วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปัญหาเรื่องฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 ทำไมต้องเลิกใช้

ผมคงไม่ต้องอ้างอิงระเบียบสำนักนายกว่าด้วยเรื่องการใช้ฟ้อนต์ TH Sarabun หรือที่อ่านว่า ไทยสารบัญ และประกาศให้ใช้เลขไทยในหนังสือราชการ เพราะประกาศมาตั้งแต่ปี 2549 เพียงแค่ขอความร่วมมือไมไ่ด้บังคับใช้ ลิงค์เอกสาร

ในการพิมพ์เลขไทยในต้องกดปุ่ม shift แล้วพิมพ์บนแป้นตัวเลข ตามมาตรฐานเครื่องพิมพ์ดีด แต่ก็มีหลายคนชอบพิมพ์ตัวเลข ตรงแป้นตัวเลข ที่เพิ่มเข้ามาในแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์เลขภาษาอาราบิค มันไม่สะดวก คนที่ทำฟ้อนต์ TH sarabun PSK ให้หนวยงานของรัฐ ก็เลยออกฟ้อนต์ใหม่ชื่อ TH Sarabun IT9 ขึ้นมาเพื่อให้สามารถพิมพ์เลข อาราบิค ที่แป้นพิมพ์ตัวเลขซึ่งไม่ตรงกับการขอความร่วมมือ

ฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 มีรหัสที่ไม่เป็นมาตรฐาน เพราะเลข 1 ของเลข อาราบิกจะเป็นเลข ฐาน 16 คือรหัส 31 แต่กลายเป็นว่า มีเลขไทยมีสองชุด ชุดแรกไปใช้รหัส 31 เช่นเดียวกับฟ้อนต์มาตรฐานสากล


ถ้ามาดูรหัส 31 ของฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 จะกลายเป็นเลขไทยดังนั้นจะมีปัญหาระหว่างการพิมพ์เอกสารออกเครื่องพิมพ์เพราะรหัสฐาน 16 ไม่ได้ตรงกับมาตรฐาน

การใช้ฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 จะมีปัญหาเรื่องการติดตั้งสำหรับคนที่ใช้ Mac OS จะไม่สามารถติดตั้งได้เนื่องจากไม่ผ่าน Validation หากคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ Apple macinthos จะไม่สามารถแสดงผลเอกสารได้เหมือนกับคนที่มีฟ้อนต์ TH Sarabun IT9
หลายคนเข้าใจผิดว่าฟ้อนต์ TH Sarabun PSK กับ TH Sarabun IT9 หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่คอมพิวเตอร์ ไม่ได้เห็นเหมือนเรา ถ้าใครใช้เครื่อง Apple ก็จะมีปัญหาทันที ใครส่ง TH Sarabun IT9 มาก็ต้องแก้ไขเอกสารเพราะจะเพี้ยนมาก จะต้องแก้ใขใหม่ให้เป็น TH Sarabun PSK สร้างภาระให้กับผู้รับเอกสาร

ตามหลักสากลแล้วตัวเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง ชื่อรหัสสินค้า มักจะใช้เลข อาราบิก ซึ่งบางอย่างเป็นเครื่องหมายการค้า ทำให้เราไม่สามารถใส่ เลขเหล่านั้นเป็นเลขไทยลงไปใน TOR จัดซื้อจัดจ้างได้
เมื่อใช้ฟ้อนต์ IT9 พิมพ์แล้วเปลี่ยนไปใช้ฟ้อนต์อื่นเพียงเพื่อจะให้พิมพ์หมายเลขทางการค้าเหล่านั้นก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการใช้งานและสร้างสไตร์ตัวอักษร

ตามข้องตกลงร่วมกัน Internationalization (บางครั้งเราจะเรียกสั้นๆว่า "I18N ,  "I - คืออักษรตัวแรกและ ต่อด้วยตัวอักษร 18 ตัวและปิดตัวท้ายด้วย  -N") ในการสร้าง Produc ต้องสนับสนุน ตัวอักษรตามมาตรฐาน, การสร้าง TH Sarabun IT9 ก็เป็นการทำผิดข้อตกลง ต่อไปใครจะใช้เลขอะไรใน Unicode ได้ตามสะดวกก็จะหามาตรฐานอะไรมารองรับไม่ได้เลยเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร หรือ เพื่อการแปลภาษา





วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ไมโครซอฟต์จะเข้าซื้อ Github

การจะเข้าไปซื้อ github ของไมโครซอฟท์ ประกาศเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2018 สร้างความกังวนให้กับนักพัฒนา บางส่วน ถึงการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เพราะ ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา แนวคิดของไมโครซอฟท์ คือพัฒนาซอฟต์แวร์ แล้วขายไลเซนต์ ให้กับผู้ใช้งาน ในรูปแบบที่ไม่ยอมเปิดเผยซอร์สโค้ด เพราะมันคือทรัพยากรขององค์กรที่สร้างรายได้ แต่อีกแนวความคิดหนึงของโลกซอฟต์แวร์ คือการ เปิดเผยซอร์สโค้ด เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันของ วิศวกรซอฟต์แวร์ ที่เรียกกันว่าโอเพ่นซอร์ส ก็คือแนวความคิดที่ว่าเปิดเผยซอร์สโค้ดเพื่อความโปร่งใส เปิดเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน เปิดเผยเพื่อความน่าเชื่อถือ ซึ่งนี้คืออุดมคติที่ฝั่งโอเพ่นซอร์สยึดถือมาตลอด ลิขสิทธิ์ที่เปิดเผยซอร์สโค้ด ใครนำไปใช้ต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดด้วย

การทำงานร่วมกันของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ว่าบริษัทนั้นจะเล็กหรือใหญ่มีทีมมากแค่ไหนแต่สิ่งหนึ่งต้องมีเครื่องมือที่พัฒนาร่วมกันได้ เคคื่องมือนั้นเรียกว่า เวอร์ชั่นคอนโทรล หรือ ที่เรียกว่า VC ส่วนเครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการซอร์สโค้ด Source code management (SCM) วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2008 Github ได้ถูกตั้งขึ้น และเปิดตัวในเดือนเมษายน 2551 เพื่อให้บริการ version control ในรูปแบบ web base hosting service ปัจจุบัน มีซอฟต์แวร์ที่ เปิดอยู่ในบริการนี้ 26 ล้านคน ที่ใช้ GitHub เพิ่งระดมทุนได้250ล้านเหรียญเมื่อปี 2015 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2018 ไมโครซอฟท์ประกาศจะซื้อ Githubมูลค่า 7.5 พันล้านเหรียญ ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการเรียกว่ามีซอร์สโค้ดมากที่สุดถึง2 ล้าน ล้านรายการ เพราะไมโครซอฟท์ใช้กับโครงการโอเพนซอร์สหลายตัวเช่น Power shell , virtual studio code และอื่นๆ 

ความกังวนจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เกิดความไม่สบายใจ จากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เพราะเกิดความไม่มั่นใจเมือ่เป็นแบบนี้ก็ทำให้มีนักพัฒนาย้ายซอร์สโค้ดของตัวเองออกไป เช่นย้ายไป gitlab หลายคนคิดว่าหลังจากนี้ไปหาก satay nadella CEO คนปัจจุบัน ไม่ได้ทำหน้าที่นี้แล้วอาจะทำให้นโยบายของไมโครซอฟท์เปลี่ยนไป

 สำหรับ blog ของ satya nadella ก็ได้เขียนถึงดิวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เช่นกันว่า github เองนั้นก็เป็นบ้านของไมโครซอฟท์เช่นเดียวกับนักพัฒนาอื่นๆ การเข้าซื้อในครั้งนี้ก็เพราะเรากำลังเดินร่วมทางกับโอเพนซอร์ส การซื้อกิจการครั้งนี้ เราเห็นโอกาส 1 จะช่วยให้นักพัฒนาได้ทุกวงจรของการพัฒนา ตั้งแต่เริมไอเดียรไปจนถึงนำไปใช้งานกับระบบคลาวด์ github ยังคงเป็นแพทฟอร์มแบบเปิดและนักพัฒนาสามารถเชื่อต่อและขยายได้ นักพัฒนายังคงสามารถใช้ภาษาหรือโปรแกรม หรือเครืองงมือและ ระบบปฏิบัติการ ใดก็ได้ที่พวกเขาเลือก

