วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เราเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง

พ.ร.บ นี้ กําลังจะมีการเสนอเข้าสู่สภา สนช เหตุผลก็เนื่องจากว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องคลอด พ.ร.บ นี้มี อยู่ 2 ประการก็คือผลกระทบจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ EU หรือที่เราเรียกว่า GDPR อันที่สองก็คือว่าเนื่องจากว่าปัจจุบันเราใช้ดิจิตอลข้อมูลดิจิตอลกันเยอะมากในสื่อสังคมออนไลน์ทำให้มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลกันอย่างกว้างขวางและมีผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลอย่างมากจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายมาควบคุมกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล

ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันนั้นมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากเช่นการส่งสินค้า ในระบบอีคอมเมิร์ซก็ต้องมีการจัดเก็บที่อยู่ของผู้รับ หรือร้านค้าต่างๆข้อมูลสินเชื่อแม้แต่ว่าเราไปโรงพยาบาลเราก็ต้องให้ข้อมูลทางด้านสุขภาพทางด้านข้อมูลส่วนตัวซึ่งข้อมูลเหล่านี้เรามักจะพบว่าหลายครั้ง เราก็สงสัยว่าปัจจุบันทำไมมีผู้ที่โทรมาขายบัตรเครดิตขายประกันหรือเสนอสินค้าอื่นๆให้กับเราข้อมูลเหล่านี้เขาเท่านั้นได้มาอย่างไร เราก็มีความเชื่อกันว่าข้อมูลที่เราให้ไปกับการสมัครสมาชิกการเป็นสมาชิกคลับต่างๆหรือแม้แต่สมาชิกบัตรเครดิต หรือร้านค้าเชื่อกันว่ามีการนำเอาข้อมูลของลูกค้านั้นไปขายข้อมูลให้กับบริษัท ต่างๆเหล่านั้น พ.ร.บ. ที่จะออกมาก็เป็นเรื่องที่มีทั้งแง่ดีและก็ในแง่ที่จะทำความยุ่งยากให้กับผู้ประกอบการเนื่องจากว่าพรบฉบับนี้ มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องของกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ ถ้าหากว่าข้อมูลนั้นมีการรั่วไหลหรือไม่มีการจัดเก็บที่ดีตามกฎข้อบังคับท่านอาจจะถูกปรับ และเมื่อเกิดความเสียหายซึ่งปัจจุบันมันก็สามารถที่จะข้อมูลรั่วไหลกันได้ทราบว่ามีการรักษาความปลอดภัยที่ไม่ดี
เขาแยก จ้อมูลส่วนบุลคล เป็นสองประเภท
LAWFUL BASIC
เช่นข้อมูล เพื่อการทำธุรกรรม ถ้าไม่มีจะทำธุรกรรมไม่ได้
CONCENT
ข้อมูลที่ต้องได้รับจากเจ้าของข้อมูล เช่น ความเชื่อ ศาสนา  ข้อมูลที่ เป็นความลับเช่นความลับทางสุขภาพ

USELIMITATION
ข้อมูลที่ใช้ได้แค่จำกัดใช้แค่บางอย่างเท่านั้นที่จำเป็น

มาดูกันคราวๆ ว่า ผบกระทบจะเป็นเรื่องอะไรบ้าง

- การถ่ายคลิปโดยไม่มีความยินยอม จะมีความผิด

- การจะเก็บข้อมูลต้องเป็นไปตามความเหมาะสม ไม่ได้ขอทึก

- ควรแจ้งต้องแจ้งเป็นลายลักษอักษร

- เว็บไซต์ต้องมีการแจ้งเตือนถ้าหากกำลังจะมีการเก็บข้อมูลและมีหลักฐาน ถ้าไม่ทำจะโดนโทษปรับทางปกครอง Privacy notis ต้องถูกต้องตาม รูปแบบ เก็บเพื่ออะไร แล้วจะเปืดเผยอะไรบ้าง ต้องชัดเจน อาจถูกปรับ 1,000,000 บาท

- ข้อมูลที่เหมาะสม ที่สามารถจัดเก็บได้

- ห้ามเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง เข่น การโทรมาขายประกัน ขายบัตรเครดิต

- กรณีที่เป็นธุรกิจ แล้วมีสาขาอยู่ต่างประเทศ แล้วประเทศนั้นไม่มีกฎหมาย คุ้มครอง ความเป็นส่วนตัว จะมีความผิด

- สิ่งที่น่ากลัวคือผู้ประกอบการ ถ้ากรรมการหรือผู้จัดการสั่งการหรือละเว้นไม่สั่งการให้มีความรับผิดด้วย มีโทษจำคุก และปรับ

