วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

ว่าด้วยเรื่องความเป็นส่วนตัว (privacy) ในยุคสังคมออนไลน์



สัปดาห์นี้จะไม่พูดถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวไมไ่ด้เพราะมีสองข่าวใหญ่ที่พูดกันในวงกว้างข่าวแรกเรื่อง ข้อมูลผู้ใช้ Facebook ตกไปอยู่ในมือของ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล และเรื่องที่สองที่กำลังฮอทมากในบ้านเรา ที่ตามมาติด ๆ ก็เรื่อง ข้อมูลภาพบัตรประชาชนของผู้สมัครใช้โทรศัพท์ของค่ายมือถือ True ที่ถูกค้นเจอเพราะเปิดเป็น public เอาไว้ในบริการของ AWS S3 สองเรื่องนี้เกิดขึ้นต่าง กรรมต่างวะระกันก็จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเฟสบุค ผ่านมาจนมีผลทางการเมืองผมขอสรุปคราวๆดังนี้

สรุปเรื่องของเฟสบุค
ข้อมูลส่วนตัวในเฟสบุคหลุดได้อย่างไรเป็นที่รู้กันว่า เฟสบุคอำนวยความสะดวกให้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้ใช้สมาชิกของเฟสบุคสมัครใช้งานได้โดยผ่าน API ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไรเพียงแต่ก่อนจะเล่นเกมส์หรือใช้แอปพลิเคชั่นนั้นก็แค่ยอมรับให้แอปนั้นสามารถเข้าถึงตัวตนของเราได้เช่นชื่อ ในยุคแรก เฟสบุคให้เข้าถึงได้ว่าเพื่อนเรามีใครบ้างและแต่ละคนเชื่อมโยงถึงใครบ้าง แต่ต่อมาภายหลัง ข้อตกลงนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่มีผู้ที่เคยทำแอปพลิเคชั่นในยุคนั้นก็คือนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ชื่อ Aleksandr Kogan สร้างแอป ชื่อว่า thisisyourdigitallife ซึ่งมีคนประมาณ 270,000 คนดาวน์โหลดและ ให้ข้อมูลของพวกเขา แต่ Kogan ยังคงเก็บข้อมูลผู้ใช้เอาไว้และนำมาใช้กับ Cambridge Analytica ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลช่วงเลือกตั้งให้กับ ประธานาธิบดี ทรัมป์ มีโปรไฟล์ของผู้ใช้งานเฟสบุคถึง 50 ล้านคน Cambridge Analytica ได้นำมาวิเคราะห์และกำหนดเป้าหมายโฆษณาทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเรื่องเหล่านี้รุ้ถึงผู้ใช้งาน facebook จึงทำให้เกิดแคมเปญ หรือ แฮชแทก Delete Facebook จากผู้ใช้ทั่วโลกหนึ่งคนที่โดงดังมากและลบเพจออกไปก็คือ Elon musk ได้ทำการลบ page ที่ชื่อ Space X และ Tesla เรื่องการนำข้อมูลไปใช้ The Guardian เปิดเผยโครงการนี้ในปี 2015 Facebook จึงบอกให้ Kogan และ Cambridge Analytica และขอให้ลบข้อมูลทั้งหมด ที่พวกเขามีเพราะเป็นการละเมิดกฎของ Facebook แต่รายงานกล่าวว่าในความเป็นจริง,

Cambridge Analytica และ Kogan ไม่เคยลบข้อมูล และ Facebook ไม่เคยตรวจสอบเพื่อดูไม่ว่าจะเป็นการลบข้อมูลตามที่ได้แจ้งไว้ นี้ได้รับหัวใจของสาเหตุที่บางคน กำลังลบบัญชี Facebook ของตนเองตอนนี้




สำหรับใครที่อนุญาตให้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เข้ามาสามารถเข้าไปยกเลิกได้. ให้ไปที่ การตั้งค่า > คลิกที่ แอปและเว็บไซต์


อะไรที่ไม่ต้องการแล้วก็ลบออกไปบ้าง นะครับ งานนี้ถ้าเฟสบุคถอดใจก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะปัจจุบันคนติดเฟสบุคกันมากมาย



