคยทำการทดสอบมาแล้ว และได้เคยเข้าไปตรวจสอบระบบคราว์น ของ Voatz มาแล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นใจเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เราเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง

พ.ร.บ นี้ กําลังจะมีการเสนอเข้าสู่สภา สนช เหตุผลก็เนื่องจากว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องคลอด พ.ร.บ นี้มี อยู่ 2 ประการก็คือผลกระทบจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ EU หรือที่เราเรียกว่า GDPR อันที่สองก็คือว่าเนื่องจากว่าปัจจุบันเราใช้ดิจิตอลข้อมูลดิจิตอลกันเยอะมากในสื่อสังคมออนไลน์ทำให้มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลกันอย่างกว้างขวางและมีผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลอย่างมากจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายมาควบคุมกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล

ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันนั้นมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากเช่นการส่งสินค้า ในระบบอีคอมเมิร์ซก็ต้องมีการจัดเก็บที่อยู่ของผู้รับ หรือร้านค้าต่างๆข้อมูลสินเชื่อแม้แต่ว่าเราไปโรงพยาบาลเราก็ต้องให้ข้อมูลทางด้านสุขภาพทางด้านข้อมูลส่วนตัวซึ่งข้อมูลเหล่านี้เรามักจะพบว่าหลายครั้ง เราก็สงสัยว่าปัจจุบันทำไมมีผู้ที่โทรมาขายบัตรเครดิตขายประกันหรือเสนอสินค้าอื่นๆให้กับเราข้อมูลเหล่านี้เขาเท่านั้นได้มาอย่างไร เราก็มีความเชื่อกันว่าข้อมูลที่เราให้ไปกับการสมัครสมาชิกการเป็นสมาชิกคลับต่างๆหรือแม้แต่สมาชิกบัตรเครดิต หรือร้านค้าเชื่อกันว่ามีการนำเอาข้อมูลของลูกค้านั้นไปขายข้อมูลให้กับบริษัท ต่างๆเหล่านั้น พ.ร.บ. ที่จะออกมาก็เป็นเรื่องที่มีทั้งแง่ดีและก็ในแง่ที่จะทำความยุ่งยากให้กับผู้ประกอบการเนื่องจากว่าพรบฉบับนี้ มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องของกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ ถ้าหากว่าข้อมูลนั้นมีการรั่วไหลหรือไม่มีการจัดเก็บที่ดีตามกฎข้อบังคับท่านอาจจะถูกปรับ และเมื่อเกิดความเสียหายซึ่งปัจจุบันมันก็สามารถที่จะข้อมูลรั่วไหลกันได้ทราบว่ามีการรักษาความปลอดภัยที่ไม่ดี
เขาแยก จ้อมูลส่วนบุลคล เป็นสองประเภท
LAWFUL BASIC
เช่นข้อมูล เพื่อการทำธุรกรรม ถ้าไม่มีจะทำธุรกรรมไม่ได้
CONCENT
ข้อมูลที่ต้องได้รับจากเจ้าของข้อมูล เช่น ความเชื่อ ศาสนา  ข้อมูลที่ เป็นความลับเช่นความลับทางสุขภาพ

USELIMITATION
ข้อมูลที่ใช้ได้แค่จำกัดใช้แค่บางอย่างเท่านั้นที่จำเป็น

มาดูกันคราวๆ ว่า ผบกระทบจะเป็นเรื่องอะไรบ้าง

- การถ่ายคลิปโดยไม่มีความยินยอม จะมีความผิด

- การจะเก็บข้อมูลต้องเป็นไปตามความเหมาะสม ไม่ได้ขอทึก

- ควรแจ้งต้องแจ้งเป็นลายลักษอักษร

- เว็บไซต์ต้องมีการแจ้งเตือนถ้าหากกำลังจะมีการเก็บข้อมูลและมีหลักฐาน ถ้าไม่ทำจะโดนโทษปรับทางปกครอง Privacy notis ต้องถูกต้องตาม รูปแบบ เก็บเพื่ออะไร แล้วจะเปืดเผยอะไรบ้าง ต้องชัดเจน อาจถูกปรับ 1,000,000 บาท

- ข้อมูลที่เหมาะสม ที่สามารถจัดเก็บได้

- ห้ามเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง เข่น การโทรมาขายประกัน ขายบัตรเครดิต

- กรณีที่เป็นธุรกิจ แล้วมีสาขาอยู่ต่างประเทศ แล้วประเทศนั้นไม่มีกฎหมาย คุ้มครอง ความเป็นส่วนตัว จะมีความผิด

- สิ่งที่น่ากลัวคือผู้ประกอบการ ถ้ากรรมการหรือผู้จัดการสั่งการหรือละเว้นไม่สั่งการให้มีความรับผิดด้วย มีโทษจำคุก และปรับ

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

-บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์เข้ามาขอตรวจสอบข้อมูลขอดูความถูกต้องขอดูการประมวลผลข้อมูล