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

-บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์เข้ามาขอตรวจสอบข้อมูลขอดูความถูกต้องขอดูการประมวลผลข้อมูล

- สิทธิ์เพื่อจะขอดูข้อมูลเพื่อย้ายโอเปอเรเตอร์

- มีสิทธิ์ในการคัดค้าน การประมวลผล

- สิทธิที่จะมีการขอจำกัดข้อมูลในการประมวลผล จากผู้ประมวลผลข้อมูล

- ต่อไปผู้ประกอบการจะต้องบันทึกข้อมูล ทุกกิจกรรม ขิงข้อมูลส่วนบุคคล ใครเข้ามาดู ข้อมูลบ้าง

กฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการเป็นหลัก ผู้เชียวชาญบอกว่า กฎหมายของเราแตกต่างจาก GDPR  ในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลด้วย AI แต่บ้านเรายังไม่ได้พูดถึงในเรื่องนี้

ขอบคุณ ข้อมูลจากการถ่ายทอดสด สัมมนา ร่างพรบ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดย นายแพทย์ สุธี ทุวิรัตน์

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ปี 2018 เทรนที่มาแรงคือ BI หรือ Business intelligen

เจอกันทุกวันพุธครับ ใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกขณะครับก็จะมีเทรนสรุปของปีนี้ออกมากันว่าอะไรที่มาแรงแซงทางโค้งกัน และเทรนของปีนี้เป็นกระแสไปทั่วโลกรวมถึงวงการไอทีบ้านเราด้วยเช่นกันคือ BI หรือ Business intelligence บทความที่  Tableau เผยแพร่ออกมา มีประโยชน์มากว่า ว่าเจ้า BI นี่ละปีนี้มาแรง จะว่าไปแล้วมันเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า พฤติกรรมผู้บริโภค สิ่งต่างๆเหล่านี้คือข้อมูลเพื่อการนำไปวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรนั่นเองครับ ว่าเราจะนำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า


Machine Learning เอามาใช้ในเชิงธุรกิจ

ลองนึกภาพว่าถ้าเป็นในอดีตเราอยากวิเคราะห์ข้อมูล ก็อาจจะใช้โปรแกรมตารางคำนวน อย่าง LibreOffice Calc หรือ R หรือ Tableau แระบวนการเหล่านี้ก็เกิดจากเอาข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ด้วยมืออาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่การที่เราใช้ Machine Learning จะช่วยทำให้การวิเคราะห์นั้นเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่นาที ปัจจุบันเราก็รู้ว่าปัจจัยภายนอกในทางธุรกิจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวันหยุด ภัยธรรมชาติ ข่าวที่มีผลกระทบกับสินค้า เช่นการเปิดตัวสินค้าของคู่แข่ง ยุคนี้น่าจะหมดยุคของการทำแบบสำรวจจากแบบสอบถาม เพราะเราก็รู้ว่าลูกค้าไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลที่แท้จริง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ การใช้ Machine Learning จะช่วยให้เข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภคหรือลูกค้าได้ดีกว่า

การเติบโตของ Natural Language Processing (NLP)  

ในปี 2018 เราได้เห็นการเติบโตของ การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) มากขึ้นมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายการนำเอา NLP เข้ามาใช้กับสินค้าเริ่มโตขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ นักพัฒนาในด้านนี้ยังมีไม่มากแต่เราก็เห็นสินค้าของ Amazon Alexa, Google Home, Microsoft Cortana ที่ออกมาและพัฒนาไปพร้อมๆกับการออกมาให้นักพัฒนาทั่วโลกได้ทดลองใช้ โดยหวังว่ามนุษย์จะสามารถพูดคุยกับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ เหมือนกับในหนังที่เราเห็นโทนี่สตาร์ค คุยกับ จาวิค ใน ไอร่อนแมน

การ์เนอร์ก็คาดการ์ณว่าในปี 2020 จะมีการสร้างแบบสอบถามการวิเคราะห์ 50 เปอร์เซ็นจะมาจากการการโต้ตอบผ่านเสียงด้วยเทคโนโลยี NLP เช่น"ยอดขายผักวันนี้เป็นอย่างไร" "คะแนนในการเรียนวิทยาศาสตร์มีเท่าไหรแล้ว" เชื่อกันว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิ่งลึกได้ว่าผู้คนอยากรู้อะไรและมักจะถามอะไร ข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ จะช่วยนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ นักวิเคราะห์เชื่อว่าคำถามต่างๆ สามารถที่จะนำมาวิเคราะห์ความพึงพอใจได้ ไม่ใช่แค่การพูดเท่านั้น NLP ยังรวมไปถึง chatbot อีกด้วยที่มนุษย์สามารถพิมพ์โต้ตอบกับหุ่นยนต์ garner คาดการณ์ว่าปี 2021 จะมีการใช้มากว่า 50% และ IDC ก็บอกเช่นกันว่า ปี 2019 ในการทำงานแต่ละวันในระดับ enterprise จะมี Application ที่สามารถเข้าถึงผู้ช่วยอัฉริยะแบบเป็นส่วนตัวได้  

มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มเห็นความสำคัญกับสาขา Data science and Analytic 

เทรนนี้ ไมไ่ด้เกิดขึ้นแต่ในต่างประเทศ ประเทศไทยเองก็เกิดปรากฏการณ์แบบนี้เหมือนกันและจะมีการบรรจุเนื้อหาการวิเคราะห์ข้อมูลลงไปในโรงเรียนด้วยเช่นกัน
เช่น ป6 เรียน introduction to data science ม2 จะเรียนวิชา dada analytics
ในต่างประเทศเอง ก็มี 
มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนาเป็นที่ตั้งของหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาแรก MSA ตั้งอยู่ภายในสถาบัน Advanced Analytics (IAA) ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลที่มีภารกิจ
เพื่อสร้าง "ผู้ประกอบการด้านการวิเคราะห์ที่ดีที่สุดในโลก - ผู้ที่เข้าใจวิธีการและเครื่องมือที่ซับซ้อนสำหรับการสร้างแบบจำลองข้อมูลขนาดใหญ่ [และ] ที่มีความปรารถนาในการแก้ปัญหาที่ท้าทาย ... "

วิชาศิลปะปรับตัวสร้างนักศึกษาเพื่อตอบโจทย์ การวิเคราะห์ข้อมูล

เนื่องจากว่าอุตสาหกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลต้องการแรงงานที่มีทักษะในการเล่าเรื่องไม่ว่าจะเป็น info Graphic การสร้าง Dash Board ที่ทำให้ผู้บริหารได้ดูกราฟแสดงผลต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ทักษะการสร้างวิธีการนำเสนอเป็นอยางมาก ว่ากันว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจะกลายเป็นเรื่องที่ง่าย ทุกคนสามารถที่จะเล่นกับข้อมูล ดังนั้นศิลปะ เหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วม 

ปัจจุบันเราจะเห็นผลการทบทางเทคโนโลยีค่อนข้างมากแต่การทำให้มีประสิทธิภาพก็ด้วยการนำวิชาศิลปะเข้ามาใช้ เช่น นิสสันได้จ้างนักมานุษยวิทยาระดับปริญญาเอก Melissa Cefkin มาเป็นผู้นำในการวิจัยเรื่องปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับเครื่องจักร ระหว่างรถยนต์ที่ขับด้วยตนเองและมนุษย์ 





วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

10 ปี Google Chrome วันนี้มีอะไรใหม่ที่น่าสนใจ

เชื่อได้ว่าหลายๆคนชอบใช้ Browser อย่าง Google chrome ในการใช้ท่องเว็บไซตและจัดการเอกสารทำตารางคำนวนและทำสไลด์ใน Google App แต่ฟีเจอที่ทำให้หลายคนใช้ Chrome นั้นก็เพราะ
1. มี Google web Store มีไว้ทำอะไร มีไว้สำหรับติดตั้ง web App เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

2. มีการจัดการ BookMark เมื่อเราชื่นชอบเว็บไซต์ที่จะต้องเข้าบ่อยๆ ก็สามารถที่จะ เก็บลงใน BookMark ทำให้กลับเข้ามาดูย้อนหลังได้ และที่ติดอกติดใจ คือเมื่อเราไปใช้ Chrome Browser ในโทรศัพท์มือถือจะซิงค์ไปที่มือถือด้วย

ของใหม่วันนี้มีอะไรเพิ่มเข้ามา

1. สามารถเข้าถึงการค้นหาเข้าไปถึง google Drive ของเราได้อีกด้วย
 2. เกมส์ไดโน ที่มีสี เล่นได้เมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ต
3.  เมื่อเราเข้าเว็บที่ต้องมีการกรอกรหัสผ่านจะสามารถใช้ตัวช่วยจำรหัสผ่านและเวอร์ชั่นนี้ มีการช่วยจัดการรหัสผ่านเช่นเมือจำแล้วจะเข้าไปลบออกก็ได้
4. ส่วนของ payment methods ที่เก็บข้อมูลที่จะใช้ในการกรอกข้อมูลการชำระเงินหรือจะเข้าไปลบในเครื่องมือการจัดการ

