วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เมื่อ Face ID ของ iPhone x ปลดล๊อกได้จากเด็ก 10 ขวบ

มีวีดีโอใน youtube เผยแพร่ออกมาหลังจากที่ iPhone X ส่งมอบถึงมือลูกค้าไม่นานว่า การปลดล๊อกจากใบหน้าของผู้ใช้งานนั้น สามารถทำได้ ครอบครัวของ Attaullah Malik  เมื่อได้ iphone x มาก็ตั้งค่าใช้งานรวมถึงการปลดล๊อกด้วยใบหน้า เมื่อ เธอวางโทรศัพท์ทิ้งไว้ลูกชายวัย 10 ขวบของเธอก็ได้นำโทรศัพท์ไปเล่น จึงสร้างความประหลาดใจว่าปลดล๊อกได้อย่างไร ลูกชายก็เลยทำให้ดูด้วยการใช้ใบหน้าของเขา


ถ้าดูจากวีดีโอ แม่กับลูกจพหน้าตาคล้ายกันมาก เหตุการณ์แบบนี้ทางแอปเปิล ระบุว่าเกิดขึ้นได้ไม่มาก 1 ในล้าน โดยเฉพาะกับแฝด แต่ ระบบโครงข่ายประสาทเทียมหรือ AI จะเริ่มเรียนรู้ในเวลาต่อๆ มาการปลดล๊อกก็จะยากขึ้น โดย จะมีการถามรหัสผ่านที่ตั้งซึ่งเอกสาร ความปลอดภัยของ Apple ระบุไว้ว่า เราสามารถใช้รหัสผ่าน แทน face id ได้ในกรณีต่อไปนี้ (เอกสารด้านความปลอดภัย)
  • อุปกรณ์มีการเปิดขึ้นใหม่
  • อุปกรณ์ไมไ่ด้มีการปลดล๊อก 48 ชั่วโมง
  • รหัสผ่านไม่ได้ถูกใช้เมื่อ 156 ชั่วโมงและ face id ไม่ได้ปลดล๊อกในช่วง 4 ชั่วโมง
  • โทรศัพท์ได้รับการปลดล๊อกด้วย remote
  • หลังจากประสบความสำเร็จในการจับคู่ด้วยใบหน้า 5 ครั้ง
Apple ยังบอกว่าความน่าจะเป็นในการปลดล๊อกด้วยใบหน้ามีโอกาส 1 ในล้าน ซึ่งดีกว่า touch ID ที่มีโอกาส 1 ต่อ 50000 

ต่อมาก็มีคนปลดล๊อก FaceID ได้จากการสร้างหน้ากาก


มีคนสร้างหน้ากาก สามมิติ ขึ้นมาเพื่อทำการปลดล๊อก แต่ไมไ่ด้ให้รายละเอียดว่าในช่วงตั้งค่านั้นได้มีใบหน้า อื่น ๆ มาร่วมในการจับคู่ด้วยหรือไม่  ถ้ามองในทางกลับกัน การขโมยโทรศัพท์มาแล้วลงทุนสร้างหน้ากาก เพื่อปลดล๊อกจะเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้ยาก

แหล่งที่มา macrumors

วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

คราว์คอมพิวติ้งกับงาน openstack submit 2017



คราว์คอมพิวติ้ง ได้รับความไว้วางใจมาระยะหนึ่งแล้วทั่วโลก ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือ การนำเอาคอมพิวเตอร์หลาย ๆ ตัวมาต่อกันให้ช่วยกันทำงานและสามารถแบ่งทรัพยากรออกไปให้เกิดการใช้งานย่อย มองเป็นคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง คล้ายกับการเป็น คอมพิวเตอร์เสมือนบนเครื่องคอมพิวเตอร์กลุ่มใหญ่