เรื่องที่สองเกิดขึ้นในบ้านเรา

สดๆ ร้อน ๆ จะเรียกว่าถูก hack ได้หรือไม่เพราะการ hack น่าจะเป็นเรื่องที่เข้าถึงในระบบปิดและสามารถเข้าถึงได้ การพบครั้งนี้ เป็นการค้นเจอของ Niall Merigan ว่า True ได้ทำการเปิด Public ภาพบัตรประชาชนของผู้ใช้ โทรศัพท์ 46,000 ไฟล์ รวมแล้วมีขนาด 32G เป็นบัตรประชาชนในการซื้อซิมพร้อมเครื่อง  ผู้เชียวชาญในเฟสบุคหลายคนต่างวิภาควิจารกันว่า เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดในการตั้งค่าของผู้รับผิดชอบ เพราะปกติ Cloud Storage S3 จะถูกตั้งให้ค่าเริ่มต้นเป็น private อยู่แล้ว Niall Merigan เป็นคนทำหน้าที่สำรวจตรวจสอบผู้เข้ามาใช้บริการของ Amazon S3 อยู่แล้ว หลังจาก true ทราบการแจ้งเตือน ใช้เวลาแก้ไขเกือบสัปดาห์ กว่าจะปิด


ปัจจุบันทางตัวแทนของ True ได้เข้าให้การกับ กสทช แล้ว

เรื่องของ Privacy เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความตระหนักในเรื่องนี้มากๆ เพราะสองเรื่องที่เกิดขึ้นมีทั้งผู้ใช้บริการให้ความยินยอม และ ไม่ให้ความยินยอมในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ในต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและหากนำไปใช้ในการให้คุณให้โทษกับบุคคลอื่นได้ยิ่งเป็นปัญหาวุ่นวายตามมาแน่นอน 

ในบ้านเราการละเมิดความเป็นส่วนตัวเกิดขึ้นมากมาย บางทีพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านก็ได้รับโทรศัพท์เชิญชวนให้รับข้อความ SMS ดูดวงรายวัน รายงานผลสลากกินแบ่งฟรี แต่ไม่บอกว่าหลังจากกี่วันไปแล้วจะเสียข้อความละ 3 บาท 6 บาท หรือ 9 บาท พอเงินในบัตรเติมเงินหมดเติมใหม่เข้าไปก็ถูกหักเงิน กว่าจะรู้ตัวก็หมดไปคนละหลายพัน หรืออยู่ดีดีก็เอาข้อมูลของเราไปให้บริษัทประกันโทรมาขายประกัน ขายบริการเสริม โทรศัพท์ ไม่เว้นวันเวลาพักผ่อนหรือวันหยุด หรือ เวลาทำงาน 

การเข้าถึงพฤติกรรมของผู้ที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าในสินค้าหรือบริการต่างๆ เป็นเรื่องที่น่าสนใจของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการทำ Data mining เพราะจะได้ซื้อโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ข้อมูลบัตรประชาชนเอาไปทำอะไรได้จะขอยกตัวอย่างเช่น การเอาไปสวมสิทธิ์รับเงินสงเคราะห์ต่าง ๆ ที่ให้นักศึกษาเซ็นแทนก็เกิดขึ้นมาแล้ว การเอาชื่อพร้อมสำเนาบัตรไปแนบลงรายการผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการยอดจำนวน ก็มี...

การตอบคำถามในการเข้าถึงการใช้บัตรเครดิตร ต้องใช้ข้อมูลของผู้ถือบัตร

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

ทำไมช่วงนี้ Apple สนใจด้านการศึกษาเป็นพิเศษ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2018 Apple ทำการเปิดตัว ipad ใหม่แบบไม่ค่อยฮือฮาเท่าไหร่ แต่ที่จะน่าสนใจตรงที่ ราคาเริ่มต้นที่ 11,000 บาท เพราะงานนี้ Apple เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นโรงเรียนเป็นหลัก ขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว สามารถใช้ Apple pen ได้ เพราะ Apple pen ก่อนหน้านี้จะใช้งานได้เฉพาะ รุ่นใหญ่คือ ipadPro เท่านั้น Apple ชูความเหนือชั้นที่จะใช้ในการเรียนการสอนด้วย Application ที่เกี่ยวข้องกว่า 400,000 App และเพิ่มเนื้อที่ iclound ให้ 100 G สำหรับโรงเรียน และกำลังจะเปืดตัว Application จัดการห้องเรียน ที่เรียกว่า classroom ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มีมาก่อน
https://www.apple.com/th/ipad-9.7/