5. การเปลี่ยนเครื่องมือสืบค้นมีให้ตั้งค่าได้

ซึ่งเราสามารถที่จะเปลี่ยนไปใช้ค่ายอื่นได้

แต่สิ่งที่ google เพิ่มแล้วเกิดการพูดถึงอย่างมากก็คือ เมื่อเราใช้ google Chrome ทำการ Login Gmail จะเป็นการ Login ให้กับ Chrome บราว์เซิอร์ไปด้วย เพราะบางคนไม่อยากให้ google เก็บประวัติการเข้าใช้งานเท่าไหร่ หรือ บันทึกข้อมูลการสืบค้นแล้วสามารถซิงค์ข้อมูลข้ามเครื่องได้



วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561

ดิจิทัล ไอดี เกี่ยวข้องใกล้ตัวเราแค่ไหน

การพิสูจน์ตัวตน หมายถึง การยืนยันว่าเป็นตัวเราจริงๆ ไม่ได้มีใครแอบอ้าง ในโลกดิจิทัล ที่ผ่านมาสามารถเข้าใช้ระบบต่างๆ ได้ด้วยการใช้ ชื่อล๊อกอิน และรหัสผ่าน ซึ่งเราก็จะพบว่า ก่อนที่จะสมัครเข้าใช้งานก็ต้องมีการกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น รหัสบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ระยะหลังๆ ข้อมูลเหล่านี้ไม่พอ จะต้องป้องกันอีกชั้นว่า มีโทรศัพท์มือถือเบอร์อะไร และยืนยันอีกครั้งด้วยการกรอก เลข OTP ว่าหากได้รับข้อความให้เอามากรอกว่าเราใช้เบอร์นั้นจริงๆ แต่ก็มีช่องว่างให้เกิดความเสียหายได้เมื่อ วางมือถือไว้และมีคนแอบดูรหัสในเวลานั้น
หลายคนสงวัยว่าสมาร์ทการ์ดบนบัตรประชาชนเอามายืนยันตัวตนได้ไหม คำตอบก็คือทำได้ แต่ถ้าจะให้เกิดความมั่นใจจะรู้ได้อย่างไรว่าบัตรนั้นไม่ได้ถูกขโมยมา
ธุรกรรมต่างๆที่น่าจะสมัครใช้บริการทางอินเตอร์เน็ทในตอนนี้นั้น จะเป็นธุรกรรมที่ไม่ได้ผูกมัดสัญญา แต่ถ้าเป็นธุรกรรม ที่ผูกมัดสัญญา เช่น เปิดบัญชีบัตรเคดิตร การเปิดยัญชีธนาคาร การขอสินเชื่อ การซื้อประกันชีวิต ธุรกรรมเหล่านี้ถ้าต้องการทำจะต้องทำผ่านระบบดิจิทัลจึงมีความต้องการพิสูจน์ตัวตนว่าเป็นเราแน่นอน ไม่ได้มีใครแอบอ้างมา ดังนั้นในปัจจุบัน หากต้องการเปิดแอปขอธนาคารเพื่อการโอนเงิน ซื้อกองทุน หรืออื่นๆ จะต้องเอาสมุดบัญชีธนาคาร บัตรประชาขนตัวจริง และที่สำคัญตัวท่านผู้อ่านเองจะได้มาด้วยตัวเอง
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เพื่อที่จะพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงนั่นเอง ดังนั้นหากต้องการที่จะลดขั้นตอนก็ต้องหาวิธีการเพื่อยืนยันตัวตนโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องมาเอง
อีกเรื่องที่เราพูดถึงกันมานานก็คือเรื่องการลงลายมือชื่อในรูปแบบดิจิทัล เพื่อการยืนยันเอกสารเรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะธุรกรรมอื่นๆ เรายังเดินไปที่ธนาคารแล้วไปยืนยันกันในเบื้องต้นได้แต่ลายมือขื่อจำป็นต้องมีคนเชื่อว่าเป็นของเรา