ประการที่สอง ไมโครซอฟท์จะช่วยให้นักพัฒนาระดับองค์กรมาใช้ github

ประการสุดท้ายไมโครซอฟท์จะรักษาความเป็นอิสระและแพลตฟอร์มแบบเปิดและรับฟังคำติชมของนักพัฒนาซอฟ์แวร์ตลอดจนลงทุนในปัจจัยพื้นฐานและความสามารถใหม่ๆ ดิวในการซื้อกิจการครั้งนี้จะจบสิ้นในปลายปีนี้

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Google IO 2018 มีอะไรน่าสนใจ





วันนี้ผมจะมาสรุปเค้าข้าวในเรื่องของงาน Google ไอโอ 2018 ที่ผ่านมาว่า Google ได้พูดถึงอะไรบ้างซึ่งงาน Google ไอ้อ้วนเป็นงานที่น่าสนใจงานสำหรับนักพัฒนาดูดูแล้วเปิดให้คนทั่วไปเพื่อที่จะคาดการณ์ว่าในอนาคตนั้นชีวิตและเทคโนโลยีจะไปในทิศทางใดซึ่ง Google ถือว่าเป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอีกบริษัทหนึ่งนะครับ Google ได้พูดถึงเรื่องเทคโนโลยีด้านสุขภาพว่ามีความคืบหน้าอย่างไร

สุขภาพ healthcare


Google ได้พูดว่ามีกว่าให้ความสำคัญกับ AI กำลังจะเข้าไปเปลี่ยนเพราะว่า AI ที่ใช้ในเรื่องของสุขภาพจะสามารถวิเคราะห์ได้ละเอียดกว่าแพทย์ซึ่งข้อมูลกว่า 100,000. จุดมาร่วมวิเคราะห์กับผู้ป่วยที่ Google เอาเอไอเค้าไปใช้สามารถวิเคราะห์หาปริมาณต่างๆได้ซึ่งเกี่ยวข้องทางการแพทย์ซึ่งหมายความว่าต่อไปหมอก็จะมีเวลามากขึ้น ทำนายโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ล่วงหน้า 24 ถึง 48ชั่วโมง

Gmail


Smart composed ก็คือการเขียนเมล์ส่งเมล์จะนำ machine learning จะเริ่มทำการให้คำแนะนำในสิ่งที่คุณจะเขียนลงไปจากนุ้นเพื่อพบข้อความแนะนำและต้องการใช้คุณแค่กดtab มันจะเริ่มเรียนรู้ข้อความต่างๆและแนะนำ วลี ที่คุณอาจจะต้องการ เร็วๆนี้เราจะได้สนุกกับมัน


Google photo


จะเพิ่มเครื่องมือช่วยในการหาภาพเพื่อนเพื่อที่จะแชร์หรือแบ่งปันให้เพือน AI จะช่วยหารูปที่มีอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันเช่น Lisa อยู่ในงานแต่งงานเราจะสามารถแชร์ภาพให้Lisaเพียงคลิกเดียวรูปเหล่านั้นก็จะส่งออกไป จะให้คำแนะนำการปรับภาพให้ดีขึ้นเช่นปรับสีพื้นหลังเพือให้ภาพดูโดดเด่นขึ้นมา

TPU 3.0 


พัฒนาชิพเพื่อช่วยให้คำแนะนำการระบายความร้อนด้วยของเหลว ในดาต้าเซนเตอร์ของgoogleเพื่อการให้บริการคราว์คอมพิวติ้ง


Google Assistant


ได้เพิ่มเสียงเข้าไปอีก หก เสียง และ เราจะไม่ต้องพูดกับ google assistant ของเราว่า hey google ก่อนรับคำถามหรือคำสั่งอีกต่อไป ทำให้เกิดการสนทนาอย่างต่อเนื่อง หลายปีมานี้googleได้ได้ศึกษาเรื่อง Natural language เรียกว่า google duplexใช้ เทคนิคที่เรียกว่า deep learning และ text to speech ได้ทุ่มเงินในการพัฒนาในส่วนนี้ไปมาก ดังนั้นต่อไปเราจะพูดคุยภาษามนุษย์ เข้าใจความรู้สึก เหมือนอย่างในภาพยนตร์ ที่โทนี่ คุยกับ จาวิช การแจ้งเตือนต่างๆจะเป็นเสียงพูด และ มนุษย์สามารถโต้ตอบหรือคอนเฟริมข้อความด้วยการพูด