สาเหตุอะไรทำไม apple จึงมาเน้นการตลาดการศึกษาในช่วงนี้ น่าจะเกิดจาก

Google ได้เริ่มโปรโมท chromebook อย่างจริงจัง และมีบริษัทผู้ผลิต คอมพิวเตอร์รายใหญ่ๆ นำระบบปฏิบัติการ ChromeBook OS ไปติดตั้งและทำสเปคให้เหมาะสม เช่น acer, hp ,dell , samsung, asus ราคาอยู่ที่ 200$ เบ็ดเสร็จแล้วราคา พอๆกับ new ipad สำหรับการศึกษา

ChromeBook มีแอปพลิเคชั่น ที่ติดตั้งผ่าน Browser Chrome ที่เรียกว่า Chrome web store Google จะได้เปรียบตรงที่มี email  สำหรับโรงเรียน โดยที่โรงเรียนจะใช้โดเมนของตัวเองในการส่งเมล์.และ สร้างความคุ้นเคยกับผู้ใช้งานทั่วไปผ่าน Chrome Browser ที่ติดตั้งใน.OS อย่าง.Windows . Linux . Mac มี แบตเตอรี่ ที่ใช้งานได้เกือบ 10 ชั่วโมง

https://www.google.com/chromebook/

อีกค่ายยักษ์อย่าง ไมโครซอฟต์ ก็มี ผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเหมือนกัน แต่ ก็ยังไม่มีฮาร์ดแวร์ ในราคาประหยัด มามากสักเท่าไหร่นัก และได้ดำเนินรอยตาม Google มาติดได้ปล่อยให้โรงเรียนใช้ License ในรูปแบบของ School โดยมี office 365 เป็นตัวหลัก และ email สำหรับโดเมนของโรงเรียนเช่นกัน

ทั้งสามค่ายมีข้อได้เปรีบบเสียเปรียบที่แตกต่างกัน apple ได้เปรียบเรื่อง Hardware และ Software ที่ควบคุมคุณภาพ Hardware ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับ Software เวลาเกิดปัญหาอะไรที่ผ่านมาApple ก็ เปลี่ยนให้ ถึงแม้ Apple จะไม่มี email ให้บริการ แบบ ไมโครซอฟต์และ Google แต่ก็สามารถติดตั้ง Application ลงไปได้ของทั้งสองค่าย Apple ยังไม่ได้ให้ฟรี พื้นที่เก็บข้อมูล Cloud Storageให้กับคนทั่วไปถึง100G แต่ให้ฟรีสำหรับโรงเรียน น่าจะเป็นตัวเลขการแข่งขันในอนาคต.

Google จะเสียเปรียบเรื่องเนื่อหาสาระในรูปแบบดิจิทัลสำหรับเด็ก ที่ apple ออกแบบมาให้น่าใช้มากกว่า แต่ถ้า google ทำการตลาดให้เกิดการใช้งานที่มากพอ ก็จะมีคนสร้างแอปดีดี ออกมาให้

ในบ้านเราทั้ง Apple และ Google คงต้องเหนือย อีกเยอะกับการช่วงชิงตลาดการศึกษามาจากไมโครซอฟต์

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

การพิจารณาวิเคราะห์ ICO สินทรัพย์ดิจิทัล

ช่วงนี้เรามักจะเห็นการ ออก ICO ออก Coin ออก Token กันมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาศของผู้ที่ต้องการทุนและลงมือทำ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ทรัพย์สินดิจิทัล ที่ออกกันมาใหม่นั้น มีคุณภาพหรือไม่อย่างไร ความกังวนว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้นักลงทุนเสียหายหากการลงทุนนั้นไม่พิจารณาให้ดี นาย Bruce Fenton เป็น CEO ของ Chainstone Labs และ Atlantic Financial เคยทำงานในอุตวาหกรรมการจัดการการลงทุนมากว่า 25 ปี และยังเป็นบอร์ดบริหาร Bitcoin Foundation เขาได้ให้ความเห็นว่าการลงทุนใน ICO ควรจะมีวิธีวิเคราะห์อย่างไร ด้วยการให้คะแนนพิจารณา รวม 100 คะแนน และแบ่งเป็น 10 หมวด หรือจะเรียกว่า X Factor ก็ได้
1 ความปลอดภัย ในเรื่องนี่ เช่นการรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นรากฐานของ crypto ทีมงานมีการควบคุมวิเคราะห์เรื่องของการถูกโจมตีอย่าวไร