- สิทธิ์เพื่อจะขอดูข้อมูลเพื่อย้ายโอเปอเรเตอร์

- มีสิทธิ์ในการคัดค้าน การประมวลผล

- สิทธิที่จะมีการขอจำกัดข้อมูลในการประมวลผล จากผู้ประมวลผลข้อมูล

- ต่อไปผู้ประกอบการจะต้องบันทึกข้อมูล ทุกกิจกรรม ขิงข้อมูลส่วนบุคคล ใครเข้ามาดู ข้อมูลบ้าง

กฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการเป็นหลัก ผู้เชียวชาญบอกว่า กฎหมายของเราแตกต่างจาก GDPR  ในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลด้วย AI แต่บ้านเรายังไม่ได้พูดถึงในเรื่องนี้

ขอบคุณ ข้อมูลจากการถ่ายทอดสด สัมมนา ร่างพรบ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดย นายแพทย์ สุธี ทุวิรัตน์

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ปี 2018 เทรนที่มาแรงคือ BI หรือ Business intelligen

เจอกันทุกวันพุธครับ ใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกขณะครับก็จะมีเทรนสรุปของปีนี้ออกมากันว่าอะไรที่มาแรงแซงทางโค้งกัน และเทรนของปีนี้เป็นกระแสไปทั่วโลกรวมถึงวงการไอทีบ้านเราด้วยเช่นกันคือ BI หรือ Business intelligence บทความที่  Tableau เผยแพร่ออกมา มีประโยชน์มากว่า ว่าเจ้า BI นี่ละปีนี้มาแรง จะว่าไปแล้วมันเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า พฤติกรรมผู้บริโภค สิ่งต่างๆเหล่านี้คือข้อมูลเพื่อการนำไปวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรนั่นเองครับ ว่าเราจะนำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า


Machine Learning เอามาใช้ในเชิงธุรกิจ

ลองนึกภาพว่าถ้าเป็นในอดีตเราอยากวิเคราะห์ข้อมูล ก็อาจจะใช้โปรแกรมตารางคำนวน อย่าง LibreOffice Calc หรือ R หรือ Tableau แระบวนการเหล่านี้ก็เกิดจากเอาข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ด้วยมืออาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่การที่เราใช้ Machine Learning จะช่วยทำให้การวิเคราะห์นั้นเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่นาที ปัจจุบันเราก็รู้ว่าปัจจัยภายนอกในทางธุรกิจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวันหยุด ภัยธรรมชาติ ข่าวที่มีผลกระทบกับสินค้า เช่นการเปิดตัวสินค้าของคู่แข่ง ยุคนี้น่าจะหมดยุคของการทำแบบสำรวจจากแบบสอบถาม เพราะเราก็รู้ว่าลูกค้าไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลที่แท้จริง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ การใช้ Machine Learning จะช่วยให้เข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภคหรือลูกค้าได้ดีกว่า

การเติบโตของ Natural Language Processing (NLP)  

ในปี 2018 เราได้เห็นการเติบโตของ การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) มากขึ้นมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายการนำเอา NLP เข้ามาใช้กับสินค้าเริ่มโตขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ นักพัฒนาในด้านนี้ยังมีไม่มากแต่เราก็เห็นสินค้าของ Amazon Alexa, Google Home, Microsoft Cortana ที่ออกมาและพัฒนาไปพร้อมๆกับการออกมาให้นักพัฒนาทั่วโลกได้ทดลองใช้ โดยหวังว่ามนุษย์จะสามารถพูดคุยกับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ เหมือนกับในหนังที่เราเห็นโทนี่สตาร์ค คุยกับ จาวิค ใน ไอร่อนแมน

การ์เนอร์ก็คาดการ์ณว่าในปี 2020 จะมีการสร้างแบบสอบถามการวิเคราะห์ 50 เปอร์เซ็นจะมาจากการการโต้ตอบผ่านเสียงด้วยเทคโนโลยี NLP เช่น"ยอดขายผักวันนี้เป็นอย่างไร" "คะแนนในการเรียนวิทยาศาสตร์มีเท่าไหรแล้ว" เชื่อกันว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิ่งลึกได้ว่าผู้คนอยากรู้อะไรและมักจะถามอะไร ข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ จะช่วยนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ นักวิเคราะห์เชื่อว่าคำถามต่างๆ สามารถที่จะนำมาวิเคราะห์ความพึงพอใจได้ ไม่ใช่แค่การพูดเท่านั้น NLP ยังรวมไปถึง chatbot อีกด้วยที่มนุษย์สามารถพิมพ์โต้ตอบกับหุ่นยนต์ garner คาดการณ์ว่าปี 2021 จะมีการใช้มากว่า 50% และ IDC ก็บอกเช่นกันว่า ปี 2019 ในการทำงานแต่ละวันในระดับ enterprise จะมี Application ที่สามารถเข้าถึงผู้ช่วยอัฉริยะแบบเป็นส่วนตัวได้  

มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มเห็นความสำคัญกับสาขา Data science and Analytic 

เทรนนี้ ไมไ่ด้เกิดขึ้นแต่ในต่างประเทศ ประเทศไทยเองก็เกิดปรากฏการณ์แบบนี้เหมือนกันและจะมีการบรรจุเนื้อหาการวิเคราะห์ข้อมูลลงไปในโรงเรียนด้วยเช่นกัน
เช่น ป6 เรียน introduction to data science ม2 จะเรียนวิชา dada analytics
ในต่างประเทศเอง ก็มี 
มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนาเป็นที่ตั้งของหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาแรก MSA ตั้งอยู่ภายในสถาบัน Advanced Analytics (IAA) ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลที่มีภารกิจ
เพื่อสร้าง "ผู้ประกอบการด้านการวิเคราะห์ที่ดีที่สุดในโลก - ผู้ที่เข้าใจวิธีการและเครื่องมือที่ซับซ้อนสำหรับการสร้างแบบจำลองข้อมูลขนาดใหญ่ [และ] ที่มีความปรารถนาในการแก้ปัญหาที่ท้าทาย ... "

วิชาศิลปะปรับตัวสร้างนักศึกษาเพื่อตอบโจทย์ การวิเคราะห์ข้อมูล

เนื่องจากว่าอุตสาหกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลต้องการแรงงานที่มีทักษะในการเล่าเรื่องไม่ว่าจะเป็น info Graphic การสร้าง Dash Board ที่ทำให้ผู้บริหารได้ดูกราฟแสดงผลต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ทักษะการสร้างวิธีการนำเสนอเป็นอยางมาก ว่ากันว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจะกลายเป็นเรื่องที่ง่าย ทุกคนสามารถที่จะเล่นกับข้อมูล ดังนั้นศิลปะ เหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วม 

ปัจจุบันเราจะเห็นผลการทบทางเทคโนโลยีค่อนข้างมากแต่การทำให้มีประสิทธิภาพก็ด้วยการนำวิชาศิลปะเข้ามาใช้ เช่น นิสสันได้จ้างนักมานุษยวิทยาระดับปริญญาเอก Melissa Cefkin มาเป็นผู้นำในการวิจัยเรื่องปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับเครื่องจักร ระหว่างรถยนต์ที่ขับด้วยตนเองและมนุษย์ 





วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

10 ปี Google Chrome วันนี้มีอะไรใหม่ที่น่าสนใจ

เชื่อได้ว่าหลายๆคนชอบใช้ Browser อย่าง Google chrome ในการใช้ท่องเว็บไซตและจัดการเอกสารทำตารางคำนวนและทำสไลด์ใน Google App แต่ฟีเจอที่ทำให้หลายคนใช้ Chrome นั้นก็เพราะ
1. มี Google web Store มีไว้ทำอะไร มีไว้สำหรับติดตั้ง web App เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

2. มีการจัดการ BookMark เมื่อเราชื่นชอบเว็บไซต์ที่จะต้องเข้าบ่อยๆ ก็สามารถที่จะ เก็บลงใน BookMark ทำให้กลับเข้ามาดูย้อนหลังได้ และที่ติดอกติดใจ คือเมื่อเราไปใช้ Chrome Browser ในโทรศัพท์มือถือจะซิงค์ไปที่มือถือด้วย

ของใหม่วันนี้มีอะไรเพิ่มเข้ามา

1. สามารถเข้าถึงการค้นหาเข้าไปถึง google Drive ของเราได้อีกด้วย
 2. เกมส์ไดโน ที่มีสี เล่นได้เมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ต
3.  เมื่อเราเข้าเว็บที่ต้องมีการกรอกรหัสผ่านจะสามารถใช้ตัวช่วยจำรหัสผ่านและเวอร์ชั่นนี้ มีการช่วยจัดการรหัสผ่านเช่นเมือจำแล้วจะเข้าไปลบออกก็ได้
4. ส่วนของ payment methods ที่เก็บข้อมูลที่จะใช้ในการกรอกข้อมูลการชำระเงินหรือจะเข้าไปลบในเครื่องมือการจัดการ

5. การเปลี่ยนเครื่องมือสืบค้นมีให้ตั้งค่าได้

ซึ่งเราสามารถที่จะเปลี่ยนไปใช้ค่ายอื่นได้

แต่สิ่งที่ google เพิ่มแล้วเกิดการพูดถึงอย่างมากก็คือ เมื่อเราใช้ google Chrome ทำการ Login Gmail จะเป็นการ Login ให้กับ Chrome บราว์เซิอร์ไปด้วย เพราะบางคนไม่อยากให้ google เก็บประวัติการเข้าใช้งานเท่าไหร่ หรือ บันทึกข้อมูลการสืบค้นแล้วสามารถซิงค์ข้อมูลข้ามเครื่องได้