สิ่งที่นัก crypto พูดกันมานานก็คือเรื่อง CA หรือ Certificate Authority  ซึ่งบริษัทนี้จะเป็นผู้รับรอง ลายมือชื่อดิจิทัล อาจจะรวมถึงการออกกุญแจ สองดอกเพื่อใช้ในการลงนาม และ ใช้เพื่อการเข้ารหัสเอกสารความลับ  การใช้งานคล้ายลักษณะเดียวกับกุญแจ ถ้าจะเปิดตู้จดหมาย แม่กุญแจและลูกกุญแจ ต้องคู่กันจะใช้ลูกกุญแจดอกอื่นมาเปิดไม่ได้ ซึ่ง CA ก็ต้องได้รับการรับรองด้วยเช่นกัน โดยการยอมรับกันในโครงข่ายของ CA ก็ด้วยเช่นกัน
ใน พรบ นี้พูดถึงการกำกับดูแล โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล อำนาจการกำกับดูแลของคณะกรรมการแย่งได้เป็น 3 ส่วน
1. ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน คณะกรรมการนี้จะกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทและการจัดตั้งบริษัท
2. ระบบทำการแทน หากภาครัฐหรือเอกชนที่ประสงค์จะเข้าสู่ platform ระบบนี้จะทำการเชื่อมต่อให้ เช่น ภาคเอกชนที่ไม่อยากลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาจจะใช้เพื่อสอบถาม ใบรับรองหรือลายเซ็นต์ดิจิทัล ก็ใช้การยืนยันผ่าน ระบบนี้
3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการนี้ก็จะมีอำนาจ ในการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้จ่อมูลเมื่อเกิดความเสียหาย กรรมการชุดนี้ก็จะมีอำนาจในการกำหนดมาตรฐานในการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานในโครงข่าย

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

ซอฟต์แวร์แห่งเสรีภาพ

เป็นประจำของทุกปีในวันเสาร์สัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายนทั่วโลกก็จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองให้ความรู้เรื่องนี้กันทั่วโลก ความสำคัญของวันนี้ก็คือ เรื่องของการเข้าถึงสารสนเทศอย่างเท่าเทียมเสรี หมายความว่าอย่างไร เมื่อความจำเป็นของการใช้สารสนเทศเข้าถึงทุกคน โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญกับมนุษย์ไปแล้ว แต่ปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทำให้ผู้คนอีกเป็นจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ต้องซื้อพื้นฐานทางเทคโนโลยีในราคาที่สูงกว่าผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนซอฟต์แวร์ ความหมายก็คือปลูกข้าวได้ผลผลิตแค่ไหนก็ขายได้เท่านั้นในแต่ละปีและราคาหน้าฟาร์มก็ไม่สามารถควบคุมเองได้ ราคาข้าวหนึ่งเกวียน ซื้อซอฟต์แวร์ได้แค่ระบบปฏิบัติการ


จุดประสงค์ของซอฟต์แวร์แห่งเสรีภาพ

เสรีภาพในการใช้  เสรีภาพในการเรียนรู้  เสรีในการแจกจ่าย เสรีภาพในการแก้ไข เสรีภาพในการแชร์

การใช้ซอฟต์แวร์

ประเทศที่พัฒนาช้าจะมีเหตุการณ์ที่ว่าขายซอฟต์แวร์ราคาไม่แพงให้ภาครัฐ และการศึกษา แต่ ภาคเอกชนราคาจะสูงกว่า ประเทศที่พัฒนาได้ช้า  นักพัฒนาจะไม่คำนึงถึง Platfrom อื่นที่ไม่ใช่ Windows พวกเขาจะไม่สนใจว่า คนที่ไม่ได้ใช้ ซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันจะเปิดอ่านเอกสารได้หรือไม่ ต้นทุนก็จะไปตกที่ SME จึงทำให้ประเทศเหล่านั้นมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันสุงมากเพราะต้องการใช้ซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันกับภาครัฐหรือหน่วยงานราชการ  ผู้คนจะสนใจการ crack แต่เพียงอย่างเดียว

ความโป่รงใส

หากมีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการเลือกตั้งลงคะแนน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดการทุจริตผลของคะแนนในการเลือกตั้งระบบที่ไม่รู้ว่า ด้านในเป็นอย่างไร นั่นหมายถึง เรื่องของการปิดเผยรหัสซอฟต์แวร์ หรือที่เรียกว่า โอเพนซอร์ส หากไม่ทำการเปิดซอร์ส เราจะมั่นใจเรื่องนี้ไม่ได้เลยว่า เบื้องหลังมีการแก้ไขผลของการโหวด ยังมีเรื่องของการส่งข้อมูลกลับไปเพื่อประโยชน์ต่างๆ มากมาย เทคโนโลยีโปรงใสจึงมีความสำคัญในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างความโปรงใส