2. การมีส่วนร่วม  สำหรับผู้ถือครอง ICO จะมีส่วนร่วมอะไรบ้าง จะได้อะไรจากการถือครองเหรียญ หรือส่วนแบ่งรายได้ในอนาคตหรือไม่ กระบวนการออกหลักทรัพย์มีความโปร่งใสและเป็นธรรใ

3. บัญชีและกฏหมาย.   ทีมงานมีการถือเหรียญอยู่เท่าไหร่ ตรวจสอบได้ไหม แล้ว ทีมงาน จะล๊อกไว้เช่นสองปีสำหรับทีมห้ามขาย จะต้องมี address จองทีมไว้ตรวจสอบ ว่าทีมยังไม่เทขาย  โปรเจค มีความเสี่ยงด้านกฏหมายสำหรับประเทศ นั้นๆหรือเปล่า หรือขิบเขตอำนาจศาล อันนี้ต้องระวัง หรือ โปรเจคมีใบอนุญาติหรือไม่  โปรเจคเป็นโอเพนซอร์ส หรือไม่ เพราะถ้า โอเพนซอร์สจะตรวจสอบและนักพัฒนาช่วยให้คำแนะนำได้

4. ทีมงานบริหาร ใครทำงานในโครงการนี้บ้าง มีชุมขน หรือไม่ บุคลากรมีความรู้ความสามารถ หรือไม่ รู้เรื่อง blockchain กี่คน ระดมทุนไปแล้วมีการเพิ่มจำนวนทีมงานหรือไม่ ถ้าโครงการไม่โอเพนซอร์ส ใครคือทีม มีประวัติอย่างไร ใครบริหาร พวกเขาทำอะไรมาก่อน

5. รายได้  เรื่องนี้สำคัญว่าโปรเจคจะมีรายได้มาจากไหน อะไรคือรายได้ที่คาดการของโครงการนี้ มีโอกาศเติบโตหรือไม่ เหรียญมีส่วนร่วมในการเติบโตของบริษัทหรือไม่ หรือ โทเค็นของเราผูกิยู่กับรายได้เหล่านี้อย่างไร


6. อุปสงค์อุปทาน  หมายความว่าเหรียญมีจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรใครสามารถเปรียนแปลงได้บ้าง ใครเป็นผู้ควบคุมเหรัยญจำนวนมาก ไม่ใช่เพิ่มตามอำเภอใจ  มีสภาพคล่องในการเปลี่ยนมือง่าย มีตลาดรองให้ซื้อขาย

7. การใช้งาน  เหรียญที่ถือไว้ใช้งานอะไรได้บ้าง  ใช้เพื่ออะไรได้บ้าง หรือเราจะได้นำไปใช้อะไร แล้ว ตั้งคำถามว่าถ้าถือแล้วทำไมคนส่วนใหญ่จึงต้องการถือ โปรเจคสำเร็จไปบ้างแล้วหรือยัง มีแอปมั๊ย

8. การสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม/สถาบัน บริษัทหรือนายทุนมีส่วนร่วมหรือไม่ บริษัทสร้างธุรกิจเกียวกับเรื่องนี้หรือไม่ มีพันธมิตรหรือคู่ค้าหลักที่ดีหรือไม่ โปรเจคมีคู่แข่งที่ทีมมีความสามารถในการแข่งขัน แต่ขาดเม็ดเงินลงทุน ทิซทางจลาดโดยรวมคืออะไร

9. วิชาการ รายละเอียดทางเทคนิคคืออะไร? ถ้าใช้Bolckchain จำเป็นต้องใช้หรือไม่ ความเร็ว.ผลการทดสอบ โครงการนี้คุ้มค่าหรือไม่ อ่าน ข้อมูล