New smart device


โปรดักต่างๆในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะมีจอภาพเพิ่มเข้ามาในบรรดาสินค้าที่เป็น consumer electronic ยี่ห้อต่างๆ เช่นลำโพง ขอเรียกว่าเป็น smart display คาดว่าจะมีขายราวเดือนกรกฎาคม ที่เห็นมีเช่น. LG , JBL สามารถทำ video calling ได้



Android p


ระบบปฏิบัติการ ที่จะมี intelligence , simplicity, digital wellbeing หรือหมายความว่ามีความฉลาด เรียบง่าย และ คุณภาพชีวิตดิจิทัล Android p นั้น google ได้ทำงานกับ partner ของเขาเพื่อสร้างฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เรียกว่า adaptive battery ขอเรียกว่าการปรับการใช้งานแบตเตอรี่ตามความต้องการ ระบบจะปรับการใช้งานเพื่อประหยัดการใช้แบตเตอรี่ เช่น Adaptive brightess ปรับความสว่างในช่วงเวลากับแสงจากภายนอก. Android p จะทำนายว่าคุณต้องการจะทำอะไร

โทรศัพท์จะเงียบเมื่อไม่ต้องการให้ถูกรบกวน ในพฤติกรรมที่ ควำ้หน้าจอลง และจะไม่มีเสียงสั่นสะเทือน Android p จะสร้างตัวแจ้งเตือนรวมทุกช่องทางไว้ให้ การตั้งเวลาช่วงพักผ่อน จะเปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเทา ซึ่ง Android p เบต้า มีแบนด์มากว่า7ค่ายนำไปใช้


Google earth หรือ google map


หลายปีมานี้ google map ได้สร้างแผนที่เพื่อช่วยทุกคนให้สามารถเพิ่มที่อยู่ใหม่ได้อัตโนมัติ ธุรกิจ สิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้อยู่บน ถนน ลงปยังแผนที่ พื้นที่ชุมชนและสถานที่ ที่ไม่เป็นทางการ สิ่งเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ การเปลี่ยนแปลงในแผนที่. Google จะเพิ่มแทบใหม่ลงในแผนที่ ออกแบบมาเพื่อบอกให้คุณได้รู้เกี่ยวกับย่านที่สนใจ เกี่ยวกับสถานที่ใหม่
สรุปว่า AI มามีบทบาทแทบจะทุกพื้นที่ในอนาคตอันใกล้นี้

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

วิเคราะห์ พรก สินทรัพย์ ดิจิทัล 2561

ตอนนี้บ้านเรา มี พระราชกำหนด ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัล 2561 เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ที่ให้ความสนใจลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งตอนนี้มี การแลกเปลี่ยนซื้อขาย และ ออก โทเคน เพื่อการระดมทุน ในการประกอบธุรกิจ

คริปโทเคอร์เรนซี่  หมายความว่า หน่วยข้อทูล อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าบริการหรือสิทธิอื่นใดหรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิตอลและให้หมายความรวมถึงหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่คณะกรรมการกลตประกาศกำหนด

โทเคนดิจิทัล  หมายความว่าหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1 กำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ
2 กำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือสิ่งอื่นใดที่เฉพาะเจาะจงทั้งนี้ตามที่กำหนดในข้อตกลงระหว่างผู้ออกและผู้ถือและให้หมายความรวมถึงหน่วยแสดงสิทธิ์อื่นตามที่คณะกรรมการกลตประกาศกำหนด

ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอลมีอะไรบ้าง

1 ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล
2 นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล
3 ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิตอล
4 กิจการอื่นที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ กลต

อ่านประเด็นที่น่าสนใจ ในหมวด3 ในการเวนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน
ในการเสนอขาย Token ดิจิตอลที่ออกใหม่ต่อประชาชนพวก Token ดิจิตอลที่ประสงค์จะเสนอขาย Token ดิจิตอลดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานกลตและให้กระทำได้เฉพาะนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดและต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย Token ดิจิตอลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานกลตโดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการกลตประกาศกำหนด

ชัดเจนว่า บริษัทที่สามารถทำได้ต้องเป็นบริษัทจำกัดก็ได้

เรื่องการออกโทเคนเป็นเรื่องของการเก็งกำไร การเก็บภาษีธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัล มีสองประเภท
1 กำไรและส่วนแบ่งที่เกิดจากโทเคนดิจิทัล 2 ส่วนต่างที่เกืดจากการโอน จะต้องเสียเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15%ทุกคร้งที่มีการทำธุรกรรม แต่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีบุคคลธรรมดา

แต่นิคิบุคคลจพไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

กฏเกณฑ์แบะภาษีทรัพย์สินดิจิทัลในต่สงประเทศ

1สวิสเซอรแลนด์ ในการลงทุนใขซกฎเกณฑ์ หลักทรัพย์ นักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี
2ไทย ออกกฏเกณฑ์ สำหรับทรัพย์สินดิจิทัลโดยเฉพาะ นักลงทุนประดภทบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีเงินได้ 15%

3สหรัฐ ใช้กฏเกณฑ์หลักทรัพย์และกฏเกณฑ์ภาษีเงินได้ นักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษี 37%

4 สหราขอาณาจักร.หรืออังกฤษ ยังไม่มีกฏเกณฑ์ควบคุม การซื้อขายมั่วไปเน้นเรื่องการฟอกเงิน นักลงทุนประเถทบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษี 20%

5จีน ห้ามซื่อขาย

พรก ที่ออกมาตอนนี้ผมมองว่าเป็นข้อดี เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจเกิดใหม่ที่ตั้งใจจะทำธุรกิจและมวรรตกรรมจริงๆ ให้มีช่องทางในการระดมทุนหรือหาผู้น่วมลงทุน และป้องกะนกานออกคริปโคเคอรเรนซี ที่ไม่มีการควบคุมอาจจะเป็นช่องทางสำหรับผู้ไม่หวังดี

เงื่อนไขในการซื่อขาย ICO (initial coin offering)

บริษัทเสนอขายต้องมีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 5 ล้านบาท
ต้องเป็นบริษัทจำกัด หรือ มหาขนจำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน กลต
มีภาระภาษีมูลต่าเพิ้ม 7%
บริษัทเสนอขายให้กับนักลงทุนได้ไม่เกิน 300000 บาทต่อราย
ชำระภาษีนิติบุคคลตากรายได้การเสนอขายโทเคนดิจิทัล
ต้องมีร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ถูกต้องครบถ้วน
ต้องทำแบบแสดงรายการข่อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิมัลที่ถูกต้อง
คณะกรรมการแบะผู่บริหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
#ที่มาจากการแสดงความคิดเห็น กลต.

คาดว่าเกณฑ์จ่างๆ เหล่านี้จะออกมาในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อป้องกันความเสียงของนักลงทุน

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Open data กับการใช้ชีวิต

โอเพ่นดาต้า (open data) ข้อมูลเปิด ความหมายในภาษาชาวบ้านก็คือ การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ของภาครัฐ เพื่อความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ มากกว่านี้คือ ชาวบ้าน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ข้อมูลนั้น ต้องไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของ แต่ละคน

การผลักดันเรื่องนี้ก็เพื่อ ประโยชน์หลายด้านเช่น ความโปรงใสในการ ใช้งบประมาณหรือภาษี ทุกคนสามารถนำ ข้อมูลจากภาครัฐไปใช้ได้ตามเงื่อนไข เช่นข้อมูลนั้น ห้ามนำไปทำเพื่อการค้า เช่น ปชช เอาไปเป็นส่วนหนึ่งของแอพพลิเคชั่น แล้วเก็บค่าใช้จ่าย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.data.go.th

สาเหตุที่วันนี้มาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะ มีข่าวดังเรื่องของ เมจิกสกิน ผมก็มาคิดว่า โครงการ open data ไปถึงไหนแล้ว กรณี แอบอ้างนำ อย. มาใช้ ประชาชน จะรู้ได่อย่างไรว่า ถูกต้องหรือแอบอ้างมาใช้  ผมแนะนำเว็บ แอพพลิเคชั่น https://oryor.com ซึ่งสามารถลองเข้าไปตรวจเช็คกันก่อน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th ช่วยอะไรได้อีก ยุคนี้การจะทำธุรกิจกับใครเช่น ชวนมาลงทุน หรือร่วมหุ้นจะมาในรูปแบบ MLM หรือที่เรียกว่า Multi Level Margeting ธุรกิจในรูปแบบเครือข่าย ซึ่งก็มีรูปแบบ สินค้าแตกต่างกันไป แต่ก่อนอื่น ผมแนะนำให้ทุกท่านสมัครสมาชิกในเว็บ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อน แล้วตรวจข้อมูลดูว่า จัดตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ อะไร ก่อตั้งมากี่ปีแล้ว ส่งงบการเงินบ้างไหม ผลประกอบการ เขาพอที่จะจ่ายคืนผลตอบแทนอย่างที่บอกได่หรือไม่