โทรศัพท์ ปัจจุบันความนิยมในการใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้นแต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั่นก็เป็นเพราะ Android เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สที่ผู้ผลิตสามารถนำไปใส่ในผลิตภัณท์ของตัวเองจึงส่งผลให้ราคาโทรศัพท์ แทบเล็ต มีราคาตั้งแต่สองพันบาทคนทั่วไปก็สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้แล้วมีการพัฒนามาใช้กับ TV กล่องรับชมทีวีทางอินเตอร์เน็ท วิทยุอินเตอร์เน็ท

Crypto Currency  สกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาให้อยู่ในรูปแบบของความโปร่งใส เปิดเผยรหัส เพื่อไม่ให้เกิดความโปร่งใส 

LibreOffice  เป็นซอฟต์แวร์เพื่อประโยชน์ของสำนักงานร้านค้าผู้ประกอบการได้สร้างเอกสาร ตารางคำนวน พรีเซ็นต์เทชั่น ออกแบบมาให้มีความโปร่งใส ใช้มาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยนเอกสารกับซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกัน

IoT หรืออินเตอร์เน็ทในทุกสรรพสิ่งมี Hardware อย่าง Arduino , Raspberry Pi, Banana Pi และอื่น ๆ ที่ออกแบบ Hard ware แบบเปิด เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาเข้าถึงและพัฒนาได้อย่างง่ายในต้นทุนที่ไม่เกิน 100$ 

ระบบปฏิบัติการ  ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ทุกเครื่องต้องมี Linux ที่อายุครบ 27 ปีแล้วสร้างนวรรตกรรมใหม่เกิดขึ้นมากมายและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Application ธนาคาร โดยมาก บริษัท สื่อสาร และโซเชียลมีเดียว อย่าง Facebook Instragram ต่างก็ออกมายอมรับว่าใช้ ระบบปฏิบัติการเหล่านี้เป็นทางหลัก

คราว์นคอมพิวติ้ง  ที่ใช้เบื้องหลังเป็นซอฟต์แวร์เสรีจะทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อมันว่าระบบทั้งหมดไม่ได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลออกไปใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ให้บริการ อื่นๆจึงทำให้ปัจจุบัน บริการคราว์นคอมพิวติ้งเติบโตอย่างมาก และสามารถเข้ากันได้กับแพลทฟอร์มอื่น ๆ ในรูปแบบบริการเดียวกันผู้ใช้ต้องสามารถย้ายค่ายได้

ด้านล่างต่อไปนี้คือข้อความที่แปลมาจากเทคโนโลยี

วันเสรีภาพของซอฟต์แวร์คือการเฉลิมฉลองและการศึกษาทั่วโลกว่าทำไมเทคโนโลยีโปร่งใสและยั่งยืนจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ด้วยทีมงานกว่า 200 ทีมใน 60 ประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่น่าอัศจรรย์ที่ทำให้โรงเรียนและชุมชนของคุณมีส่วนร่วมด้วยไปกัน กับเหตุการณ์ในท้องถิ่นของคุณหรือเริ่มต้นกิจกรรมของคุณเองและพบปะผู้คนมากมายทุกคนทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าเสรีภาพของเรา จะได้รับการดูแลโดยเทคโนโลยีในวันพรุ่งนี้



วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Smart Cities เมืองอัจฉริยะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องภัยในCyber

เมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกหลายประเทศกำลังนำเอาเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาใช้เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ บริการสาธารณะ ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้า การจัดการขยะ การจัดการจราจร รวมถึงการแจ้งเตือนภัยต่างๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม .ในประเทศไทยตอนนี้เพิ่งจะเริ่มโครงการต่างๆไปบ้าง เช่น ระบบตรวจจับการผ่าไฟแดงของรถยนต์ หลายคนคงจะเคยได้รับใบสั่งจากกล้องพวกนี้กันมาบ้างแล้วตามสี่แยกต่างๆ การตรวจจับความเร็วในถนนหลวง ซึ่งจะสังเกตได้ เมื่อเวลาออกไปต่างจังหวัด จะมีเตือนและแจ้งว่าตอนนี้ความเร็วของเรา เท่าไหร่ บางคนอาจได้รับใบแจ้งค่าปรับกันมาแล้ว
การจราจรของ http://live.iticfoundation.org/ เพื่อการวางแผนการจราจร ในประเทศไทยยังไม่มีการเอาระบบตัดสินใจอัตโนมัติมาใช้ร่วมกับการจัดการปัญหาจราจร แต่ในบางประเทศได้เริ่มไปแล้ว มีการเชื่อมต่อกับ กล้อง CCTV จำนวน 251 ตัว

การใช้ข้อมูลเรื่องสภาพอากาศ ด้วยเรด้าของ กองพยากรอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา

ส่วนในโครงการอื่นที่มีการประกวดโมเดลที่จัดโดยกระทรวงพลังงาน โดยเว็บไซต์ thailandsmartcities.com มี 7 โครงการที่ผ่านเข้ารอบ 
1. นิด้า มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ รู้รักษ์หลังงาน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
2. มข (เมือง) มหาวิทยาลัยอัจฉริยะพลังงานสะอาด
3. เมืองจุฬา อัจฉริยะ
4. ธรรมศาสตร์ ศูนย์นังสิต ต้นแบบเมืองมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ
5. วิสซ์ดอม วันโอวัน
6. ของแก่น smart city ระยะที่ 1 ขนส่งสาธารณะเปลี่ยนเมือง
7. เมืองใหม่อัจฉริยะบ้านฉาง

ในขณะที่บ้านเรากำลังเริ่มต้น ในต่างประเทศเอง ก็ได้มีการแจ้งเตือนว่าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจากบางบริษัทมีนักวิจัยจาก IBM และ Threatare ค้นพบช่องโหว่ใหม่ 17 ช่องกับระบบสมาร์ทซิตี้ทั่วโลก เช่นสามารถเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรและคำเตือนจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งผลการวิจัยที่ค้นพบพวกเขาได้เผยผลการวิจัยในที่ประชุม Black Hat cybersececurity ในลาสเวกัส เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และได้ทำการติดต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องให้ทำการแก้ไข ช่องโหว่เหล่านี้เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงและอาจจะมีที่นักวิจัยยังไม่พบ
นักวิจัยลอกว่าระบบ Libelium , Echelon และ Battelle ที่ถูกใช้ในการตรวจจับอุทกภัยในอาร์เจนตินา  การควบคุมไฟในฝรั่งเศส และ การตรวจสอบการจราจรในรัฐแมสซาซูเซตส์ ตามกรณีศึกษา ทาง Echelon บอกว่าได้รับการยืนยันช่องโหว่และแจ้งให้ลูกค้าทราบและทำการปรับปรุง ส่วนโฆษกของ Battelle กล่าวว่า บริษัท ได้ออกแบบส่วนของ Interface ให้ปลอดภัย ส่วน Libelium ก็ได่ทำการปรับปรุงความปลอดภัยในส่วนนี้แล้ว

นักวิจัยบอกว่าการบุกรุกที่อาจจะะเกิดขึ้นทำให้เกิดความตระหนกในเมืองต่างๆ เช่น สัญญาณเตือนที่ผิดพลาด ด้วยการหลอกด้วยสัญญาณวิทยุหลอกลวงแล้วทำให้ไซเรนพายุทอร์นาโดทำงาน

การตรวจสอบจำนวนรถยนต์ที่อยู่บนท้องถนนเพื่อช่วยควบคุมสัญญาณจราจร ถ้า แฮกเกอร์เข้าไปป่วนก็จะสามารถทำให้การจราจรแย่ลงไปเลย

ระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมจะแจ้งเตือนเมื่อพบน้ำแค่หยดเดียว นักวิจัยพบว่าอุปกรณ์ออนไลน์จำนวนมากยังคงใช้รหัสเริ่มต้นที่ติดมากับโรงงาน

ในประเทศไทยหากมีการช่วยกันค้นพบช่องโหว่แบบนี้นักวิจัยอาจจะเป็นผู้ร้ายไปเลยก็ได้เพราะเนื่องจากความคิดเรื่องนี้บ้านเราหลายคนที่เกี่ยวข้องยังรับความจริงไม่ได้ เพราะจริงๆแล้วระบบไม่มีอะไรที่ปลอดภัย100% แต่ก็ต้องเฝ้าระวังและรับมืออย่างรวดเร็ว มีทีมวิจัยของตัวเองที่คอยตรวจสอบช่องโหว่ของอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย เพราะช่องโหว่ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการลองซ้ำ ๆ ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นรหัสบัตร ATM 4 หลักลองเอาเลข 0000 ถึง 9999 มาลองใส่ก็ต้องเจอเข้าสักอัน การลองที่ละชุดเป็นเรื่องพื้นฐาน บางคนใช้วิธีแบ่งครึ่งแล้วเลือกก็อาจจะพบเร็วกว่า วิธีการหา เราเรียกว่า อัลกอริทึม




วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสมาร์ตโฟน ที่มีมากขึ้น

ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการนำ AI มาใช้กับสมาร์ตโฟน AI เริ่มตั้งแต่ iPhone X ที่นำหน่วยประมวลผลกลางที่มี AI ที่เรียกกันว่า Apple A11 มาใช้วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อการปลดล็อกหน้าจอ เราก็เริ่มที่จะเห็นแอพพลิเคชัน และ อุปกรณ์ที่ มี AI เข้ามาเกี่ยวข้องขึ้นเยอะมากในปีนี้ Samsung ก็มี Exynos 9810 ที่ใช้ใน Galaxy S9 ค่าย  อื่นๆ ที่ตามมาก็มี Huawei ที่นำมาใช้ในเรื่องของการถ่ายภาพ เช่นลดการสั่นไหว และการถ่ายภาพที่มีแสงน้อย Xiaomi ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm MSN8953 Snapdragon มาช่วยในคน ที่รักการถ่ายภาพ เซลฟี่ ดูหล่อดูสวยขึ้น

สำหรับค่ายซอฟต์แวร์ที่พบว่าจะนำ AI มาใช้ช่วยในการแต่งภาพ ก็อย่างเช่น Adobe System ก็ได้ลงทุนกับ. Sensei AI Technology เพื่อนำมาใช้กับการแต่งภาพตัดต่อภาพด้วย photoshop และ Premiers Pro ในงานตัดต่อวีดีโอ

ในส่วนของการใช้งานโทรศัพท์มือถือในการเข้าถึงเว็บไซต์ google สำรวจพบว่า 61% ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลผ่านทาง สมาร์ทโฟน ซึ่งปัจจุบัน google จะให้คะแนนกับเว็บไซต์ที่รองรับกับหน้าจอ สมาร์ทโฟน

เมื่อ มี สมาร์ตโฟน ผู้คนส่วนใหญ่ก็สืบค้นซื้อสินค้า ชมภาพยนตร์  อ่านเรื่องราวต่างๆผ่าน ทางช่องทางนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ นักการตลาด นักการเมือง จะอาศัยช่องทางนี้เพื่อเข้าถึง กลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจึงได้ยินคำว่า BI หรือ Businesses Intelligences  มากขึ้นๆ นั่นก็เหมือนกับว่า เราถูก AI จับความเคลื่อนไหวตลอดเวลา การต่อสู้กัน ในเรื่องของคำค้น หรือ keywords ที่ใช้สอบถาม Siri หรือ Google ส่วนตัวผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ AI เกิดการเรียนรู้ แล้วส่ง รายการสินค้าที่ต้องการ ภาพยนตร์ แนวที่ชื่นชอบ หรือข้อมูล. ที่กำลังค้นหา

หลายๆคนเริ่มกังวลว่า โทรศัพท์ของเราทำไมมันฉลาดขึ้น มันเข้ามาสอดรู้สอดเห็นเรื่องราวของเรา ยิ่งต้องทำให้คนในแวดวงที่มีชื่อเสียง นักการเมือง ต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะแค่วันนี้คุณแค่สนใจอยากเลือกชุดชั้นใน ไปเซอร์ไพรส์ ภรรยา มันก็จะส่งรายการสินค้าไปโฆษณาที่หน้าเว็บที่คุณเข้าไป คนก็จะเข้าใจผิดได้ หรือพนักงานคนไหน อยากเปลี่ยนงาน นายจ้างจะวิเคราะห์ได้ทันทีจากหน้าจอ โฆษณา

วันนี้ยกเรื่องราวของ สมาร์ตโฟนเอไอ ขึ้นมาก็เพราะ มีข่าวจาก CNN ว่า พรรคเดโมแครตประกาศแจ้งเตือนทีมงานและสมาชิกพรรค ไม่แนะนำให้ใช้ สมาร์ตโฟนของ ZTE และ Huawei หลังจากที่คณะกรรมการของพรรค จะมีการซื้อสมาร์ตโฟนจาก ZTE มาให้ทีมงานใช้ ประเด็นนี้น่าจะมาจากการประกาศเตือนของ FBI NSA CIA เหตุผลทางด้านความมั่นคง  เพราะสองบริษัทนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน จะเป็นช่องทางให้สายลับจีนมาล้วงข้อมูลสำคัญ เช่น งานวิจัยใหม่ๆ ในห้องวิจัยของภาครัฐ ทาง Huawei ก็ตอบโต้ว่าสินค้าของบริษัทมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย พอๆกับบริษัทอื่นๆ และยังได้รับความเชื่อถือจากรัฐบาลอื่นๆ มากกว่า 170 ประเทศ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ รายงานล่าสุดของ Huawei เปิดเผยผลประกอบการใน ครึ่งปีแรกของ ปี 61 รวมรายได้ 325.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเดิมในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 15%