10 . สร้างตัวแปรอื่น ที่เราคิดขึ้นมาเอง ที่ทั้ง เก้าข้อไม่มี หาปัจจัยอิ่นมาร่วมวิเคราะห์ เช่น มีวิทยานิพนธ์ที่เกียวข้องไหม มีปัจจัยความเสี่ยงอะไรบ้าง

จากนั้นเอาคะแนนทั้ง 10 ข้อ มาให้คะแนน 0 -100 โดยนาย Bruce Fenton ให้ชื่อเรียกว่า Spacesuit X หัวข้อนี้อาจจะไม่ตรงตามนี้ก็ได้ สามารถเปลี่ยนได้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
คะแนนทั้งหมด
ความปลอดภัย คะแนน 0 -10
การมีส่วนร่วม คะแนน 0 - 10
การบัญชีและกฏหมาย 0 -10
ชุมชนการจีดการและทีม 0 -10
รายได้ คะแนน 0.- 10
อุปสงค์ อุปทาน คะแนน 0 -.10
การใช้งาน คะแนน 0.-10
อุตสาหกรรม/สถาบัน คะแนน 0 -10
เทคนิค คะแนน 0 -.10
ปัจจัย X คะแนน 0 -.10_____
คะแนนทั้งหมด 0 -.100.______
แหล่งที่มา

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561

โรงเรียนฝึกอาชีพ กรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพส่วนตัวกันมากขึ้น หรือบางคนเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นถนัดอะไร เมื่อเรียนจบมาแล้วก็ทำงานในสายที่ตัวเองเรียนมานั้นได้ไม่เต็มที่ หรือไม่ชอบแต่อดทนเรียนจนกระทั่งจบ หรือบางคนมีปัจจัยที่อยากจะลองในสิ่งที่ไม่เคยลองมาก่อน เช่น อยากเป็นช่างไฟฟ้า อยากเป็นช่างเสริมสวย อยากเป็นนวดแผนไทย หรืออาจสนใจเครื่องประดับ เป็นต้น

ผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน ออกบูธกับโครงการเรียนรู้อาชีพกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12-13 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยในงานมีการจัดแสดงบูธของครูผู้สอนของแต่ละศูนย์ฝึกในโรงเรียนฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบไปด้วย 10 ศูนย์การเรียนรู้ มีสอนกันตั้งแต่ การนวดแผนไทย การทำเครื่องประดับ การตัดเย็บเสื้อผ้า การแต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ การจัดดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ การแกะสลัก การเพนท์ผ้า วาดลาย การปักบนวัสดุของใช้ รวมไปถึงการสอนด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี

ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ไอที นั้น มีการสอนให้ซ่อมคอมพิวเตอร์ การวางเครือข่ายเน็ตเวิร์ค การเดินสายไฟในอาคาร การติดตั้งไฟฟ้าในบ้าน การติดตั้งโซล่าเซลล์ ด้านการซ่อมไฟฟ้า ก็จะเป็นมีการซ่อมเครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ วิทยุ สำหรับในส่วนของผมและทีมงานนั้น กำลังแพลนไปจัดหลักสูตรด้านอาชีพไอที เช่น การสร้างร้านค้าออนไลน์ด้วยเฟสบุ๊คเพจ ไลน์@ เครือข่ายออนไลน์ การทำระบบสมาร์ทโฮม การเขียนแอปพลิเคชั่นบนมือถือ การทำระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนต่างๆ เป็นต้น

โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เปิดโอกาสสำหรับผู้สนใจทั่วไป ที่ต้องกาค้นหาตัวเอง ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากงานที่ตัวเองถนัด อยากมีประสบการณ์เพิ่มเติม หรืออยากหารายได้เสริมจากงานหลัก ก็สามารถทำได้ ท่านใดสนใจ สามารถเข้าไปดูได้ที่
http://www.bmatraining.ac.th