พัฒนาการของการเปิดข้อมูลของภาครัฐ จะต้องมีเพิ่มขึ้น ตัวอย่างของ ข้อมูลการใช้งบประมาณ ปัจจุบันเราสามารถตรวจสอบได้แล้ว ในเว็บ https://govspending.data.go.th  สามารถเข้าไปดูงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง หรือค้นหาด้วย คำค้นก็ได้

ปัจจุบันการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐเพิ่มมากขึ้น ปีนี้ 2561 กรมบัญชีกลางก็ ขอความร่วมมือกับเว็บไซท์ ท้องถิ่นให้ทำการดึงประกาศฟีดข่าวจัดซื้อจีดจ้างไปแสดงที่หน้าเว็บของแต่ละที่อีกด้วย แต่ก็มีเสียงบ่นว่า Server มักจะปิดทำการทุกวันหยุด และ ช่วงกลางคืนเป็นบางวัน

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

ว่าด้วยเรื่องความเป็นส่วนตัว (privacy) ในยุคสังคมออนไลน์



สัปดาห์นี้จะไม่พูดถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวไมไ่ด้เพราะมีสองข่าวใหญ่ที่พูดกันในวงกว้างข่าวแรกเรื่อง ข้อมูลผู้ใช้ Facebook ตกไปอยู่ในมือของ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล และเรื่องที่สองที่กำลังฮอทมากในบ้านเรา ที่ตามมาติด ๆ ก็เรื่อง ข้อมูลภาพบัตรประชาชนของผู้สมัครใช้โทรศัพท์ของค่ายมือถือ True ที่ถูกค้นเจอเพราะเปิดเป็น public เอาไว้ในบริการของ AWS S3 สองเรื่องนี้เกิดขึ้นต่าง กรรมต่างวะระกันก็จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเฟสบุค ผ่านมาจนมีผลทางการเมืองผมขอสรุปคราวๆดังนี้

สรุปเรื่องของเฟสบุค
ข้อมูลส่วนตัวในเฟสบุคหลุดได้อย่างไรเป็นที่รู้กันว่า เฟสบุคอำนวยความสะดวกให้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้ใช้สมาชิกของเฟสบุคสมัครใช้งานได้โดยผ่าน API ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไรเพียงแต่ก่อนจะเล่นเกมส์หรือใช้แอปพลิเคชั่นนั้นก็แค่ยอมรับให้แอปนั้นสามารถเข้าถึงตัวตนของเราได้เช่นชื่อ ในยุคแรก เฟสบุคให้เข้าถึงได้ว่าเพื่อนเรามีใครบ้างและแต่ละคนเชื่อมโยงถึงใครบ้าง แต่ต่อมาภายหลัง ข้อตกลงนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่มีผู้ที่เคยทำแอปพลิเคชั่นในยุคนั้นก็คือนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ชื่อ Aleksandr Kogan สร้างแอป ชื่อว่า thisisyourdigitallife ซึ่งมีคนประมาณ 270,000 คนดาวน์โหลดและ ให้ข้อมูลของพวกเขา แต่ Kogan ยังคงเก็บข้อมูลผู้ใช้เอาไว้และนำมาใช้กับ Cambridge Analytica ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลช่วงเลือกตั้งให้กับ ประธานาธิบดี ทรัมป์ มีโปรไฟล์ของผู้ใช้งานเฟสบุคถึง 50 ล้านคน Cambridge Analytica ได้นำมาวิเคราะห์และกำหนดเป้าหมายโฆษณาทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเรื่องเหล่านี้รุ้ถึงผู้ใช้งาน facebook จึงทำให้เกิดแคมเปญ หรือ แฮชแทก Delete Facebook จากผู้ใช้ทั่วโลกหนึ่งคนที่โดงดังมากและลบเพจออกไปก็คือ Elon musk ได้ทำการลบ page ที่ชื่อ Space X และ Tesla เรื่องการนำข้อมูลไปใช้ The Guardian เปิดเผยโครงการนี้ในปี 2015 Facebook จึงบอกให้ Kogan และ Cambridge Analytica และขอให้ลบข้อมูลทั้งหมด ที่พวกเขามีเพราะเป็นการละเมิดกฎของ Facebook แต่รายงานกล่าวว่าในความเป็นจริง,