เมื่อมองในอดีตที่ผ่านมาเราเอาเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวมาทำเป็น Virtual machine เสมือกับมีคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องโดยผู้ใช้งานจะไม่รู้เลยว่าเป็นเครื่องจำลอง แต่ด้วยสาเหตุที่ว่า เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว หากเกิดมีความต้องการจะปรับปรุงระบบ หรือจะเพิ่มหน่วยความจำ ก็จะต้อง ปิดคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก่อนจึงเกิดปัญหาไปที่ virtual machine ก็จะต้องปิดลงไปด้วย แนวคิดนี้ถูกพัฒนามาเป็น คราว์คอมพิวติ้งเพราะการที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ตัวเดียวเป็นศูนย์กลางของ Virtual machine ก็ใช้หลาย ๆ ร้อยตัวก็ได้ และหากต้องการจะสร้าง virtual machine ขึ้นมาก็สามารถแบ่งปัน หรือ จัดสันทรัพยากรนั้นได้ ทำให้เกิดการประมวลผลที่รวดเร็ว และที่กล่าวมาผมพยายามอธิบายโดยหลีกคำทางเทคนิคให้น้อยลง

เมื่อเป็นเช่นนั้น Google เอง Amazon หรือแม่แต่ Chaina clound หรือ AlibabaClound เอง ก็เลยเอาระบบของตัวเองมาทำเป็นบริการให้เช่า

ข้อดีของบริการ ผู้เริ่มต้นหรือ Startup ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์หลายร้อยตัวเพื่อรองรับบริการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ นักวิจัยที่ต้องการใช้ระบบประมวลผลแบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อระบบก็ใช้บริการแบบเช่าใช้ไป

แต่ก็จะมีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องการจะสร้างระบบเหมือน ๆ กับ google amazon Alibaba เพราะไม่อยากให้ข้อมูลของตัวเองไปฝากไว้กับคนอื่นจะทำอย่างไร ก็คงต้องมองหา โอเพนซอร์ส เพราะต้นทุนจะต่ำกว่าแน่นอน ก็มีบริษัทที่ทำธุรกิจ ด้านโอเพนซอร์ส อย่าง Redhat   ก็ให้การสนับสนุนกลุ่ม Openstack  ขึ้นมา จนเป็นที่ยอมรับของหลายๆ หน่วยงาน openstack เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับ Cloud computing ใช้บริหารจัดการคอมพิวเตอร์ที่มาทำงานร่วมกัน

งาน Openstack summit 2017 ที่เพิ่งจะจัดงานกันผ่านไปที่ sydney November 6-8, 2017 ทำให้เห็นว่ามีหลายหน่วยงาน หลายบริษัท ใช้บริการมากมาย นอกจากจะมีการบรรยายจากผู้ที่ได้รางวัล super user award เช่นการรถไฟฟ้าของ จีน การเอา Openstack ไปใช้ แล้วยังมี Workshop ในการสร้าง Application

วีดีโองานที่จัด boston
https://www.openstack.org/videos/summits/boston-2017

วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หุ่นยนต์ยักษสองตัวระหว่าง MegaBots และ Suidobashi ศักดิ์ศรีของสองประเทศ

วันนี้มีเรื่องสนุกๆสำหรับคนที่ชื่นชอบหุ่นยนต์มาเล่าสู่กันฟังส่วนใครจะเชียร์ใครก็แล้วแต่ความชอบเป็นการท้าทายกันของบริษัทผลิตหุ่นยนต์สองค่ายระหว่างอเมริกา และ ญี่ปุ่น คือบริษัท  U.S. robotics company MegaBots และ Suidobashi Heavy Industries ทั้งสองค่ายใช้เวลาสองปีในการสร้างและระดมทุนใน โดย Megabot ได้ระดมทุนมีผู้สนับสนุนจาก 8000 คนได้ทุนทั้งหมด จาก  $554,600 ใน crowdfunding เพื่อนำไปอัพเกรดการยิง เพนท์บอล



โดยทาง ญี่ปุ่นไม่ได้ประกาศว่าตนเองได้รับเงินสนับสนุนเท่าไหร่ หุ่นยนต์ที่น่าจะมีข่าวออกมาเรือย ๆ ก็จะเป็นฝั่งของ Megabot เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในเดือนสิงหาคม บริษัท ได้ เปิดตัว หุ่นยนต์ที่จะมีส่วนร่วมในการสู้รบอย่างเป็นทางการครั้งนี้ชื่อว่า Eagle Prime มีน้ำหนัก 12 ตัน (24,000 ปอนด์) มีความสูง 16 ฟุตและสามารถนั่งได้สองคน หุ่นยนต์นี้ใช้เครื่องยนต์ V8 LS3 กำลัง 430 แรงม้าและมีราคา 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ 