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561

ICO การเข้าถึงแหล่งทุนที่เปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

ในหลายปีที่ผ่านมาการระดมทุนในระบบธุรกิจ ที่ดำเนินกิจการมาแล้วและมีผลกำไรมาตลอดและมีความประสงค์จะระดมทุนเพื่อขยายกิจการ หรือ ที่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก ก่อนเข้าตลาดเราก็จะเปิดให้ทำการจองสิทธิ์ ว่าใครจะได้กี่หุ้น ที่เราเรียกกันว่า IPO (Initial Public Offering) เมื่อถึงวันที่บริษัทมีการซื้อข่ายในตลาดหลักทรัพย์ ก็สามารถเปลี่ยนมือได้ ส่วนใหญ่ก็อาศัยโบรกเกอร์เป็นตัวกลาง

เมื่อสองปีที่ผ่านมาการเข้าถึงแหล่งทุนหรือแหล่งสนับสนุนทางการเงิน เพื่อประกอบกิจการเริ่มต้น ทีเรียกว่า "คราวด์ฟันดิง (Crowdfunding)" ปัจจุบัน ปี  พ.ศ.2561 เริ่มมีคำว่า ICO หรือ Initial Coin Offering ซึ่งเป็นแนวทางที่คล้ายแต่ไม่เหมือนกัน

Crowdfunding 

จะมีลักษณะของการให้ข้อมูลถึงตัวโปรดักแะเป้าหมายว่าใครสนับสนุนเท่าไหร่จะได้เป็นอะไรกลับไปบ้าง เช่น ที่ผ่านมา MIT มีเว็บไซต์ชื่อ https://crowdfund.mit.edu/ 

 
เอกชนก็มี การระดมทุนอีกทีคือเว็บ 
ผู้ร่วมสนับสนุน จะได้รับเป็นของเป็นการตอบแทน

ICO หรือ Initial Coin Offering

เป็นการระดมทุนผ่านการจองเหรียญ หรือ token แลกเปลี่ยนกันในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล Token สามารถนำไปซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าหรือ บริการ ของผู้ออกเหรียญได้ อาจจะได้สิทธ หรือ ส่วนแบ่งจาก ราได้หรือบริการก็ได้ หรือ ขายแลกเปลี่ยนกันใน ตลาด ซื้อขายเงินดิจิทัล เช่น

bx.in.th
tdax.com
localIBX.io

ซึ่งในวันนี้ การระดมทุนในรูปแบบนี้หลายประเทศยังปรับตัวไม่ทัน เพราะไม่มีกฏหมายห้าม หมายความว่ายังไม่ผิดกฏหมาย แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ว่า อาจจะมีผลตามมาหากผู้ระดมทุนไม่สามารถสร้างธุรกิจหรือทำตามที่ให้ความหวังเอาไว้

ผู้ลงทุนต้องศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจนั้น ๆ โดยมากจะเป็น Startup ที่ปัจจุบันประสบความสำเร็จน้อยมากเนื่องจากยังมองธุรกิจไม่ขาด หรือ ขาดประสบการณ์ในการ ดำเนินธุรกิจ หรือยังไม่ออกแรงทำมากพอเพราะได้ทุนมาอย่างง่าย

ICO ไม่ใช่หุ้นตลาดซื้อขายจึงยังไม่มีภาครัฐเข้ามากำกับดูแล กฏระเบียบ ยังไม่ออกมาแต่ก็มีแนวโน้มว่า กลต. กำลังจะออกกฏระเบียบ หรือ ขึ้นทะเบียน เว็บพอทอล ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล วันนี้ก็จะเห็นว่าหลายคนที่เตรียมออก ICO ก็ยังรอทิศทางที่ชัดเจนอยู่

แต่ ICO ก็เป็นโอกาศจำหรับธุรกิจที่เดินกิจการมาแล้วหลายปีและยังขาดแหล่งทุน หาเวนเจอร์แคปปิตอล มาร่วมลงทุนก็หลายปียังไม่ไปไหน แนวทาง ICO ก็เป็นวิธีที่ดี หากสามารถเปิดเผยผลประกอบการที่ผ่านมาแล้วมีความตั้งใจว่า จะเอาทุนที่ได้ไปทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับคนที่ถือ Token ICO อยู่เพื่อทำให้ Token เกิดมูลค่าสมาชิกที่ถืออยู่มีการเปลี่ยนมือได้

วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

โฆษณากับเฟสุคต้องใช้เงินมากขึ้น แต่การใช้ group จะได้ประโยชน์

มีข่าวจาก wired.com ถึการข่าวการปรับ การแสดงผล News feed ของเฟสบุคที่ออกมาในสัปดาห์นี้ทำให้นักการตลาดที่ต้องการครองตำแหน่งการมองเห็นข่าวนั้นต้องจ่ายเงินมากขึ้น เพราะ Facebook จะให้ความสำคัญกับการการแสดงใน news feed ที่เป็นกลุ่มมากกว่า การให้ความสำคัญกับข่าวลดลง โพสวีดีโอจะเห็นน้อยลง และไปให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงสื่อสารระหว่างกัน เช่นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเพื่อน ครอบครัว และ กลุ่ม(Group) เพจจะถูกให้ความสำคัญน้อยลง การให้ความสำคัญกับ comment ก็จะมากขึ้น โพสที่เฟสบุคสนใจก็จะเป็นเรื่องที่จะทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น

ปกติโดยทั่วไปแบนด์สินค้าต่าง ๆ จะสร้างเพจเอาไว้เพื่อให้ค้นหาและสามารถติดตามได้โดยไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน และบางส่วนก็ไปซื้อโฆษณาเพื่อให้เพจนั้นมีคนเห็นมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนวิธีการแสดงผล ก็จะต้องประกลยุทธทางการตลาดทำเนื้อหาให้ออกแนวครอบครัว เพื่อเอาใจเฟสบุค

แต่ก่อนหน้านั้น Facebook ได้ปรับขึ้นค่าโฆษณาไปแล้ว 30% การโฆษณาของเฟสบุคจะของแบนด์สินค้าจะตามเราไปใน การส่งข้อความและถ้าใครต้องการพื้นที่ตรงนั้นคงต้องทุ่มกันพอสมควรและเราอาจจะเห็นโฆษณามากกว่า 1 ชิ้นเมื่อเข้าไปใช้ messenger

ที่ผ่านมาการซื้อโฆษณาเพียงน้อยนิดกับเฟสบุคมักจะไม่ได้ผลอะไรจะมีสมาชิกใหม่ในเพจที่ไม่ตรงกลุ่มเข้ามาซะมากกว่าดังนั้นหาก ผู้ประกอบการไทยจะทำการตลาดกับเฟสบุคในตอนนี้คงต้องหันไปสร้างกลุ่มและมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกในกลุ่มกันมากขึ้น มองในแง่ของการบริการหลังการขายแล้วจะมีประโยชน์มาก เพราะที่ผ่านมาการโพสในกลุ่มมักจะไม่ค่อยมาแสดงผลบน news feed สักเท่าไหร่ แต่การเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้การพูดคุยกันในกลุ่มจะได้รับประโยชน์ เพราะที่ผ่านมา หลายคนมักจะตกข่าวตกเนื้อหาที่อยู่ในกลุ่ม ตอนนี้คงต้องหันมาสนใจลูกค้าเดิมมากขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการหาลูกค้าใหม่แต่สำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเดิม ก็จะได้รับประโยชน์

ต่อไปนี้อาจจะมีคนสร้างกลุ่มเพื่อขายสินค้ามากขึ้นแต่ขอบอกว่าจะไปสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่ไม่ได้สนใจสินค้าแบบนั้นโดยตรงการสร้างกลุ่มแล้วดึงสมาชิกเข้ากลุ่มแบบไม่เต็มใจมักจะมีแต่ผลเสียปัจจุบันนักการตลาดมือใหม่ที่ใช้วิธีนี้มักจะถูกบล๊อก และเมื่อเขาออกจากกลุ่มไปแล้วสามารถตั้งว่าห้ามเชิญเขาเข้ามาอีกได้เช่นกัน

กลับมาดูผู้ประกอบการหลายรายที่เลิกให้ความสำคัญกับเว็บไซต์และไม่มีเว็บ งานนี้คงต้องคิดใหม่ เมื่อแพทฟอร์มเปลี่ยนวิธีการ ก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธทางการตลาดเช่นกัน ข้อดีของเว็บจะสามารถสืบค้นเจอได้หลายช่องทาง และเป็นช่องทางยืนยันตัวตนที่ถูกต้องขององค์กรได้ดีกว่า

วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

13 อุปกรณ์เสริมที่ควรมัในชีวิตประจำวันของเหล่าฟรีแลนด์

1. Headphone หูฟังดีๆ สักตัว ฟังเพลง รับสายได้ ที่สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากรอบข้าง ได้ หรือ เสียงจากคอมพิวเตอร์เราไปรบกวนคนที่กำลังทำงานอยู่ และในขณะที่เรากำลังฟังเพลงอยู่เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามามันจะตัดเสียงเพลงออกเพือให้เรารับสายเรียกเข้าได้


2. SkateBoard ในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด สเก็ตบอร์ดช่วยคุณได้ เมื่อมีงานมากขึ้นเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เราอาจจะใช้ skate Board ไฟฟ้าจะช่วยให้เราสะดวกรวดเร็ว


3. Photographer Monitor จะช่วยคุณดูภาพถ่าย สีสัน ได้ชัดเจนดีขึ้น ในงานออกแบบ งานถ่ายภาพปัญหาเรื่องสีเป็นสิ่งสำคัญและจะทำให้งานของเราดูแตกต่างไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ต้องอาสัยมอนิเตอร์ที่รองรับงานแบบนี้เช่น benq photographer monotor


4. External Harddrive ถ้าพื้นที่ในเครื่องคอม/อุปกรณ์ของคุณเต็ม ฮาร์ดดิสต์ดีๆ มีความจุมาก จะช่วยคุณได้ และยุคนี้ควรจะเป็น SSD เพื่อที่จะใช้ในขณะที่เดินทางจะกินไฟน้อยกว่าและทนกว่าในการที่เกิดปัญหาเพราะถ้าเป็น harddisk ทั่วๆไปต้องใช้มอเตอร์หมุน และ ในขณะที่หมุนอยู่หัวอ่านจะสร้างความเสียหายได้เมือมีอุบัติเหตุ


5. Laptop power bank การทำงานนอกสถานที่ อาจสร้างความลำบากในการหาปลั๊กเสียบชาร์จ อุปกรณ์นี้ช่วยคุณได้ ในขณะที่แบตโน๊ตบุคใกล้หมดแล้ว และปลักไฟแถวนั้นก็หาได้ยาก


6. Backpack Safety กระเป๋าเป้ดีๆ ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งาน มีความปลอดภัยจากโจรกรรม เหมาะสำหรับคุณ เช่นไม่สามารถรูดซิปจากด้านหลังได้ และอาจจะมีการเชื่อมต่อ กับ Power bank ได้อีกด้วย


7. Drone ถ้าคุณอยากได้งานถ่ายภาพ/วิดิโอ ในมุมแปลกและแตกต่าง โดรน ช่วยคุณได้ โดยเราจะเปิดมุมมองของ ภาพถ่ายมุมสูง ที่หลายคนจะไม่ได้เห็นง่าย ๆ ปัจจุบันเป็นที่นิยม ผู้ใช้งานอาจจะต้องไปขออนุญาติทำการบินด้วย

8. Camera 24 Mpx กล้องดีๆ ความคมชัด 24 ล้านพิกเซล ควรมีติดไว้ ไปไหนเก็บภาพได้ทุกที่เป็นกล้องที่มีความคมชัดสูงกว่าโทรศัพท์มือถือและยังสามารถถ่ายวีดีโอในระบบ 4k ได้

9. Bluetooth speaker ลำโพงเสียงดี ที่มีบลูทูธ รับสายเข้าได้ เหมาะกับการทำงานเพื่อสร้างบรรยากาศและที่สำคัญในยุคนี้ลำโพงที่สามารถคุยโต้ตอบได้ และ สามารถสั่งงานด้วยเสียงกับอุปกรณ์ที่เป็น smart home ได้ยิ่งดีเข้าไปอีกเช่น amazon echo

10.Smart watch หรือ Fitbit นาฬิกาที่มีความสามารถนอกเหนือจากการดูเวลา แจ้งเตือนได้ จำค่าได้

11. Sleep Light ในเวลาที่คุณอยากนอนหลับ อุปกรณ์ตัวนี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณหลับง่ายขึ้น

12.Headband Relaxing ที่คาดผมแบบใหม่ ที่ทำให้คุณผ่อนคลายสมอง

13. Smart Phone สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือดีๆ สักเครื่อง ที่ช่วยให้