Cambridge Analytica และ Kogan ไม่เคยลบข้อมูล และ Facebook ไม่เคยตรวจสอบเพื่อดูไม่ว่าจะเป็นการลบข้อมูลตามที่ได้แจ้งไว้ นี้ได้รับหัวใจของสาเหตุที่บางคน กำลังลบบัญชี Facebook ของตนเองตอนนี้




สำหรับใครที่อนุญาตให้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เข้ามาสามารถเข้าไปยกเลิกได้. ให้ไปที่ การตั้งค่า > คลิกที่ แอปและเว็บไซต์


อะไรที่ไม่ต้องการแล้วก็ลบออกไปบ้าง นะครับ งานนี้ถ้าเฟสบุคถอดใจก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะปัจจุบันคนติดเฟสบุคกันมากมาย



เรื่องที่สองเกิดขึ้นในบ้านเรา

สดๆ ร้อน ๆ จะเรียกว่าถูก hack ได้หรือไม่เพราะการ hack น่าจะเป็นเรื่องที่เข้าถึงในระบบปิดและสามารถเข้าถึงได้ การพบครั้งนี้ เป็นการค้นเจอของ Niall Merigan ว่า True ได้ทำการเปิด Public ภาพบัตรประชาชนของผู้ใช้ โทรศัพท์ 46,000 ไฟล์ รวมแล้วมีขนาด 32G เป็นบัตรประชาชนในการซื้อซิมพร้อมเครื่อง  ผู้เชียวชาญในเฟสบุคหลายคนต่างวิภาควิจารกันว่า เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดในการตั้งค่าของผู้รับผิดชอบ เพราะปกติ Cloud Storage S3 จะถูกตั้งให้ค่าเริ่มต้นเป็น private อยู่แล้ว Niall Merigan เป็นคนทำหน้าที่สำรวจตรวจสอบผู้เข้ามาใช้บริการของ Amazon S3 อยู่แล้ว หลังจาก true ทราบการแจ้งเตือน ใช้เวลาแก้ไขเกือบสัปดาห์ กว่าจะปิด


ปัจจุบันทางตัวแทนของ True ได้เข้าให้การกับ กสทช แล้ว

เรื่องของ Privacy เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความตระหนักในเรื่องนี้มากๆ เพราะสองเรื่องที่เกิดขึ้นมีทั้งผู้ใช้บริการให้ความยินยอม และ ไม่ให้ความยินยอมในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ในต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและหากนำไปใช้ในการให้คุณให้โทษกับบุคคลอื่นได้ยิ่งเป็นปัญหาวุ่นวายตามมาแน่นอน 

ในบ้านเราการละเมิดความเป็นส่วนตัวเกิดขึ้นมากมาย บางทีพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านก็ได้รับโทรศัพท์เชิญชวนให้รับข้อความ SMS ดูดวงรายวัน รายงานผลสลากกินแบ่งฟรี แต่ไม่บอกว่าหลังจากกี่วันไปแล้วจะเสียข้อความละ 3 บาท 6 บาท หรือ 9 บาท พอเงินในบัตรเติมเงินหมดเติมใหม่เข้าไปก็ถูกหักเงิน กว่าจะรู้ตัวก็หมดไปคนละหลายพัน หรืออยู่ดีดีก็เอาข้อมูลของเราไปให้บริษัทประกันโทรมาขายประกัน ขายบริการเสริม โทรศัพท์ ไม่เว้นวันเวลาพักผ่อนหรือวันหยุด หรือ เวลาทำงาน 

การเข้าถึงพฤติกรรมของผู้ที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าในสินค้าหรือบริการต่างๆ เป็นเรื่องที่น่าสนใจของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการทำ Data mining เพราะจะได้ซื้อโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ข้อมูลบัตรประชาชนเอาไปทำอะไรได้จะขอยกตัวอย่างเช่น การเอาไปสวมสิทธิ์รับเงินสงเคราะห์ต่าง ๆ ที่ให้นักศึกษาเซ็นแทนก็เกิดขึ้นมาแล้ว การเอาชื่อพร้อมสำเนาบัตรไปแนบลงรายการผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการยอดจำนวน ก็มี...