สำหรับทางญี่ปุ่นเองใช้หุ่นยนต์ชื่อ Kurata ของ Suidobashi ซึ่ง มีน้ำหนัก 6.5 ตันและสูงประมาณ 13 ฟุต ข้อมูลนี้มาจาก PC Mag  เมื่อสองปีที่แล้วมีการท้าทายกันครั้งแรก Suidobashi CEO และผู้ก่อตั้ง Kogoro Kurata กล่าวว่าทีมของเขาไม่สามารถปล่อยให้ประเทศอื่นชนะได้เนื่องจากหุ่นยนต์ยักษ์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น 

การต่อสู้จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 1 ทุ่ม ผ่านทาง https://go.twitch.tv/megabotsinc

สังเกตว่าเงินระดมทุนไม่พอแต่คงต้องการกำลังใจกันมากกว่าว่าจะมีใครสนใจและเชียร์กันมากน้อยแค่ไหน งานนี้ทางญี่ปุ่นเองบอกว่าต้องสามารถสู้กันแบบประชิดตัวได้ งานนี้เป็นทั้ง กีฬา และรายการทีวีที่น่าจะเป็นครั้งแรกหลังจาก ที่เราเคยได้ชมกันทางภาพยนต์เรื่อง real steel แต่ครั้งนี้เป็นของจริง

เรามาวิเคราะห์กันครับว่างานนี้เขาทำกันไปทำไม สร้างหุ่นในราคาแพงมาต่อสู้กัน ในเชิงของการบันเทิงในรูปแบบทีวีอินเตอร์เน็ต เชื่อว่างานนี้สร้างรายได้ให้กับ ทางผู้จัด ไม่น้อยซึ่งหลังจากวันนี้คงได้มีการเปิดเผยกัน งานนี้ รายได้จากผู้ให้การสนับสนุนเหมือนกับ กีฬาทั่วไป และ รายได้จากลิขสิทธ์ ถ่ายทอดสด

เรื่องราวของวันนี้ที่บ้านเรายังมีปัญหากับทีวีดิจิทัลแต่ในเรื่องของอินเตอร์เน็ตทีวีแบบบอกรับสมาชิก อย่างที่เรารู้จักดีเช่น HBO netFlix และ Twitch ที่เก็บค่าสมาชิกจากคนดูทั่วโลกเดือนละ 4$ บ้างหรือ 5$ บ้างเพราะการเลือกชมภาพยนต์หรือชมรายการทีวีเปลี่ยนไปแล้วสำหรับคนในยุคนี้ เพราะเวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอ คอมพิวเตอร์หรือ มือถือเป็นหลัก

เราสามารถติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ได้จากแหล่งข้อมูล เว็บของ https://www.megabots.com/ twitter 

แหล่งข่าว : PC MAG  , Adafruit BNBC Twitter




วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

แนวโน้มของเทคโนโลยีที่ในอีกสิบปีข้างหน้า

สัปดาห์นี้จะพูดถึงเทรนที่จะทำนายให้เห็นถึงเทคโนโลยีในอนาคต ที่เปิดเผยโดย gartner ล่าสุดที่เรียกว่า Hype Cycle 2017 ที่เปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2017 เทคโนโลยีใหม่ที่ จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจได้ เช่น Blockchain , ปัญญาประดิษฐ์ และ Augmented Reality


ในอนาคตที่มากกว่า 10 ปี มีการพูดถึงเทคโนโลยีที่เรียกว่า Brain computer interface นั่นหมายความว่าถ้าสำเร็จ มนุษย์อาจจะต้องถูกปลูกถ่ายชิฟ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น 
สำหรับเทคโนโลยีอันใกล้นี้ หมายถึง 5 ปี Hype Cycle ระบุว่า Machine learning , Blockchain ,Drones เชิงพาณิชย์ , Software เพื่อการรักษาความปลอดภัย ที่สำคัญที่เข้ามาใหม่คือเรื่อง Brain-Computer interfaces
สำหรับเทคโนโลยีที่ควรโฟกัส มีสามเรื่องด้วยกันที่เป็น mega-tren คือ

Artificial intelligence(AI) Everywhere

จะเข้าไปมีบทบาท ในหลายๆ ด้าน , ผู้รำทางด้านเทคโนโลยีจะต้อง คาดการเรื่องเหล่านี้ เพราะจะมีผลกระทบกับธุรกิจ ลองดูว่า จะเอา Ai มาทำประโยชน์อะไรกับธุรกิจเราได้บ้าง