การตอบคำถามในการเข้าถึงการใช้บัตรเครดิตร ต้องใช้ข้อมูลของผู้ถือบัตร

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

ทำไมช่วงนี้ Apple สนใจด้านการศึกษาเป็นพิเศษ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2018 Apple ทำการเปิดตัว ipad ใหม่แบบไม่ค่อยฮือฮาเท่าไหร่ แต่ที่จะน่าสนใจตรงที่ ราคาเริ่มต้นที่ 11,000 บาท เพราะงานนี้ Apple เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นโรงเรียนเป็นหลัก ขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว สามารถใช้ Apple pen ได้ เพราะ Apple pen ก่อนหน้านี้จะใช้งานได้เฉพาะ รุ่นใหญ่คือ ipadPro เท่านั้น Apple ชูความเหนือชั้นที่จะใช้ในการเรียนการสอนด้วย Application ที่เกี่ยวข้องกว่า 400,000 App และเพิ่มเนื้อที่ iclound ให้ 100 G สำหรับโรงเรียน และกำลังจะเปืดตัว Application จัดการห้องเรียน ที่เรียกว่า classroom ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มีมาก่อน
https://www.apple.com/th/ipad-9.7/

สาเหตุอะไรทำไม apple จึงมาเน้นการตลาดการศึกษาในช่วงนี้ น่าจะเกิดจาก

Google ได้เริ่มโปรโมท chromebook อย่างจริงจัง และมีบริษัทผู้ผลิต คอมพิวเตอร์รายใหญ่ๆ นำระบบปฏิบัติการ ChromeBook OS ไปติดตั้งและทำสเปคให้เหมาะสม เช่น acer, hp ,dell , samsung, asus ราคาอยู่ที่ 200$ เบ็ดเสร็จแล้วราคา พอๆกับ new ipad สำหรับการศึกษา

ChromeBook มีแอปพลิเคชั่น ที่ติดตั้งผ่าน Browser Chrome ที่เรียกว่า Chrome web store Google จะได้เปรียบตรงที่มี email  สำหรับโรงเรียน โดยที่โรงเรียนจะใช้โดเมนของตัวเองในการส่งเมล์.และ สร้างความคุ้นเคยกับผู้ใช้งานทั่วไปผ่าน Chrome Browser ที่ติดตั้งใน.OS อย่าง.Windows . Linux . Mac มี แบตเตอรี่ ที่ใช้งานได้เกือบ 10 ชั่วโมง

https://www.google.com/chromebook/

อีกค่ายยักษ์อย่าง ไมโครซอฟต์ ก็มี ผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเหมือนกัน แต่ ก็ยังไม่มีฮาร์ดแวร์ ในราคาประหยัด มามากสักเท่าไหร่นัก และได้ดำเนินรอยตาม Google มาติดได้ปล่อยให้โรงเรียนใช้ License ในรูปแบบของ School โดยมี office 365 เป็นตัวหลัก และ email สำหรับโดเมนของโรงเรียนเช่นกัน

ทั้งสามค่ายมีข้อได้เปรีบบเสียเปรียบที่แตกต่างกัน apple ได้เปรียบเรื่อง Hardware และ Software ที่ควบคุมคุณภาพ Hardware ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับ Software เวลาเกิดปัญหาอะไรที่ผ่านมาApple ก็ เปลี่ยนให้ ถึงแม้ Apple จะไม่มี email ให้บริการ แบบ ไมโครซอฟต์และ Google แต่ก็สามารถติดตั้ง Application ลงไปได้ของทั้งสองค่าย Apple ยังไม่ได้ให้ฟรี พื้นที่เก็บข้อมูล Cloud Storageให้กับคนทั่วไปถึง100G แต่ให้ฟรีสำหรับโรงเรียน น่าจะเป็นตัวเลขการแข่งขันในอนาคต.

Google จะเสียเปรียบเรื่องเนื่อหาสาระในรูปแบบดิจิทัลสำหรับเด็ก ที่ apple ออกแบบมาให้น่าใช้มากกว่า แต่ถ้า google ทำการตลาดให้เกิดการใช้งานที่มากพอ ก็จะมีคนสร้างแอปดีดี ออกมาให้

ในบ้านเราทั้ง Apple และ Google คงต้องเหนือย อีกเยอะกับการช่วงชิงตลาดการศึกษามาจากไมโครซอฟต์