Digital Platforms

ที่ประกอบไปด้วย Iot platform , Blockchain,5G, แบะอื่นๆ มองดูว่า ธุรกิจของเรา
จะเอา Blockchain มาทำประโยชน์อะไรกับธุรกิจของเราได้บ้าง หรือ Machine Learning เพื่อจะได้แข่งขันในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้า

Transparently Immersive Experiences

ประกอบไปด้วย 4D Printing , Augmented Reality, Brain-Computer Interface, Connected Home และอื่นๆ ดูเพิ่มเติมจากตารางสรุป


ตัวอย่างของเทคโนโลยีเทรน AI Everyware 

 ยานพาหนะที่มี AI จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลงได้ การเอา IOT และ AI มาช่วยในเรื่องการจัดการจราจร การขนส่งมวลชน ก็จะช่วยให้ผู้คนวางแผนการเดินทางได้มาก

Transparently Immersive Experiences

ตัวอย่างที่เห็นในเรื่องนี้ก็อย่างเช่น เมื่องาน F8 conference ที่เฟสบุคจัดขึ้นก็จะเห็นว่ามีการเปิดตัว Camera Effects Platform เพื่อเชื่มกับโลกเสมือนจริงของ Social เข้าหากัน การใช้ AR ในอนาคตก็จะเริ่มมีมากขึ้น เช่นที่เห็นก็จะเป็น Game 

อ้างอิงจาก Gartner

วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560

งานเทคโนโลยีดิจิทัล digital Thailand Big Bang ที่ผ่านไป

เพิ่งจบไปหมาด ๆ กับงาน Digital Thailand Big bang 2017 เป็นงานที่รวบรวมเทคโนโลยี ดิจิตัลในรูปแบบต่าว ๆ เอาไว้ในงาน เช่น Smart City , Software and Services, Tecnology จากค่าย มือถือ เช่น IOT ส่วนของการแสดงผลงานของ Start UP เป็นงานที่จัดได้ใหญ่มาก ได้รับคำชื่นชมจาก ชาวต่างชาติที่มาดูงาน ว่าจัดได้ยิ่งใหญ่ เหมือนนำเสนอความพร้อมของประเทศที่จะไป สู่ Thailand 4.0 มีชาวต่างชาติมา นำเสนอเทคโนโลยีด้วย

ในวงการพัฒนากำลังคนในด้านศึกษา ผมได้เข้าไปร่วมในการสังเกตุการและแสดงความคิดเห็นว่า จริง ๆ แล้วประเทศของเรา มีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะ พัฒนาบุคลากร ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยกล่าวถึงภาพรวมของเทคโนโลยี โดยเฉพาะนักพัฒนา developer หรือ โปรแกรมเมอร์ โดยปัญหาใหญ่ของประเทศเราในขณะนี้ กำลังขาดแคลด

การผลิตบุคคลากรให้ตรงความต้องการนั้น ผมได้ให้ความเห็นไปว่า กระทรวงศึกษาของ เราได้พยายามปรับการเรียนการสอนไปบ้างแล้ว เช่น ส่งเสริมการนำเอา STEM education เข้าไปใช้ในโรงเรียนที่มีความพร้อมมีครูที่จะนำเอาวิทยาศสตร์ เทคโลโนโลยี

การผลติบุคลากรของภาคอาชีวะ มีโครงการเรียกว่าไตรภาคี เพื่อให้สถานประกอบการ กับสถานศึกษาได้ทำงานร่วมกันโดยส่งนักศึกษาไปฝึกงานแล้วกลับมาเรียนและกลับไปทำงาน โดยทำกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับ นโยบาย Linkin ในสิงคโปร์ ที่จะมีผู้ประกอบการบริษัทฝึกอบรมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ และมีภาครัฐให้การสนับสนุน

การศึกษาในประเทศเราโดยมากจะพูดถึงแต่ การเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายที่เด็กจบไปแล้วไม่เข้าเรียนสาย เทคโนโลยีเท่าที่ควร จนมหาวิทยาลัยขาดแคลนจำนวนผู้เรียน ส่วนหนึ่ง จำนวนเด็กที่เกิด ก็ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน


วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560

Ebook business model

หลังจากที่อีบุ๊ค เริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นความชัดเจนแล้วว่า รูปแบบของ e book นั้นธุรกิจจะเป็นอย่างไร ในยุคเริ่มแรก e book มีแนวคิดว่าจะขายออกมาเป็นเล่ม ให้คล้ายกับหนังสือจริงในท้องตลาด เนื่องจากว่ามีการประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ แต่ดูเหมือนว่าการอ่านหนังสือนั้นจะเป็นความนิยมของคนในยุคเบบี้บูมและยุค gen x มากกว่าคนในยุค gen y ถึงทำให้หนังสืออีบุ๊คนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรหลายค่ายออกมาร์แรก แต่ก็มีแล้วก็เริ่มเห็นชัดเจนที่ว่า business model ของ ebook นั้นจะเป็นอย่างไรยุคนี้เราจะเริ่มเห็นหนังสืออีบุ๊คจะออกมาในรูปแบบของเหมารวมหรือสมัครเป็นสมาชิกแล้วอ่านได้ทุกเล่มยกตัวอย่างเช่นแพ็คเกจของ amazon amazon เองก็มี package unlimited แต่ก็แล้วแต่ว่าหนังสือเล่มไหนจะเข้าร่วมรายการบ้างไม่ใช่อ่านได้ทุกเล่ม มิสซ้อนไม่ได้มีสำนักพิมพ์เป็นของตัวเองเพราะฉะนั้นก็ต้องรอว่าสำนักพิมพ์ลายไหนจะยอมเข้าร่วมโครงการโดยมากจะเป็นสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าน้อยลงหน่อย โดยการสอบสมาชิกแบบ unlimited ของ amazon มีค่าใช้จ่ายเพียง 9.99 เหรียญต่อเดือนและถ้าเราไปมองถึงค่ายหนังสือที่เฉพาะเจาะจงอย่างเช่น โอไรเลย์ นอกจากจะมีขายเป็นเล่มสำหรับ e book แล้ว เขาก็มีแบบเหมาจ่ายรายเดือนเช่นกัน ซึ่งจะสามารถอ่าน ebook ได้ไม่จำกัด ค่ายที่ผมใช้อยู่เป็นประจำอย่าง pack publishing ก็ลดราคา ebook ลงมาบางเนื้อหาเหลือเล่มละ 3 เหรียญก็เคยทำแล้วหรือเหมาแพ็คเกจ 10 เหรียญอ่านได้ 5 เล่มอย่างนี้เป็นต้นและก็มีแพคเกจสมาชิกรายปีตกเป็นเงินไทยปีละไม่กี่พันบาทก็สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูล ทั้งวีดีโอและหนังสืออีบุ๊คกว่า 4000 เล่ม เราก็จะเห็นว่า โมเดลธุรกิจของอีบุ๊คจะออกแบบมาในรูปลักษณะของการให้บริการเช่าอ่านซะมากกว่าซึ่งน่าจะทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะคนอ่านหนังสือต้องการที่จะค้นคว้าหนังสือที่มากกว่า 1 เล่นอยู่แล้ว ในประเทศไทยเองก็มีผู้ให้บริการในลักษณะนี้เช่นกัน เช่นนบี อุ๊คบีก็มีให้เหมาจ่ายเป็นรายปีสามารถอ่านหนังสือพิมพ์บางฉบับนิตยสารบางฉบับที่เข้าร่วมโครงการกับอุ๊คบี ผู้ใช้บริการก็สามารถอ่านหนังสือและนิตยสารเหล่านั้นและตลอดทั้งปี

วันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560

การเปิดตัว iPhone 8, iPhone X แต่ที่มากกว่านั้นคืออะไร

การเปิดตัวของ apple เมื่อคืนนี้เป็นการเปิดตัวที่ steve jobs theater และเป็นการเปิดตัวครั้งแรกเป็นสถานที่ ที่เรียกว่า Apple University เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามเอามากๆ Apple ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมภายใน ที่น่าอยู่มาก จะมี Apple park อยู่ในนั้นด้วย นี้คือที่ทำงานแห่งใหม่ ที่สตีปจ็อบส์ เองอยากสร้างเพื่อให้พนักงานได้มีส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ เห็นแล้วน่าไปทำงานด้วยจริงๆ ตัวอาคารหลังคาประกอบด้วย แผงโซล่าเซลทั้งหมด มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก แอปเปิล พยายามจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า แอปเปิลไทม์สแควร์ในหลายแห่ง